คล็อปป์เครียด"อลิสซอน"เดี้ยงเซ่นชัยเปิดซีซั่น


   



ลิเวอร์พูล เสียผู้รักษาประตูมือหนึ่ง อลิสซอน เบ็คเกอร์ ตั้งแต่แมทชเปิดสนาม ในเกมเปิด่ม่านพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลใหม่ คืนวันศุกร์ที่เปิดบ้านถล่มทีมน้องใหม่ นอริช ซิตี้ ไป 4-1 เจอร์เกน คล็อปป์ รับรู้สึกเป็นกังวลหลัง นายทวารทีมชาติบราซิล บอกออกมาว่าเจ็บอย่างไร ขณะที่เกมนัดเปิดซีซั่นในบ้าน บอสชาวเยอรมัน รับทีมของตนน่าจะคอนโทรลเกมได้ดีกว่านี้ และควรทำให้ได้ตลอดทั้งเกม
อลิสซอน ได้รับบาดเจ็บที่ขาข้างถนัด ขณะหวดบอลเคลียร์ขึ้นหน้า ในช่วงปลายครึ่งแรก นายทวารจอมหนึ่บ ทรุดตัวลงทันทีพร้อมกับส่งสัญญาณไปที่ข้างสนามให้เข้ามาช่วยด่วน ระหว่างนั้นก็คุมไปที่น่องขวา และแสดงออกมาทางสีหน้าว่าเจ็บปวดอย่างรุนแรง
แม้ทางเจ้าหน้าที่เตรียมเปลหามออกมาได้ทันที แต่ อลิสซอน เลือกที่จะค่อยๆเขย่งออกมา โดยความช่วยเหลือของนักกายภาพของทีมหิ้วปีกออกมาจากสนาม
เจอร์เกน คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ยอมรับว่า สัญญาณเบื้องต้น ดูค่อนข้างน่ากังวลสำหรับ อลิสซอน และ อาการเจ็บแบบนี้ ทำให้เขาหมดสิทธิแน่แล้วสำหรับเกมนัดชิงชนะเลิศ ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ กับ เชลซี สัปดาห์หน้า
"เขาเหลือบไปข้างหลัง เพราะเขาคิดว่ามีบางอย่างพุ่งมากระแทกน่องของเขา และนั่นไม่ใช่สัญญาณที่ดีนัก" คล็อปป์ กล่าว หลังจาก ลิเวอร์พูล เปิดซีซั่นด้วยการถล่ม นอริช ไป 4-1
"มันไม่ใช่เรื่องที่เขาเจ็บ แต่ปัญหาคือเขารู้สึกว่าเจ็บอย่างไรแบบไหน ผมว่ามันไม่ใช่แค่เคล็ดปวดธรรมดา นี่ไม่น่าจะเป็นข่าวดี เขาไม่พร้อมลงสนามแน่ในเกมวันพุธ  ผมพูดได้ว่าเขาจะไม่ได้ลงสนามแน่ แต่เราจะต้องหาทางออกหาทางแก้ แล้วเดินหน้าต่อ"
อาการเจ็บของ ผู้รักษาประตูวัย 26 จะชัดเจนขึ้น เมื่อเข้ารับการสแกนหาต้นเหตุ ส่วนคนที่จะได้รับช่วงต่อจากนี้ ก็น่าจะเป็น เอเดรียน ที่ลงมาแทนและแสดงฝีมือให้เห็นแล้วในเกมที่แอนฟิลด์ เมื่อคืนวันศุกร์
"เอเดรียน เป็นผู้รักษาประตูที่ดีอีกคน เขาค่อนข้าวนิ่ง และเป็นคนที่หยุดลูกยิงได้เยี่ยม นั้่นเป็นเหตุผลที่ผมเซ็นสัญญาเขามาร่วมทีม"
นอกเหนือจากปัญหาเจ็บที่เกิดขึ้นกับ อลิสซอน แล้ว ฟอร์มการเล่นในแนวรับ ก็ดูจะหน้าเป็นห่วสำหรับ คล็อปป์
นอริช สามารถเล่นานแนวรับของ ลิเวอร์พูล เจ้าบ้านได้หลายครั้ง และหากทีมเยือนมีความคมมีความเด็ดขาดมากกว่านี้ ผลการแข่งขันที่ออกมาก็มีสิทธิเปลี่ยนไปได้ อย่างน้อยที่สุดผลก็ต้องสูสีกว่านี้
ลิเวอร์พูล ขึ้นนำเร็วจากการทำเข้าประตูตัวเองของ แกรนท์ ฮาร์ลี่ย์ ตั้งแต่นาทีที่ 7 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ บวกลูกสองของเกม น.19 ต่อด้วย เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ น.28 และ ดิว็อค โอริกี น.42 ครึ่งหลัง นอริช ได้ประตูตีไข่แตก น.64 จาก ตีมู พัคกี แต่หลังจากนั้นก็ทำอะไรเพิ่มกันอีกไม่ได้ จบเกม ลิเวอร์พูล ชนะไป 4-1
"เป็นเวลาประมาณ 60 นาทีที่เราทำได้ดีมาก อีกอย่างที่อยากติงคือเราต้องคอนโทรลเกมให้ดีกว่านี้อีกนิด นอริชเป็นทีมที่ผมไม่ประมาทแน่ พวกเขายังคงพร้อมสู้กับเราอยู่ พวกเขาสนุกกับฟุตบอลของเา"
"ช่วงต้นครึ่งหลัง เราน่าจะยิงลูกที่ห้า ลูกที่หก ได้ ก่อนที่ นอริช จะมาตีไข่แตกได้ หลังนนั้นเราไม่ได้ตกอยู่ในอันตรายอีกก็จริง แต่เราต้องพยายามให้มากกว่านี้เพื่อยิงประตูคู่แข่งให้ได้ต่อไป"
"เราต้องเล่นให้ฉลาดกว่านี้ใน 2 เกมต่อไป เราต้องตัดสินใจบงอย่าง และพยายามที่จะเอาชนะเกมเหล่านั้นให้ได้ ซึ่งมันจะต้องเป็นเกมที่ยากแน่"

 

 


อุ่นหนาฝาคั่ง...แน่นซอย ไทยโพสต์ ครบรอบ ๒๓ ปี ย่างเข้าปีที่ ๒๔ ยังได้รับความรัก จากกัลยาณมิตรมากมาย เหมือนเช่นเคย ขอบคุณกันไม่หมด ทั้งจากภาคธุรกิจ ราชการ ฝ่ายการเมือง

'๒๑ ตุลา' สำนึกย้อน 'สำนึกไทย'
'ทอน' ไม่รู้! แล้วจะรอดหรือ
ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓
อย่าให้ฝ่ายแค้นแหกตา