บ้านเมือง 'คนละเรื่องเดียวกัน'


   

                เห็น "ข่าวพาดหัว" ว่า........

                Serbia grants citizenship to Thailand's fugitive ex-PM Yingluck Shinawatra

                ก็ต้องบอกว่า "ดีใจด้วยนะ...ยิ่งลักษณ์"!

                มี "สำนัก-เข้าสังกัด" เป็นหลัก-เป็นแหล่งกะเขาซะที

                เป็นหญิง..........

                เที่ยวถือถุง-ถือกระเป๋า ร่อนเร่ประหนึ่ง "นารีสัญจร" แบบนั้น มันไม่เหมาะไม่งาม รู้มั้ย

                แต่ก็เหอะ ถึงตีตราสัญชาติใหม่ เป็นข่าวครั้งใด เขาก็ยังคงจามกระบาลเต็มยศเหมือนเดิม ว่า

                "Thailand's fugitive ex-PM Yingluck Shinawatra"

                "อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์" ผู้หลบหนีคดีของประเทศไทย ฟังแล้ว-อ่านแล้ว

                เหมือนประจาน "นักการเมืองไทย" และ "ประเทศไทย" ให้เกิดภาพขยะแขยง-น่ารังเกียจ แก่ชาวโลกยังไงไม่รู้!

                ก็คิดดูซี......

                อีกคน "พี่ชาย" ทักษิณ ชินวัตร เวลาเขาจะเขียนถึง เขาก็พะแบรนด์เนมไปด้วยว่า Thailand's  fugitive ex-PM Taksin Shinawatra

                พวกต่างชาติ อ่านข่าวแล้วคงสงสัยในใจ....

                "เอ๊ะ...ประเทศไทยนี่ พวกนักการเมืองล้วนแล้วแต่ 'โกงบ้าน-กินเมือง' กันทั้งนั้นหรืออย่างไรกัน

                คราวก่อน 'อดีตนายกฯ ทักษิณ' แล้วนี่..มาอีกแล้ว 'อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์'

                แถมตระกูลเดียวกันซะอีก พอถูกจับได้ ก็หนี เที่ยวเอาเงินไปช็อปสัญชาติกันสนุกสนาน?"

                เนี่ย...

                มีสิทธิ์ให้เขาคิดอย่างนี้ได้ เพราะมีที่ไหนในโลก ตระกูลเกียวกัน พี่นายกฯ น้องก็นายกฯ

                แล้วทั้งพี่-ทั้งน้อง ก็เป็นอาชญากรหนีคดีโกงบ้าน-กินเมือง ออกมาลอยชาย กินหรู-อยู่สบาย ใครก็ตามจับไม่ได้

                พี่ซื้อสัญชาติมอนเตฯ

                น้องซื้อเซอร์เบีย

                เป็นซอมบี-ผีมีป่าช้าอะร้าอร่าม จะบอกว่าน่าดีใจหรือเศร้าใจ ก็บอกไม่ถูก

                ไงก็ ซื้อเป็นแพ็กเกจแบบเอื้ออาทรไว้เผื่อญาติโก-โหตุเกด้วยก็น่าจะดี เพื่อความไม่ประมาท

                มานั่งคิดๆ.....เออ ผมนี่ น่าจะเป็นพวกบ้าคิด และคิดจนเป็นบ้าคนเดียวจนได้

                คือคิดว่า ชาตินี้ ทั้งพี่-ทั้งน้องคู่นี้ จะมีบุญวาสนาได้กลับมากราบศพ "หลวงพ่อพันเทวาเพ่งตะวัน" ที่เชียงใหม่ บ้างมั้ยหนอ?

                "หลวงพ่อพันเทวา" ใครจะว่าอย่างไรก็ช่าง แต่ผมว่า ท่านทุ่มเทชนิด "ไม่คิดชีวิต" เพื่อพี่น้องคู่นี้มาก

                ทั้งเพ่งพระอาทิตย์ตอนเที่ยงๆ ทั้งสาดเลือดสดๆ ใครจะครหานินทา คณะปกครองสงฆ์จะว่าอย่างไร ท่านไม่สน เพื่อทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ได้อยู่กินบ้าน-กินเมือง

                "หลวงพ่อพันเทวา" ทำได้.......

                ทะหง-ทหารว่าแน่ๆ ไปวัด หลวงพ่อเอาเลือดสดๆ สาดทีเดียว...กระเจิง!

                ก็มรณภาพไปแล้ว เคยอ่านข่าว ก่อนมรณะท่านอาพาธ แต่ไม่มีใครไปอินังขังขอบท่านเลย

                ผิดกับตอนยังใช้เดรัจฉานวิชารับใช้ตระกูลนี้ได้ ไปกันแน่นวัด

                ก็เลยคิดว่า พี่เป็นหนุ่มมอนเตฯ น้องเป็นสาวเซอร์เบีย "ตัดชาติ-ขาดประเทศ" จากไทยไปอย่างนี้

                คงหมดเยื่อ-หมดใย ไม่คิดกลับมาแสดงความรู้บุญ-รู้คุณหลวงพ่อพันเทวาแล้ว

                แต่ก็อย่างว่า ถึงคิดกลับ ด้วย "กฎหมายใหม่" ใครมีคดีความแล้วหนี ไม่มีวันหมดอายุความ

                ก็คง "กลับยาก" เนอะ!

