พล่าน!รุมโต้บิ๊กแดง อนค.ชี้อย่าผลักไสรุ่นใหม่ พท.ไม่เชื่อไร้‘รัฐประหาร’


เพิ่มเพื่อน    

 เลขาธิการ สมช.รับลูก ผบ.ทบ. ชี้ไซเบอร์เป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ สั่งหน่วยงานให้ความสำคัญมากขึ้น รมว.ดีอีเผยภายใน 10 วันเห็นความคืบหน้าศูนย์ต่อต้านเฟคนิวส์ เปิดช่อง ปชช.ร้องเรียน-ตรวจสอบได้ “ปิยบุตร” โต้ “บิ๊กแดง" ชี้นำการเมือง ปัด อนค.ใช้เฟคนิวส์ ท้าดำเนินการตาม กม. ยันไม่มองกองทัพเป็นศัตรู แนะลงมาคุยกับคนรุ่นใหม่ดีกว่าผลักไส เพราะความคิดคนเปลี่ยนไปแล้ว "เพื่อไทย" ไม่เชื่อคำสัญญาไม่มีรัฐประหารอีก หวั่นกดดัน กก.ดำเนินการปมนายกฯ ทำผิด รธน. ฝ่ายค้านเดินหน้าแคมเปญแก้ รธน.

    เมื่อวันอาทิตย์ พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ระบุถึงการโฆษณาชวนเชื่อทางอินเทอร์เน็ตว่า ปัจจุบันกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) อยู่ระหว่างดำเนินการตั้งศูนย์ป้องกันข่าวปลอม หรือเฟคนิวส์ขึ้นมารองรับเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม สมช.เองให้ความสำคัญกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยให้หน่วยงานต่างๆ ตระหนักและเห็นความสำคัญมากขึ้นต่อเรื่องดังกล่าว เพราะถือเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ 
    "การแก้ไขปัญหาจะต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือ รวมถึงความร่วมมือจากประชาชนที่จะต้องพิจารณาและตรวจสอบข้อมูลก่อนส่งต่อหรือเผยแพร่ออกไป ตลอดจนสร้างความรับรู้แก่เยาวชน ซึ่งทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน นอกจากนี้ หากมีการบิดเบือนข่าวสารของภาครัฐ นายกรัฐมนตรี ได้ให้ทุกหน่วยราชการเร่งชี้แจงหรือแก้ข่าวให้ทันท่วงที หากพบว่ามีการเผยแพร่ข่าวสารซึ่งเกี่ยวข้องกับหน่วยงานตัวเอง" พล.อ.วัลลภกล่าว 
    นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตั้งศูนย์ต่อต้านเฟคนิวส์เซ็นเตอร์ว่า อยู่ระหว่างรวบรวมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เริ่มมีรายชื่อหน่วยงานและพูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการไปบ้างแล้ว และไม่จำเป็นต้องกระทรวงดีอีทำก็ได้ ถ้ามีหน่วยงานอื่นที่คล่องตัวมากกว่า บางประเทศเป็นองค์กรกลางขึ้นมา โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชน ภาคประชาชน เข้ามามีส่วน ไม่อย่างนั้นคนจะมองว่าภาครัฐใช้อำนาจ อาจไม่โปร่งใสและไม่เป็นกลาง สำคัญการทำงานของศูนย์ต้องรอบคอบ ดำเนินการได้เร็ว ทำแล้วเกิดความน่าเชื่อถือ มีหลายภาคส่วนเข้ามา เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย 
    "ดังนั้นอยากให้ประชาชนอดใจรออีกนิด อาจตั้งได้ก่อน 3 เดือนก็ได้ โดยภายใน 10 วันนี้อาจได้เห็นความคืบหน้ารูปแบบก่อนเปิดศูนย์อย่างเป็นทางการ อย่างช่องทางการตรวจสอบที่ประชาชนสามารถส่งข้อมูลหรือเข้ามาตรวจสอบผ่านระบบต่างๆ อาทิ เพจเฟซบุ๊กหรือไลน์ ซึ่งอยู่ระหว่างทำโปรแกรม"
