ตร.เร่งคดีดีเจภูมิ เจอ5ข้อหาถึงคุก


   


    ตำรวจขอเวลาไม่เกินอาทิตย์ออกหมายเรียก "ดีเจภูมิ" กับพวก เข้าไปตกปลาในเขตอุทยานฯ หมู่เกาะชุมพร เผยถูกแจ้งดำเนินคดี 5 ข้อหา โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หัวหน้าอุทยานเตือนเหล่าคนดัง จะทำอะไรศึกษากฎหมายให้ดี แม้ไม่อยู่ในเขตอุทยานก็ยังมีกฎหมายอื่นควบคุม
    พ.ต.ท.วรวิทย์ เจริญศุภผล รอง ผกก.สส.รักษาราชการแทน ผกก.สภ.ปากน้ำชุมพร ชี้แจงเมื่อวันที่ 14 สิงหาคมนี้ ว่าตามที่เจ้าพนักงานกรมอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรนำหลักฐานเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อนายภูมิใจ ตั้งสง่า หรือ “ดีเจภูมิ” กับพวกรวม 7 คน ร่วมกันกระทำความผิดในเขตอุทยานแห่งชาติ ทั้งหมด 5 ข้อหา ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน
    คดีนี้หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า หรือ “ชุดพญาเสือ” ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนตามคลิปยูทูบที่มีนายภูมิใจ ตั้งสง่า อายุ 40 ปี หรือ “ดีเจภูมิ” คนดังแห่งวงการบันเทิง พร้อมกับพวกรวม 7 คน นำเรือสปีดโบ๊ตไปตกปลาทำรายการออกทางช่องยูทูบ ในพื้นที่อนุรักษ์สัตว์น้ำเขตหวงห้ามบริเวณอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร พื้นที่ ต.ปากน้ำชุมพร อ.เมือง จ.ชุมพร หลังตรวจสอบหลักฐานตามคลิปปรากฏมีความผิดชัดเจน เจ้าหน้าที่จึงได้นำหลักฐานไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.ปากน้ำชุมพร ตามความผิด พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504  
    พ.ต.ท.วรวิทย์กล่าวว่า ทั้ง 5 ข้อหา ตามความผิด พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาตินั้น มีตั้งแต่การเข้าไปล่าสัตว์ การนำสัตว์ออกไป การนำอุปกรณ์เครื่องมือล่าสัตว์เข้าไป และการเข้าไปในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีโทษทั้งจำทั้งปรับ โทษปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท ส่วนโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ซึ่งคาดว่าไม่เกิน 7 วัน จะสามารถออกหมายเรียกให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดมารับทราบข้อกล่าวหาได้ ขณะนี้ยังไม่มีใครมาแสดงตัวหรือติดต่อมาที่พนักงานสอบสวนแต่อย่างใด
    ด้านนายรักพงษ์ บุญย่อย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร กล่าวว่า หลังได้รับการร้องเรียนตามคลิปจากยูทูบที่มีดีเจภูมิกับพวกเข้าไปลักลอบล่าสัตว์น้ำในเขตอนุรักษ์พื้นที่อุทยานแห่งชาติ ก็ได้ให้เจ้าหน้าที่ออกสืบหาข่าวจนทราบว่าเป็นเรือสปีดโบ๊ตของใคร จากนั้นได้นำภาพไปเปรียบเทียบตามจุดต่างๆ ในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ซึ่งก็พบว่าดีเจภูมิกับพวกได้บุกรุกเข้าไปลักลอบล่าสัตว์น้ำในเขตอนุรักษ์อย่างชัดเจนในบริเวณเกาะละวะ เกาะแรด เกาะหลักง่าม เกาะกะโหลก ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้วางทุ่นแสดงอาณาเขตไว้อย่างชัดเจน จึงได้นำหลักฐานทั้งหมดเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อตำรวจ สภ.ปากน้ำชุมพร     
    "ขอฝากเตือนไปยังนักทำรายการ นักจัดกิจกรรมต่างๆ และคนดังทั้งหลาย ที่จะทำกิจกรรมใดๆ ต้องศึกษาข้อมูลในพื้นที่นั้นๆ ให้ดีเสียก่อน หรือสอบถามหน่วยงานเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะตามเกาะต่างๆ ในท้องทะเล แม้จะอยู่นอกเขตอุทยานแห่งชาติ แต่ก็ยังมีกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องบังคับใช้อยู่ จึงต้องศึกษาและรู้ข้อมูลอย่างชัดเจน มิฉะนั้นอาจจะเป็นการเข้าไปกระทำความผิดตามกฎหมายได้" นายรักพงษ์กล่าว.


นี่คือ............ ความพยายามสร้าง "หลักฐานเทียม" เพื่อนำไปเสริมวาทกรรม "ประยุทธ์ทำอะไรก็ไม่ผิด" ของฝ่ายค้าน

วาทกรรม 'ไพร่' เพื่อพ่ายสภา
นวัตกรรม 'กล่องข้าวน้อยให้แม่'
ร้อยล้าน ‘ศรัทธาบริการ’ บิณฑ์
'สารอันตรายกับสายน้ำท่วม'
'เส้นทาง ๒ มิติ' รอ.ธรรมนัส
เฉพาะกับ "พระมหากษัตริย์"