                ไอ้เรื่องห้ามน่ะ ไม่มีใครห้ามหรอก เพราะถึงถือสัญชาติอื่น ด้วยเชื้อไทย

                จะกลับวันไหน-ชั่วโมงไหน มีสิทธิ์กลับมาได้ทันที แต่มีเงื่อนไขว่า

                ต้อง "เข้าคุก" ก่อน!

                พ้นโทษคุกเมื่อไหร่ อยากไปไหน..ก็ไป แต่อย่าลืมไปขึ้นศาลด้วยคดีใหม่ๆ ที่รอคาอยู่ในศาลด้วยแล้วกัน

                เพราะด้วย "รัฐธรรมนูญ ฉบับปราบโกง" หนี..คดีไม่มีวันหมดอายุ

                อย่างนี้กระมัง "เพื่อไทย-อนาคตใหม่" หัวเครื่อง ๗ พรรคค้าน เข้าสภาก็ไม่สนใจปัญหาใดของชาวบ้าน

                สน "แก้..เพื่อฉีกรัฐธรรมนูญ" ฉบับปราบโกง แล้วเขียนใหม่ทั้งฉบับท่าเดียว!

                เพราะมีแต่ "เขียนรัฐธรรมนูญใหม่" โดยฝ่ายตัวเอง "มีอำนาจ" คุมเท่านั้น

                "หนุ่มมอนเตฯ-สาวเซอร์เบีย" จึงจะมีโอกาสกลับเข้ามาโดยไม่ต้องเข้าคุก

                ก็มันแหงๆ เมื่อแก้โดยฝ่ายตนมีอำนาจคุมกลไก เลี้ยงมือกฎหมายผลาญข้าวสุกไว้เป็นกุรุส

                มีหรือ เขียนกฎหมายใหม่ทั้งที ที่จะไม่เจาะรูเป็นช่องสู่การ "ล้างกฎหมายลูก" ที่เป็นยันต์ปิดปากหม้อขังวิญญาณผีกินบ้าน-โกงเมือง แล้วจับถ่วงน้ำไว้ตอนนี้ เห็นจะไม่มี

                ก็เห็นมั้ยล่ะ ตอนหาเสียง ไปจังหวัดไหน ก็โม้ว่าได้เป็น ส.ส.แล้วจะแก้ปัญหานั่น-นี่ให้

                พอได้แล้ว มันทำอะไรล่ะ?            

                ทำพิธีกรรม "แก้รัฐธรรมนูญ" อภิวัฒน์ "พ.ร.บ.สุดซอย-เหมาเข่ง" พ.ศ.๒๕๕๖ ที่เจ๊งไปนั่นไง

                ประชาธิปไตยน่ะ มันไม่มีในกระดาษ ในรัฐธรรมนูญฉบับไหนในโลกหรอก

                มันมีอยู่ใน "จิตสำนึก" ทางกระทำของคนตะหาก

                เมื่อคน....

                ด้วย "สำนึกโจร" เขียนรัฐธรรมนูญ

                มันก็จะเป็นรัฐธรรมนูญ ฉบับ "สำนึกเบ็ดเสร็จ" เอื้ออาทรให้โจรอ้างอิงใช้ "ปล้นบ้าน-เปลี่ยนเมือง"

                ว่าที่พวกมันทำ "ชอบแล้ว" ตามรัฐธรรมนูญ ฉบับ "สำนึกเบ็ดเสร็จ"!

                ก็...เสร็จมัน!

                ฉะนั้น ต้องยันให้มันหงายท้อง-หงายไส้ ขืนปล่อยให้มันเสือกหัวเข้ามาได้ แค่คำว่า "แก้ไข..."

                แล้วมันก็จะค่อยๆ แทรกเข้ามาทั้งตัว นั่นคือ แก้ไข...เพื่อเพิ่มมาตราให้ไป "เขียนใหม่" ทั้งฉบับ

                ซึ่งเท่ากับ "ฉีกรัฐธรรมนูญ" ฉบับปราบโกง ที่เป็นยันต์ปิดปากหม้อ ที่พวกมันกลัว จนต้องปลุกระดม เพื่อฉีกแล้วเขียนใหม่ อย่างที่เหย็งๆ กันอยู่ตอนนี้

                วานซืน ผบ.ตร. "พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา" นำคณะคลี่คลายคดี "โจรใต้ระเบิดกรุง" ช่วงประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน มาแถลงข่าวกับสื่อมวลชน

                ต้องชมการทำงานตำรวจชุดนี้ ว่ามีการทำงาน "เป็นทีม" ที่ดีมาก

                เห็นได้ชัด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ในฐานะ ผบ.ตร.พัฒนาองค์กรทันสังคม "เทคโนโลยีเปลี่ยนยุค" ได้น่าพอใจ