    ผู้สื่อข่าวถามว่านายกฯ ได้มอบนโยบายอย่างไรบ้าง นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า วันนี้ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองทราบดี ระบบโซเชียลมีเดียควบคุมลำบาก เป็นปัญหาทั่วโลก นายกฯ ได้ย้ำให้หาทางแก้ไข หาหน่วยงานที่มีความรู้และมีสายข่าวหลายๆ กลุ่มมาช่วยกัน โดยเฉพาะต้องเน้นให้ความรู้กับเยาวชนให้มากๆ ไม่ปล่อยให้สร้างความเข้าใจที่ผิดๆ อย่างยุโรปถึงขั้นมีการกำหนดหลักสูตรสอนให้เยาวชนรู้จักวิเคราะห์มีสติก่อนเชื่อก่อนแชร์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องทำต่อไป เพราะการสร้างข่าวที่ไม่จริงบ่อยๆ โดยที่ใครอยากพูดอะไรก็ได้โดยไม่มีใครรับผิดชอบ ถ้าเชื่อกันไปหมดก็จะกระทบทุกมิติ ทั้งความมั่นคง ความสามัคคี ความคิด ความอ่านของประชาชน 
     ที่อาคารไทยซัมมิท นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.อภิรัชต์ระบุผ่านสำนักข่าวต่างประเทศว่ามีพรรคการเมืองตั้งใหม่ใช้โฆษณาชวนเชื่อและข่าวปลอมเพื่อทำให้วัยรุ่นไทยต่อต้านกองทัพและสถาบันฯ ว่า เท่าที่อ่านจากข่าว แม้ไม่ระบุชื่อพรรค แต่อ่านแล้วปฏิเสธยากว่าคงหมายถึงพรรคอนาคตใหม่ เรื่องนี้สะท้อนปัญหา 3 เรื่องคือ 1.สิ่งที่ ผบ.ทบ.พูดอยู่เสมอว่าจะเป็นกองทัพยุคใหม่ หลังเลือกตั้งแล้วจะถอยออกจากการเมือง แต่เอาเข้าจริง จากการให้สัมภาษณ์ของท่านล้วนเป็นเรื่องการเมือง ซึ่งถ้าเป็นกองทัพตามแบบมาตรฐานสากลประชาธิปไตย ผบ.ทบ.จะไม่ให้สัมภาษณ์ชี้นำเรื่องพรรคการเมือง 
อนค.ไม่เป็นศัตรูกองทัพ
    ปัญหาที่ 2 ผบ.ทบ.อาจเข้าใจนิยามของคำว่าเฟคนิวส์ผิดไป เพราะเฟคนิวส์คือข่าวเท็จที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่างในทางการเมือง หากสิ่งที่ท่านกล่าวหาหมายถึงพรรคอนาคตใหม่จริง ถ้าผิดก็ว่าไปตามกระบวนการทางกฎหมาย แต่ตั้งแต่ตั้งพรรคขึ้นมา เรารณรงค์ด้วยการทำงานทางความคิดกับประชาชนและเยาวชนคนหนุ่มสาว ไม่ใช่เรื่องข่าวเท็จข่าวลวงใดๆ คิดว่าเยาวชนคนรุ่นใหม่มีวิจารณญาณในการประเมินและตัดสินใจอยู่บ้าง จึงอยากให้ ผบ.ทบ.ลองมาทำความเข้าใจกับความคิดของคนหนุ่มสาว อย่าประเมินว่าสิ่งที่เขาเชื่อหรือคิดเป็นเรื่องที่ถูกปลุกปั่นยุยงอยู่ตลอดเวลา
     ส่วนปัญหาที่ 3 คิดว่าทัศนคติของ ผบ.ทบ.จะยิ่งทำให้เกิด Clash of generations (การปะทะกันทางความคิดของรุ่น) มากขึ้น เราตั้งพรรคอนาคตใหม่ขึ้นเพราะต้องการหลอมรวมคนทุกกลุ่มของสังคมเพื่อออกจากความขัดแย้งชุดเดิมตลอด 13 ปี เพื่อเดินหน้าไปสู่อนาคตแบบใหม่ด้วยกัน ไม่ได้คิดว่าพรรคจะเป็นของคนรุ่นใดรุ่นหนึ่ง การที่ ผบ.ทบ.ให้สัมภาษณ์แบบนี้ เท่ากับกีดกันคนกลุ่มหนึ่ง กีดกันเยาวชนคนหนุ่มสาวออกไปมากยิ่งขึ้น
    “สมมติผมเป็น ผบ.ทบ. แล้วเห็นว่าทัศนคติของเยาวชนเป็นแบบนี้มากยิ่งขึ้นอย่างที่ท่านกังวล แทนที่จะผลักไสเขาออกไป หรือกล่าวหาว่าเขาถูกยุยงปลุกปั่น หรือบอกว่าเขาหลงผิดไปเชื่อเฟคนิวส์ ผมจะทำงานร่วมกับเขามากขึ้น และพูดคุยเพื่อหาจุดร่วมกันว่าสุดท้ายแล้วอนาคตของประเทศจะไปทางไหน ในอดีตหน่วยงานความมั่นคงเคยทดลองทำแบบนี้มาหลายครั้ง แต่สุดท้ายทุกคนก็เป็นเพื่อนร่วมชาติกัน มาหาวิธีการกันดีกว่าจะโทษกันไปกันมาว่าใครถูกล้างสมองหรือถูกยุยงปลุกปั่น” นายปิยบุตรกล่าว
