'วิภา'เข้าไทยฝนหนักทุกภาคชุมพรระทม


เพิ่มเพื่อน    


    ประเทศไทยเกือบทุกพื้นที่ยังมีฝนตกหนักถึงหนักมากอีก 1 วันรอพายุวิภาสลายตัว ปภ.เผย 11 จังหวัดประสบอุทกภัย-วาตภัย ชุมพรท่วม พายุงวงช้างพักบ้านเรือนหลังคาปลิวว่อน สวนผลไม้ทั้งทุเรียน มังคุด ลองกอง หักโค่นถอนราก เสียหายนับล้าน
    ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุดีเปรสชัน วิภา (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 5 สิงหาคม 2562)" ฉบับที่ 23 ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2562 เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 ส.ค.62 พายุดีเปรสชัน “วิภา” ได้เคลื่อนเข้าปกคลุม อ.เด่นชัย จ.แพร่ และมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 18.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 100.0 องศาตะวันออก หลังจากนั้นได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงเคลื่อนตัวผ่าน อ.วังชิ้น จ.แพร่ โดยเมื่อเวลา 16.00 น. ปกคลุมอยู่บริเวณจังหวัดลำปาง ลักษณะเช่นนี้ยังคงทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคเหนือ ด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก โดยผลมีกระทบตามพื้นที่ต่างๆ ดังนี้
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน และตาก, ภาคกลาง: จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี และนครสวรรค์, ภาคตะวันออก: จังหวัดจันทบุรี และตราด, ภาคใต้: จังหวัดระนอง และพังงา
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และตาก, ภาคกลาง: จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี และอุทัยธานี, ภาคตะวันออก: จังหวัดจันทบุรี และตราด, ภาคใต้: จังหวัดระนอง และพังงา
    ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เสี่ยงภัยได้
    อนึ่ง ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชัน “วิภา” บริเวณภาคเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่องกับมีลมแรง และฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง
    นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ และวาตภัย ในพื้นที่ 11 จังหวัด ได้แก่ พะเยา น่าน เชียงราย เชียงใหม่แม่ฮ่องสอน ตาก ตราด จันทบุรี ระนอง ชุมพร และสุราษฎร์ธานี รวม 35 อำเภอ 108 ตำบล 450 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 2,190 หลัง ผู้เสียชีวิต 1 ราย ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด ซึ่ง ปภ.ได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น
    ชุมพร ที่บ้านในหุบ หมู่ที่ 4 ต.เขาค่าย อ.สวี นายสมศักดิ์ คงจันทร์ ผู้ใหญ่บ้าน เปิดเผยว่า ตั้งแต่เช้าได้เกิดพายุงวงช้างพัดกระหน่ำหมู่บ้านอย่างรุนแรง รวมทั้งมีพายุฝนนานร่วม 1 ชั่วโมง สร้างความเสียหายอย่างหนักแก่บ้านเรือน สวนทุเรียน สวนมังคุด สวนลองกอง โดยบ้านชาวบ้านบางหลังถูกพายุพัดหายไปทั้งหลัง แต่ส่วนใหญ่ถูกพายุพัดเอาหลังคาบ้านหายไปรวม 22 หลัง ในส่วนของสวนทุเรียนที่กำลังแก่ได้เวลาตัดขาย เกิดความสูญเสียนับล้านบาท ผลทุเรียนปลิวไปติดค้างบนต้นปาล์มและร่วงลงสู่พื้น ต้นลองกอง มังคุด ล้มระเนนระนาด ถนนสายชุมพรไปจังหวัดระนอง ช่วงเขาค่ายไปยัง อ.ละอุ่น จ.ระนอง มีต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มขวาง ได้ระดมชาวบ้านนำต้นไม้ออกจนสามารถเปิดการจราจรได้แล้ว.


นี่แหละที่ว่า........ "คนทำดี...ฟ้าดินป้อง คุ้มครองเอย" มันเป็นอย่างนี้ พวก "ความหวังใหม่-ธนาธร" กำลังได้ที ฉวยโอกาส ยกเหตุที่เกิด "เทอร์มินอล 21" โคราช ไล่กระทืบกองทัพ

จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?
จำเลย 'สารภาพ' แต่ดิ้นโชว์
"ออมสิน" ในปริศนา "เสี่ยสั่ง"
เรือสำราญ 'อย่าเป็นม้าอารี'
อย่าหลง 'รบอยู่กับคลื่น'
'โคราช' สะท้อน 'บทบาท สส.'