ยูเอ็นแฉ 59 บริษัทต่างชาติคบค้ากองทัพพม่า ติดร่างแหร่วมก่ออาชญากรรม


เพิ่มเพื่อน    

คณะทำงานของยูเอ็นเผยรายงานเปิดโปงอาณาจักรธุรกิจของกองทัพเมียนมา ที่รายได้มหาศาลถูกนำมาใช้สนับสนุนปฏิบัติการปราบปรามอย่างโหดร้าย พร้อมแฉมีบริษัทต่างชาติอย่างน้อย 59 แห่ง ทำธุรกิจกับกองทัพเมียนมาที่อาจถือเป็นผู้ร่วมก่ออาชญากรรมระหว่างประเทศด้วย

แฟ้มภาพ วันที่ 15 กันยายน 2559 สำนักงานใหญ่บริษัท เมียนมาอีโคโนมิกคอร์ปอเรชัน ในนครย่างกุ้ง ซึ่งเป็น 1 ใน 2 กลุ่มบริษัทของกองทัพเมียนมา และโดนสหรัฐคว่ำบาตร / AFP

    รายงานของเอเอฟพีและรอยเตอร์ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2562 กล่าวว่า คณะสอบสวนขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เผยแพร่รายงานการค้นหาข้อเท็จจริงความยาว 111 หน้า เพื่อเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศตัดความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับกองทัพเมียนมา และลงโทษบริษัทต่างชาติเหล่านี้ที่อาจมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดของกองทัพเมียนมา

    มาร์ซูกิ ดารุสมาน ประธานคณะทำงานของยูเอ็นชุดนี้กล่าวที่กรุงจาการ์ตาเมื่อวันอาทิตย์ หนึ่งวันก่อนเผยแพร่รายงานว่า รายงานฉบับนี้เป็นครั้งแรกที่ให้ภาพชัดเจนว่ามีบริษัทจากยุโรปและเอเชียแห่งใดบ้างที่เกี่ยวข้องด้วย รวมถึงเปิดโปงความสัมพันธ์และการละเมิดสนธิสัญญาและบรรทัดฐานหลายอย่างของยูเอ็น การตัดสัมพันธ์จะลดศักยภาพของกองทัพเมียนมาในการปฏิบัติการทางทหารที่ปราศจากการกำกับดูแล และจะถือเป็นการลดการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้วย

    เมื่อปีที่แล้ว คณะทำงานชุดเดียวกันนี้เคยเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับพวกนายพลเมียนมาข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ สืบเนื่องจากการปราบปรามชาวมุสลิมโรฮีนจาในรัฐยะไข่ที่ทำให้ชาวโรฮีนจาหนีเข้าบังกลาเทศราว 740,000 คน

    รายงานฉบับนี้ระบุว่า มีบริษัทต่างชาติไม่ต่ำกว่า 59 บริษัท ที่มีความสัมพันธ์ทางการค้ากับกองทัพเมียนมาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง บริษัทเหล่านี้มีทั้งจากฝรั่งเศส, เบลเยียม, สวิตเซอร์แลนด์, ฮ่องกง และจีน เป็นอาทิ ในจำนวนนี้ 15 บริษัททำกิจการร่วมค้ากับกลุ่มบริษัท 2 แห่งของกองทัพเมียนมา หรือบริษัทลูกของกลุ่มบริษัทเหล่านี้

    คณะสอบสวนชุดนี้เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศเปิดการสอบสวนอาญาบริษัทเหล่านี้ รวมถึงห้ามการค้าอาวุธแก่เมียนมาอย่างสิ้นเชิง โดยรายงานยังได้ระบุชื่อบริษัท 14 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทของรัฐ เช่น อิสราเอล, อินเดีย, เกาหลีใต้ และจีน ที่ขายอาวุธหรือยุทธภัณฑ์ให้แก่กองทัพเมียนมานับแต่ปี 2559

    กลุ่มบริษัทของกองทัพเมียนมา 2 แห่ง ได้แก่ เมียนมาอีโคโนมิกโฮลดิงส์ลิมิเตด (เอ็มอีเอชแอล) และเมียนมาอีโคโนมิกคอร์ปอเรชัน (เอ็มอีซี) กับบริษัทลูกและบริษัทพวกพ้องอีกจำนวนมาก มีการลงทุนในหลายภาคธุรกิจ เช่น อัญมณี, ทองแดง, โทรคมนาคม และสิ่งทอ ทั้งยังเป็นเจ้าของธนาคารขนาดใหญ่สุดของเมียนมา 2 แห่ง คือ เมียวดีและอินวะ

    รายงานยังกล่าวถึงการบริจาคของบริษัทเอกชนหลายสิบแห่ง ที่มอบเงินรวมกันมากกว่า 10 ล้านดอลลาร์ แก่กองทัพเมียนมาในช่วงปฏิบัติการต่อต้านโรฮีนจา ซึ่งต่อมาเงินเหล่านี้ถูกนำไปใช้ในโครงการพัฒนา เพื่อช่วยเหลือกองทัพเมียนมาลบหลักฐานที่ว่าโรฮีนจาเป็นส่วนหนึ่งของเมียนมา.


คนร่วมชุมนุม "ม็อบสามสัส" ระยะหลังดูจะออกอาการเซ็งๆ เห็นโพสต์บ่น....ไรวะ"เย็นนัดชุมนุม-ค่ำให้กลับไปกินนมนอน"!แบบนี้ มันคงจบหรอกนะ ที่ "รุ่นเรา" น่ะมันน่าจะไปจบที่ "คุก" ซะก่อนมากกว่า!

ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'