    เมื่อถามว่า ต้องการขอชี้แจงเรื่องนี้โดยตรงต่อ ผบ.ทบ.หรือไม่ นายปิยบุตรกล่าวว่า เราพร้อมสื่อสารตลอดเวลา และพร้อมทำงานกับทุกภาคส่วน พรรคอนาคตใหม่ไม่เคยมีความคิดเป็นศัตรูกับกองทัพ ไม่เคยมองกองทัพเป็นศัตรู แต่ต้องการให้กองทัพถูกปฏิรูป ให้อยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือนจากการเลือกตั้ง เป็นกองทัพอาชีพที่ทันสมัย จิ๋วแต่แจ๋ว และไม่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง เราต้องการปฏิรูปให้สอดคล้องกับประชาธิปไตยเท่านั้น 
    "ยืนยันว่าเรารณรงค์โดยไม่เคยมีเรื่องเฟคนิวส์ ตรงกันข้ามคือพรรคเราต่างหากที่ถูกเฟคนิวส์จำนวนมากโจมตี แต่เราก็อดทน พยายามไม่ดำเนินคดี เพราะเชื่อว่าต่อให้มีเฟคนิวส์ล่องลอยในสังคมมากเท่าไหร่ แต่สุดท้ายคนไทยมีวิจารณญาณจะตัดสินได้ว่าข่าวใดเป็นข่าวจริงหรือข่าวเท็จ ดังนั้นขออย่ากังวลใจไปกับความคิดของคนรุ่นใหม่ ตัว ผบ.ทบ.เองก็ต้องพบปะคนรุ่นใหม่อยู่บ้าง ความคิดของคนมันเปลี่ยนไปแล้ว และเปลี่ยนไปเรื่อยๆ อย่ากีดกันหรือผลักไสเขาออกไปด้วยเพียงความคิดที่ว่าเขามาสนับสนุนพรรคอนาคตใหม่”
    เมื่อถามว่า เรื่องนี้จะทำให้การเคลื่อนไหวเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญลำบากมากขึ้นหรือไม่ นายปิยบุตร กล่าวว่า สิ่งที่เรารณรงค์ทั้งหมดก็ด้วยความปรารถนาดีต่อบ้านเมือง ไม่ได้นำมาซึ่งความวุ่นวาย พรรค อนค.ก่อตั้งขึ้นและลงสมัครรับเลือกตั้งภายใต้กติการัฐธรรมนูญ 2560 ที่พวกท่านร่างขึ้นมา เท่ากับเรายอมลงมาสู้บนกติกาที่พวกท่านสร้าง และใช้เสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญรับรอง 
     นายชัยเกษม นิติสิริ กรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า แม้ไม่ได้ระบุชัดว่าหมายถึงพรรคการเมืองใด แต่ทุกคนคงเดาออกว่า ผบ.ทบ.หมายถึงพรรคใด ซึ่งจะให้ดี ผบ.ทบ.ควรระบุชื่อพรรคไปเลย เพื่อที่จะได้รับทราบและปรับตัวให้ถูก ผบ.ทบ.ซึ่งเป็นข้าราชการประจำนั้น ไม่ควรเข้ามายุ่งเกี่ยวหรือวิพากษ์วิจารณ์การเมือง เพราะจะทำให้เกิดผลได้และผลเสียต่อพรรคการเมืองและคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เช่น เมื่อ ผบ.ทบ.วิจารณ์พรรคการเมืองใด ก็เหมือนกับตำหนิพรรคการเมืองนั้น หากกล่าวชื่นชมพรรคการเมืองใด ก็เหมือนให้การสนับสนุนพรรคการเมืองนั้น ไม่ใช่การแสดงออกซึ่งความเป็นกลาง เป็นเรื่องที่ข้าราชการประจำไม่ควรทำ ทั้งนี้ ไม่คิดว่าจะเป็นการส่งสัญญาณใดๆ แต่เป็นเพราะนิสัยส่วนตัวมากกว่า  ต้องยอมรับว่าสำหรับประเทศไทยนั้น การจะเอาทหารออกจากการเมืองถือเป็นเรื่องยาก ซึ่งเราได้แต่หวังว่าสักวันหนึ่งทุกอย่างจะเปลี่ยนไปจากเดิม
ไม่เชื่อจะไม่มีรัฐประหารอีก
    "ไม่เชื่อที่ พล.อ.อภิรัชต์ยืนยันจะไม่มีรัฐประหาร ตราบใดที่ยังเป็น ผบ.ทบ.อยู่ เพราะไม่เคยมี ผบ.ทบ.คนใดจะสามารถรักษาสัตย์ในส่วนนี้ได้เลย ผู้นำเหล่าทัพส่วนใหญ่ที่ประกาศว่าจะไม่ทำรัฐประหารนั้น ก็เพื่อให้ประชาชนตายใจ แต่สุดท้ายก็ก่อการ แม้ตอนนี้จะบริหารงานโดยรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะไม่เกิดรัฐประหารขึ้นอีก เพราะถ้ารัฐบาลแก้ไขปัญหาต่างๆ ไม่ตก รัฐประหารก็เกิดได้ทุกเมื่อสำหรับประเทศไทย" นายชัยเกษมกล่าว 
    ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง สมาชิกพรรค พท. กล่าวว่า สาเหตุที่ พล.อ.อภิรัชต์ประกาศว่าจะไม่ก่อรัฐประหาร น่าจะเป็นเพราะต้องการส่งสัญญาณหนุนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จึงจงใจออกมาให้ข่าวในจังหวะที่รัฐบาลประยุทธ์กำลังตกที่นั่งลำบาก เพราะถูกกดดันให้รับผิดชอบกรณีกล่าวคำถวายสัตย์ฯ ไม่ครบถ้วน ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ผู้บัญชาการเหล่าทัพหลายคนนิยมส่งสัญญาณทางการเมืองผ่านสื่อด้วยวิธีคล้ายๆ กันนี้ เพื่อแสดงการเลือกข้างทางการเมือง ท่าทีของ ผบ.ทบ.ย่อมมีผลต่อการกำหนดท่าทีของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาการทำผิดรัฐธรรมนูญของ พล.อ.ประยุทธ์ในครั้งนี้แน่นอน ที่น่าห่วงก็คือคนที่จะต้องทำหน้าที่เป็นกรรมการ จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาได้อย่างไร ในเมื่อกองทัพกางปีกป้อง พล.อ.ประยุทธ์ขนาดนี้ ถือเป็นการกดดันผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แบบนี้ถ้าไม่เรียกว่าเป็นการแทรกแซงทางการเมืองแล้วจะให้เรียกอะไร 
    ร.ท.สุณิสากล่าวว่า น่าสงสัยว่าถ้าพรรคที่จัดตั้งรัฐบาลสำเร็จหลังการเลือกตั้งปี 62 ไม่ใช่ขั้วของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่ทราบว่า พล.อ.อภิรัชต์จะทำตัวเป็น ผบ.ทบ.ที่น่ารักและอยู่ในโอวาทของรัฐบาล แบบที่เป็นลูกแมวน้อยของลุงตู่อย่างนี้หรือเปล่า การแทรกแซงทางการเมืองของทหารคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้การเมืองไทยตกอยู่ในสภาพแบบไฮบริด คือมีความเป็นเผด็จการประชาธิปไตย ซึ่งถือเป็นประชาธิปไตยจอมปลอม หรือเฟคเดโมเครซี (Fake Democracy)  ซึ่งเลวร้ายพอๆ กับเฟคนิวส์ ที่รัฐบาลและ ผบ.ทบ.ชอบอ้าง ถึงจึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมจึงมีกระแสต่อต้านรัฐบาลเต็มโลกโซเชียล 
    "เพราะคนไทยสมัยนี้มีความตื่นตัวทางการเมืองสูงและหาข้อมูลเก่ง จึงไม่ยอมให้ใครมาชี้นำและล้างสมองไม่ได้ง่ายๆ ด้วยการโฆษณาชวนเชื่อแบบในยุคสงครามเย็น ผบ.ทบ.หรือนายกฯ ก็อย่าไปหงุดหงิดและอย่าไปโทษความคิดของคนรุ่นใหม่ว่ามีเจตนาที่ไม่ดี แต่กองทัพและรัฐบาลต้องย้อนดูตัวเองด้วยว่า เป็นฝ่ายเติมเชื้อไฟของความขัดแย้งหรือเป็นตัวการสร้างความแตกแยกในสังคมเสียเองด้วยหรือไม่" ร.ท.สุณิสากล่าว 
      นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า เรากำลังอยู่ในระบอบที่พวกท่านบอกเองว่าคือ ประชาธิปไตย และตนไม่เห็นว่าพรรคการเมืองที่ท่าน ผบ.ทบ.กล่าวถึงจะใช้เฟคนิวส์ จริงเท็จอย่างไร ไม่อยากให้มีการกล่าวหาหรือโจมตีกันลอยๆ หากผิดจริงก็ขอให้ดำเนินตามกระบวนการทางกฎหมายที่เป็นธรรม ไม่อยากให้ใช้เรื่องเฟคนิวส์ทำลายความน่าเชื่อถือของอีกฝ่าย เราควรต่อสู้กันในเชิงหลักการอย่างสร้างสรรค์ การกล่าวเช่นนี้เหมือนเป็นการดูถูก ไม่เชื่อมั่นในวิจารณญาณของเด็กรุ่นใหม่ บางครั้งเด็กรุ่นใหม่อาจมีทักษะในการพิจารณาข้อมูลมากกว่าคนมีอายุด้วยซ้ำ 
