'กันต์'รับมีเหวอ เจอ'เจ้าขุน'แย่งไมค์บนเวที


   

 

          กลายเป็นกระแสดราม่าชุดใหญ่ สำหรับเวที 10Fight10 ที่ออกอากาศทางช่องเวิร์คพอยท์ โดยมีนักร้องรุ่นใหญ่ เจ-เจตริน วรรธนะสิน เป็นโปรโมเตอร์ ซึ่งสาเหตุของชนวนปัญหาเกิดขึ้นที่คู่สุดท้าย ระหว่าง เจ้าขุน จักรภัทร ลูกชายคนกลางของหนุ่มเจ และ แบงค์-ธิติ มหาโยธารักษ์ ซึ่งแบงค์สามารถเอาชนะน็อกเจ้าขุนได้ในยกที่ 2
          และในจังหวะที่การแข่งขันเสร็จสิ้น เจ้าขุนได้แย่งไมค์มาจากมือของ กันต์ กันตถาวร ซึ่งรับหน้าที่พิธีกรอยู่ แถมยังชูนิ้วกลางบนเวทีอีกด้วย จนหลายฝ่ายมองว่าเจ้าขุนทำตัวไม่เหมาะสม ไม่มีน้ำใจเป็นนักกีฬา ด้านหนุ่มกันต์ ก็ได้ออกมาแจงถึงปมดราม่าดังกล่าว โดยระบุว่างานนี้เจ้าขุนทำไม่ถูกเรื่องแย่งไมค์บนเวที แต่ไม่ขอพูดประเด็นชูนิ้วกลาง เพราะไม่ได้เห็นเองกับตา  เชื่อเจ เจตริน มีความเป็นมืออาชีพ
          “ผมก็เห็นดราม่าทั้งหมด ผมว่าเดี๋ยวคงมีการออกมาพูดคุยกันเอง อยากให้แต่ละฝ่ายเป็นคนพูดกันเอง ผมไม่อยากพูดแทนใครเลย เพราะผมเชื่อว่าตอนนี้ทุกคนมีความเครียด แต่ผมขอพูดในมุมที่เป็นพิธีกรและมุมของเวิร์คพอยท์ก็แล้วกันครับ ว่าเราทำได้ดีที่สุด ณ ขณะนั้นแล้วจริงๆ เราไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้ แต่ผมไม่ได้ถือว่ามันเป็นข้อผิดพลาดอะไรนะเพราะมันคือรายการสด ผมทำได้ดีที่สุดแล้ว และทีมงานทำได้ดีที่สุดแล้ว
          คนชมว่าผมแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี ก็ได้อ่านในทวิตเตอร์เหมือนกัน ถ้าเป็นคนนั้นคนนี้จะต้องไม่อย่างนั้นอย่างนี้แน่เลย ผมเชื่อว่าจริงๆ ถ้าเป็นรายการสด ณ ขณะนั้นมันจะอัตโนมัติคุณจะต้องคิดเอง ผมใช้คำว่าแลนดิ้งแล้วกัน เราอยากจะไปลงจอดตรงไหน แต่ละคนจะมีวิธีการกระทำที่แตกต่างกัน แต่จุดหมายปลายทางมันต้องแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ออกมาดีที่สุด เพราะคนอื่นอาจจะไม่ทำแบบผม อาจจะดีกว่าผมก็ได้เพื่อก่อให้เกิดมวลที่ดีกว่านี้ ผมทำได้เท่านั้นจริงๆ ถ้าถามว่าผมเป็นห่วงเจ้าขุนไหม เป็นห่วงมาก ผมอยากจะลงรูปกับน้องว่าไม่ต้องคิดมากนะ กลัวจะเป็นดราม่าอีก แต่สุดท้ายไม่มีใครหมางใจกับใคร แบงค์กับเจ้าขุนเป็นเพื่อนกัน ทุกคนรักกันดี

 