                เห็นได้จากการติดตาม-คลี่คลายคดี ตามแถลง ซึ่งยอมรับว่า "การข่าวดี"

                การใช้เทคโนโลยีสื่อสารประกอบวิทยาการทางสืบสวน-สอบสวน-แกะรอย ถือว่า ก้าวหน้าเป็น "ระบบดี"

                "ทันโจร"

                ที่ขณะนี้ โจรพัฒนา "ระบบ-รูปแบบ" และวิทยาการไปอีกขั้นเช่นกัน

                ประสิทธิภาพ "ใช้ได้"

                เพราะงานนี้ เฉพาะคน-เฉพาะหน่วยงานเดียว ทำไม่ได้ ต้องประสานกับหน่วยอื่นๆ และนอกหน่วยอีกมาก

                การที่ตามคนร้ายได้เร็ว และไม่ฉาบฉวยเอาแค่พอได้ตัวแล้วก็จบ สืบสาวราวลึกลงไป แม้แค่เห็นหลังไวๆ ว่าใคร-เป็นใครในขบวนการนี้

                ก็ถือว่าเป็น "ประสิทธิภาพใหม่" ในความเป็นตำรวจมืออาชีพ "ยุคใหม่" ที่น่าพอใจ

                ทำให้ประชาชนอุ่นใจได้ ในสถานการณ์ "หน้าเก่า-มือใหม่" ช่วงการเมืองเปลี่ยนอำนาจ

                "พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข" ผู้ช่วย ผบ.ตร.ที่คอยตอบคำถามนักข่าว
                นายตำรวจท่านนี้ ดูทรงภูมิ มาดดี การพูด-การตอบ ถือว่า "เป็น" เลยทีเดียว

                กับคำถามที่นักข่าว มุ่งจะเอาแต่ข่าว แต่ข่าวในคดีเช่นนี้ ไม่ใช่ข่าว "ตีหัวหมา-ดาราแย่งผัว" จะตอบไปเรื่อยทุกเรื่อง-ทุกประเด็น มีแต่ "เสียทุกด้าน"

                ถ้าไม่ตอบพอเป็นกระสายไปบ้าง ก็เสียอีก จะถูกด่า เมื่อไม่อยากบอก แล้วจะมาแถลงทำไม

                สรุปว่า "สมน้ำ-สมเนื้อ" ในภาพใหญ่ อย่างน้อย เมื่อชาวบ้านเห็นขั้นตอนการทำงาน

                เห็นผลการทำคดี เห็นการสืบสวน เห็นความเป็นทีม เห็นพัฒนาการการทำงานยุคสังคมใหม่ของยุค พล.ต.อ.จักรทิพย์

                ก็อุ่นใจอีกระดับ!

                ที่ไม่อุ่นใจ กลับต้อง "เอะใจ" ก็คือ การแสดงออกของ ๗ พรรคฝ่ายค้าน กรรมการสิทธิมนุษยชน ฮิวแมนไรต์วอตช์

                คนพวกหนึ่ง แค่สะดุดตีนล้มปากแตกเอง ฮือกันออกมาชูป้าย ฮือกันโพสต์-ฮือกันแชร์

                หยุดคุกคาม, หยุดทำร้าย, หยุดทำลายสิทธิมนุษยชน, หยุดกระทำป่าเถื่อน ต่างๆ นานา

                แต่บ้านเมืองถูกก่อวินาศกรรม ไม่มีใครสักคนในซีกนี้ รู้ร้อน-รู้เจ็บ กับบ้านของตัวเองที่มีคนทำลาย ซ้ำมีคนบาดเจ็บ

                มีแต่ "ห่วงคนร้าย" ว่ายัดข้อหาบ้าง จะไม่ได้รับความเป็นธรรมบ้าง จับแพะบ้าง

                ครับ....

                แต่ละเรื่องที่คุยมา มองผาดๆ เป็นคนละเรื่องทั้งนั้น

                แต่ถ้าพินิจ ที่ว่าคนละเรื่องนั้น มันเป็น "คนละเรื่องเดียวกัน" ทั้งสิ้น

                "การเมือง" ไม่ทำลายเมือง

                คนเสียประโยชน์-เสียอำนาจทางการเมือง ตรงนี้แหละมัน "ทำลายเมือง"

                "ตำรวจ-ทหาร" ยังเป็นหลักสำคัญ "ยันบ้านเมือง"! 


วันนี้ (๑๙ ส.ค.๖๒) "นายกฯ ประยุทธ์" ยกคณะ "ค่อนข้างใหญ่" ไปสุรินทร์-บุรีรัมย์ ฟังที่โฆษกรัฐบาลแถลงวันก่อน บอกว่า.........

รหัสลับ 'ประเทศไทย' ใต้พลูโต
เพิ่งเริ่มต้น "อย่าด่วนสรุป"
ข้อคิดคำนึงจาก 'คำพิพากษา'
'เสรีภาพกับข่าวเฟก-ข่าวมั่ว'
โลกาภิวัตน์ของ พล.ท.พงศกร
อีก ๓๖๔ วัน 'แม่กินอะไร?'