    "ต้องขอบคุณท่าน ผบ.ทบ. ที่ยืนยันว่าจะไม่มีรัฐประหารเกิดขึ้นในยุคของท่าน แม้อดีตจะเคยมีผู้นำกองทัพบางท่านผิดคำพูดมาแล้วก็ตาม อยากย้ำเตือนท่าน ผบ.ทบ. อย่าลืมว่าหน้าที่ของทหารและกองทัพ คือการปกป้องประชาชนทุกคน โดยที่ไม่เลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง รวมไปถึงการปกป้องสถาบันหลักของชาติด้วย ทหารจึงไม่ได้มีหน้าที่มาทำรัฐประหาร ท่านเดินมาถูกทางแล้ว ถึงเวลาที่ท่านต้องพาทหารกลับบ้าน กลับกรมกอง ส่วนหน้าที่บริหารประเทศ ขอให้เป็นหน้าที่หลักของฝ่ายการเมืองที่มีจากการเลือกตั้งของประชาชน วันนี้การเมืองต้องนำการทหาร เราต้องชูเรื่องเศรษฐกิจเป็นอันดับแรก ให้คนไทยอยู่ดีกินดี หากยังพูดถึงแต่เรื่องรัฐประหาร ก็คงส่อให้คนคิดได้ว่า กองทัพไทยก็จะกลายเป็นกองทัพที่เชยและล้าหลังที่สุดในประวัติศาสตร์แล้ว" นายรยุศด์กล่าว
เดินหน้าแคมเปญแก้ รธน.
    นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่ 7 พรรคฝ่ายค้านเสนอแก้แล้วธรรมนูญโดยตั้ง ส.ส.ร. ขึ้นทำให้เสร็จใน 240 วัน ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เกิดขึ้นมาด้วยการทำประชามติ คิดว่าก่อนที่จะตั้ง ส.ส.ร.ขึ้นมา เราควรจะทำประชามติก่อนดีกว่า ว่าเห็นควรจะให้มีการแก้ไขหรือไม่ แก้ตรงไหน แก้อย่างไร ถามประชาชนก่อนถ้าทุกคนเห็นตรงกันว่าให้แก้ก็ตาม ส.ส.ร.ขึ้นมา แต่ทำให้เสร็จภายใน 240 วันนั้น คิดว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะด้วยกฎระเบียบและกติกาในปัจจุบันคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องยาก พรรคชาติไทยพัฒนาไม่ขัดขวาง เราอยากฟังเสียงประชาชนก่อน เราหนุนให้ทำประชามติก่อนแก้ โอเคทุกคนเห็นตรงกัน แก้อย่างไร เอาไงเอากัน
     นายปิยบุตร แสงกนกกุล กล่าวถึงกรณีนายวราวุธเสนอทำประชามติถามประชาชนก่อนว่าต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ ว่าเรื่องนี้ไม่มีปัญหา เพียงแต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนไว้ว่า ในท้ายที่สุดถ้าแก้รัฐธรรมนูญในเรื่องใหญ่ เช่น แก้วิธีการแก้ หรือแก้เพื่อไปทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ มันต้องไปจบที่ประชามติอยู่ดี ในเบื้องต้นทางพรรคอนาคตใหม่และพรรคร่วมฝ่ายค้านเพียงต้องการเริ่มต้นแคมเปญขึ้นมาเพื่อหาฉันทามติของสังคมให้ได้ว่าประเทศไทยพร้อมหรือยังที่จะเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ร่วมกัน จึงใช้ชื่อโครงการว่า “ทวงคืนอำนาจการจัดทำรัฐธรรมนูญของประชาชน” ส่วนจะเขียนในรูปแบบใดนั้น เป็นเวทีที่เปิดกว้างสามารถพูดคุยกันได้
    ที่ จ.บุรีรัมย์ นายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ ผู้ประสานงานพรรคอนาคตใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ในฐานะตัวแทนพรรค อนค. ได้เปิดการประชุมสัมมนาเรื่อง “จินตนาการใหม่ ข้อตกลงใหม่ รัฐธรรมนูญใหม่ ประเทศไทยแบบไหนที่เราอยากอยู่ร่วมกัน” โดยมีผู้ร่วมงานประมาณ 50 คน  ซึ่งมีการติดริบบิ้นสีเขียวที่ข้อมือของผู้ร่วมสัมมนาทุกคนด้วย ที่ โรงแรมเอ็นพี โฮเทล ต.ชุมเห็ด อ.เมืองฯ จ.บุรีรัมย์