          เรื่องที่น้องแย่งไมค์ไปจากมือผม คือเจตนาดีแต่การกระทำผมก็กล้าพูดว่าไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นผมว่าน้องได้เรียนรู้แล้ว ผมไม่จำเป็นต้องไปพูดต่อว่า น้องสามารถรับรู้ได้ด้วยตัวเอง เพียงแต่ว่าด้วยการแสดงออกของน้อง น้องเป็นคนที่คิดเลยทำเลย เราจะเห็นได้ในทุกๆ อิริยาบถ อย่างเวลาจะพูดเขาก็จะพูดเลย คือไม่ใช่ว่าเป็นสิ่งไม่ดีนะ สุดท้ายแล้วประสบการณ์มันจะสอนน้องเองว่าอะไรดีอะไรไม่ดี มันต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองครับ
          ปีนี้ผมอายุ 34 แล้ว น้องเพิ่งอายุ 16 เอง เพราะฉะนั้นน้องยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องเรียนรู้ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้างในการอยู่ตรงนี้ เจ้าขุนเพิ่งก้าวขามาขาเดียวในวงการเอง เขายังไม่ได้มีประสบการณ์อะไรมากนัก เพราะฉะนั้นผมว่ามันเป็นสิ่งที่น้องจะต้องเรียนรู้ ผมว่าเรื่องนี้น้องรู้แล้ว และผมว่าครอบครัวของน้องก็รู้แล้ว ไม่มีใครอยากทำอะไรไม่ดีออกมาให้ประชาชนมานั่งว่าหรอก คือผมก็ไม่ได้ปกป้องน้อง ถ้าให้ผมได้พูดกับน้อง ผมจะบอกว่า โอเค คุณรู้แล้วว่าไม่ถูกต้องและไม่ต้องพูดกันเยอะด้วย เพียงแต่ว่าน้องไม่ได้มีเจตนาไม่ดีเท่านั้นเองครับ
          เจ้าขุนได้มาขอโทษผมไหม เขาก็ขอโทษบนเวทีแล้วนะ ผมนั่งดูย้อนอยู่หลายครั้งมาก กลับบ้านไปแล้วภรรยาบอกว่า ดราม่าเต็มไปหมดเลย คนว่าน้องเต็มเลยที่แย่งไมค์ เอาจริงๆ ผมก็แก้สถานการณ์ไปแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นถ้าผมปล่อยนิ่ง ขุนจะดูแย่มาก ก็ต้องเล่นให้มันดูตลกไป ไมค์หายไปไหนวะ ไม่ได้มีเจตนาจิกกัดอะไรน้องเลย ในตอนนั้นยอมรับว่าเหวอจริงๆ ตอนนั้นต้องประมวลผลเพราะมันคือรายการสด เราจะทำยังไงต่อให้มวลทั้งหมดมันสามารถดำเนินต่อไปได้ เพราะสิ่งที่ต้องทำต่อไปคือการประกาศผล การพูดขอบคุณสปอนเซอร์ ทุกสิ่งทุกอย่างมันไม่สามารถหยุดตรงนั้นได้ ไม่สามารถคัตแล้วเอาใหม่ได้ มันอยู่ที่ผมเท่านั้น
          ที่บอกว่าพี่เจเป็นคนจัด ลูกจะทำอะไรก็ได้ ผมว่าพี่เจไม่ได้คิดแบบนั้นแน่นอน ผมไม่ได้ปกป้องพี่เจ ในฐานะโปรโมเตอร์หรือในฐานะพี่ชายอะไรก็แล้วแต่ คือผมต้องบอกก่อนว่ารายการนี้เกิดขึ้นเพราะพี่เจ บริษัท เจมีดี กับ เวิร์คพอยท์ ได้ร่วมมือกันทำรายการนี้ขึ้นมา เรื่องรายละเอียดผมไม่ขอลงลึกเป็นเรื่องของผู้ใหญ่คุยกัน เพียงแต่ว่ามันไม่ใช่ใครจะทำอะไรก็ได้ในรายการไหน และผมว่าพี่เจไม่ใช่คนไม่ใช่มืออาชีพ เขารู้อยู่แล้วว่ามันควรจะทำอะไร เพียงแต่ว่าเขาพูดเกริ่นมาแล้วนะ อันนี้ในฐานะโปรโมเตอร์ อันนี้ในฐานะพ่อ ผมว่าพี่เจเขารู้อยู่แล้วครับ มันไม่ใช่หรอกว่านี่รายการฉัน ฉันจะทำอะไรก็ได้ คือผมว่าเขาเป็นมืออาชีพอยู่แล้วครับ

