ฟ้องดิสนีย์แลนด์เซี่ยงไฮ้สองมาตรฐาน ห้ามนำอาหารเข้า


   

นักศึกษากฎหมายชาวจีนยื่นฟ้อง "ดิสนีย์" ต่อศาลนครเซี่ยงไฮ้ กล่าวหาบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านความบันเทิงของสหรัฐว่า "สองมาตรฐาน" เหตุจากสวนสนุกดิสนีย์แลนด์เซี่ยงไฮ้ไม่อนุญาตให้ลูกค้านำอาหารเข้าไป แต่บังคับให้ซื้ออาหารข้างในที่มีราคาแพง

ปราสาทเจ้าหญิงภายในดิสนีย์แลนด์เซี่ยงไฮ้ / Disney

    คดีฟ้องร้องของนักศึกษากฎหมายชาวจีนรายนี้เกิดขึ้นในช่วงยามที่สหรัฐกับจีนมีความบาดหมางกันหลายด้าน และสังคมออนไลน์ของจีนแสดงความสนับสนุนนักศึกษาหญิงรายนี้อย่างกว้างขวาง คำฟ้องของโจทก์ที่กล้าท้าทายบริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐกล่าวโทษสวนสนุกดิสนีย์แลนด์เซี่ยงไฮ้ว่าใช้วิธีปฏิบัติแบบสองมาตรฐาน เพราะข้อห้ามดังกล่าวนี้ไม่ได้ใช้กับสวนสนุกของดิสนีย์ในสหรัฐหรือในยุโรป

    นักศึกษาสาวแซ่หวัง ผู้เป็นโจทก์ กล่าวว่า เธอโดนละเมิดสิทธิ หลังจากถูกห้ามนำอาหารที่เธอเตรียมมาเอง เข้าไปภายใน ทำให้เธอต้องซื้ออาหารในสวนสนุกที่มีราคาแพง

    แฮชแท็กภาษาจีนในเว็บไซต์ เว่ยป๋อ ที่เป็นเหมือนทวิตเตอร์ในแบบฉบับของจีน ที่ว่า "ดิสนีย์โดนฟ้องฐานห้ามนำอาหารและเครื่องดื่มเข้า" มีผู้เข้าชมมากกว่า 600 ล้านครั้งและมีผู้ให้ทัศนะหลายแสนทัศนะ

    หวังกล่าวกับสื่อออนไลน์ เดอะเปเปอร์ ว่ามีหลายคนที่รู้สึกแบบเดียวกันว่าสิทธิของพวกเขาถูกละเมิด แต่พวกเขาไม่ยอมฟ้องร้องเพราะต้องใช้เวลา ในฐานะที่เธอเป็นนักศึกษากฎหมาย จึงถือว่าเป็นหน้าที่ของเธอ

    บริษัท ดิสนีย์ กล่าวกับสถานีซีซีทีวีว่า กฎนี้สอดคล้องกับสวนสนุกส่วนใหญ่ในจีนและสวนสนุกของดิสนีย์แห่งอื่นๆ ในเอเชีย

    เอเอฟพีรายงานว่า ดิสนีย์แลนด์ในโตเกียว, ฮ่องกง และเซี่ยงไฮ้ ต่างไม่อนุญาตให้ลูกค้านำอาหารเข้าไปเอง แต่ดิสนีย์แลนด์ในสหรัฐและปารีสอนุญาตให้ลูกค้านำอาหารจากภายนอกเข้าไปได้ ผู้ใช้เว่ยป๋อรายหนึ่งกล่าวว่า กฎของดิสนีย์เป็นตัวอย่างของความสองมาตรฐานและการเลือกปฏิบัติต่อเอเชีย

    ส่วนพีเพิลส์เดลี กระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์ กล่าวว่า จำเป็นต้องปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของผู้บริโภค พร้อมตั้งคำถามว่าทำไมต้องสองมาตรฐานระหว่างเอเชียกับยุโรป.


อู่ฮั่น เจียโหยว! อู่ฮั่น สู้..สู้! ครับ...ให้กำลังใจพี่น้องจีนที่อู่ฮั่นแล้ว ก็ต้องให้กำลังใจทีมไทย "หน่วยปฏิบัติการเด็ดชีพโคโรนาสายพันธุ์ใหม่" ของเราด้วย ประกอบด้วย

ผู้พิพากษา 'พิพากษา' รัฐบาล
การตั้งรับ 'ไวรัส' ของรัฐบาล
สัญญาณ 'ล้างบาง' ตำรวจ
ทำไมต้อง "กดบัตรแทนกัน"?
แรงจูงใจของอาชญากร
ที่ไม่ได้วินิจฉัย 'ใช่ว่าไม่ผิด'