    นายปิยรัฐกล่าวว่า ทางพรรคมีนโยบายในการผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 วันนี้มาให้ความรู้ ข้อมูลในแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามเส้นทางที่พรรคอนาคตใหม่วางแผนไว้ ซึ่งได้รับความสนใจจากกลุ่มการเมืองและประชาชนในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ส่วนแนวทางของพรรค อนค.จะมีการเดินทางมาสนับสนุนรณรงค์ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามจังหวัดต่างๆ ซึ่งจะมีงานใหญ่ในวันที่ 7-8 กันยายน 2560 ที่ จ.ขอนแก่น และ จ.มหาสารคาม โดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค จะเดินทางมาเป็นประธาน
         ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก่อให้เกิดปัญหามากมาย ได้เคยกล่าวไว้ตั้งแต่ก่อนทำประชามติ แต่ก็ไม่ง่ายเลยที่จะสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ แม้ ส.ส.จะพยายามเท่าใด ด้วยติดล็อกเรื่องสมาชิกวุฒิสภา 1 ใน 3 ที่ต้องเห็นชอบในการแก้รัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องที่ยากมาก ต้องสร้างฉันทานุมัติของประชาชนทำให้เกิดกระแสทำให้คนไทยทุกคนเชื่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือทางออกประเทศ คือวิธีแก้ไขปัญหาวิกฤติชาติ เมื่อเกิดฉันทามติของประชาชนโดยทั่วไปแล้ว ส.ว.ก็คงยากที่จะต้านทานกระแสประชาชนได้ หากต้านทานก็เหมือนเป็นผู้ขัดขวางการแก้ไขวิกฤติของประเทศ
    ที่วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางไปทำบุญเนื่องในวันคล้ายวันเกิดอายุ 74 ย่าง 75 ปี เป็นการส่วนตัวร่วมกับครอบครัว จากนั้นเวลา 07.30 น. ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร.1 ทม.รอ.) มีบุคคลสำคัญและนายทหารชั้นผู้ใหญ่นำกระเช้าของขวัญและช่อดอกไม้เดินทางมาอวยพร อาทิ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา, พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.วีรชัย อินทุโศภน รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด (รองผบ.ทสส.), พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร สมาชิกวุฒิสภา, พล.อ.เทพพงษ์ ทิพยจันทร์ สมาชิกวุฒิสภา, พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร อดีต รมช.กลาโหม, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร., พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. 
    โดยภายในมูลนิธิมีการออกร้านอาหารไว้รองรับคนที่มาร่วมงานเป็นการภายใน ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปทำข่าว ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้อวยพรวันเกิดล่วงหน้าเมื่อวันที่ 10 ส.ค. พร้อมทั้งรับประทานอาหารค่ำร่วมกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
    พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า วันนี้ของดสื่อมวลชนไม่ให้ทำข่าว เพราะไม่ได้จัดงานอะไรเป็นพิเศษ. 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"