 


          เรื่องเข็มขัดก็ไม่ได้เกินครับ อันนี้จะได้กระจ่างกัน ถ้าจำได้คือจะมีรางวัลหนึ่งที่ผมต้องมอบให้พี่หลุยส์ พงษ์พันธ์ และพี่เจสัน ยัง แต่พี่เจสัน ยังไม่ได้มารับ เพราะฉะนั้นก็เป็นทีมงานที่มารับแทน คืออยู่ที่ทีมไวท์แล้ว แต่พอไม่ได้มารับ พูดง่ายๆ คือยังไม่มีใครถือ ยังอยู่ในมือของทีมงาน พี่เจเขาก็พูดว่าในฐานะพ่อนะ ขุนมานี่ลูก คือมันเป็นมวลน่ารักแบบนั้นมากกว่า แต่มันคงอยู่ที่การตีความของเรามั้ง อันนี้ผมไม่ทราบ ผมขอไม่พูดแทนใครละกันนะครับ ผมพูดในฐานะพิธีกรและตัวแทนของรายการ 10 FIGHT 10 ละกันครับว่ามวลทั้งหมดพี่เจเป็นโปรเฟชชั้นนอลมากเพียงพอ  ผมกับทีมงานทุกคนก็พยายามทำออกมาให้ดีที่สุด ณ ขณะหนึ่งที่ผมมีแรง มีสมอง มีสติจะทำได้ และผมไม่เสียใจเลย ณ ข้อผิดพลาดอะไรที่เกิดขึ้นก็แล้วแต่ เพราะมันคือรายการสด ณ ขณะนั้น
          กรณีที่เจ้าขุนโชว์นิ้วกลาง ผมเห็นในทวิตเตอร์ แต่ผมไม่เห็นภาพเหตุการณ์ ณ ตอนนั้นจริงๆ เพราะผมทำหน้าที่พิธีกรอยู่ ผมเห็นจากการครอปในทวิตเตอร์ว่ามันเกิดสิ่งนั้นขึ้นจริงๆ แต่ผมไม่รู้ว่ามวลที่น้องทำ ณ ตอนนั้น มันคือมวลอะไร ขออนุญาตไม่พูดแทนน้อง ผมเชื่อว่าน้องอยากจะออกมาพูดเอง กับพี่เจหลังจากนี้ ก็คุยกันเป็นปกติอยู่แล้วครับ ต่อให้ไม่ทำรายการนี้ร่วมกัน เขาเป็นคนชอบรถ ชอบนาฬิกา เราก็คุยกัน พอได้มาทำรายการนี้ ก็กลายเป็นสนิทกับลูกเขาเข้าไปอีก ไม่มีเรื่องอะไรบาดหมางแคลงใจหรืออะไรกัน “

 

 

 

 


ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม @kankantathavorn @jjaokhun และอินเตอร์เน็ต


อุ่นหนาฝาคั่ง...แน่นซอย ไทยโพสต์ ครบรอบ ๒๓ ปี ย่างเข้าปีที่ ๒๔ ยังได้รับความรัก จากกัลยาณมิตรมากมาย เหมือนเช่นเคย ขอบคุณกันไม่หมด ทั้งจากภาคธุรกิจ ราชการ ฝ่ายการเมือง

'๒๑ ตุลา' สำนึกย้อน 'สำนึกไทย'
'ทอน' ไม่รู้! แล้วจะรอดหรือ
ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓
อย่าให้ฝ่ายแค้นแหกตา