อสังหายังลงทุน


   

 

          ในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 นี้ เศรษฐกิจไทยจะเติบโตอย่างยั่งยืนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับแนวโน้มการลงทุนในระยะต่อไป ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำกว่าศักยภาพ ส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากการลงทุนที่หายไป แต่การฟื้นตัวของภาคการส่งออกและการบริโภคภาคเอกชนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ที่ภาคเอกชนต่างเฝ้ารอดูเริ่มเป็นรูปธรรมมากขึ้น ได้ช่วยจุดเครื่องยนต์การลงทุนภาคเอกชนให้ติดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

                อย่างไรก็ตาม แม้เศรษฐกิจของไทยยังคงผันผวนตามเศรษฐกิจโลก แต่ถ้ากล่าวถึงในภาพรวมของการลงทุนของธุรกิจเอกชน โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์แล้วยังคงเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง และพร้อมมีการปรับตัวให้เท่าทันต่อสถานการณ์ที่เปิดขึ้นในปัจจุบัน เรามาดูกันว่าผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์มีแผนอย่างไรกันบ้างในช่วงของครึ่งหลังปี 2562

                เริ่มกันที่ บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) โดย นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ กล่าวถึงการลงทุนในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 นี้ โดยให้มุมมองว่า แม้ภาพรวมของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครึ่งปีแรกจะมีหลายปัจจัยทั้งเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว หรือมาตรการควบคุมภายในประเทศที่กระทบบรรยากาศการซื้อขาย แต่เอพีเชื่อว่าดีมานด์ลูกค้าที่มองหาที่อยู่อาศัยยังมีอยู่ แต่เป็นดีมานด์ที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น ‘โลเคชั่น’ ‘แบบบ้าน’ และ ‘แพ็กเกจราคา’ ต้องใช่ถึงตัดสินใจซื้อ

                ดังนั้นความท้าทายของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ในวันนี้คือการพัฒนาทั้งรูปแบบและแพ็กเกจราคา บนพื้นฐานความต้องการจริงและความสามารถในการผ่อนชำระของลูกค้า ในส่วนของการลงทุนในครึ่งปีหลัง บริษัทจะยังคงดำเนินงานตามแผนที่วางไว้ เปิดตัว 23 โครงการใหม่ มูลค่า 27,265 ล้านบาท โดยไฮไลต์ครึ่งปีหลัง เอพีมุ่งสร้างมาตรฐานใหม่ของการพัฒนาที่อยู่อาศัย พร้อมบุกตลาดทั้งแนวราบและแนวสูง ภายใต้พันธกิจสำคัญคือ ตอบโจทย์และเติมเต็มการมอบคุณภาพชีวิตแก่คนในสังคมให้เป็นผลสำเร็จ

                 ด้าน นายธนพล ศิริธนชัย ประธานอำนวยการ บมจ.แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (GOLD) กล่าวถึงภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 โดยมองว่าสถานการณ์ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงต้องจับตามองปัจจัยที่มีความเสี่ยงต่อธุรกิจ และยังคงต้องรอนโยบายกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์จากรัฐบาลใหม่ที่กำลังจัดตั้งจากปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ ทำให้บริษัทต้องทำการตลาด และวางแผนการขายอย่างรัดกุมมากขึ้น

                อย่างไรก็ตาม ในปี 2562 นี้บริษัทยังคงเดินหน้าตามแผนที่ตั้งเป้าเป็นปีแห่งการเก็บเกี่ยวความสำเร็จ ซึ่งในปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายมีรายได้รวม 19,800 ล้านบาท เติบโต 14% แบ่งเป็นรายได้จากโครงการแนวราบ 18,000 ล้านบาท รายได้จากโครงการเชิงพาณิชย์ 1,800 ล้านบาท จากอาคารปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ สาทรสแควร์ เอฟวายไอ เซ็นเตอร์ และสามย่านมิตรทาวน์ที่เตรียมรับรู้รายได้จากการเปิดให้บริการในช่วงเดือนกันยายน 2562

                นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) เปิดเผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งหลังปี 2562 ว่า บริษัทยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 3 มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ มูลค่ารวม 12,500 ล้านบาท ไตรมาส 4 เปิดโครงการใหม่มู ลค่ารวม 7,000-8,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามแผนที่จะมีการพัฒนาโครงการใหม่ มูลค่ารวม 27,000 ล้านบาท

                นอกจากนี้บริษัทยังคงมีวิสัยทัศน์ภายใต้แนวคิดลูกค้าเป็นจุดศูนย์กลาง โดยเฉพาะความต้องการของผู้บริโภคที่มีความหลากหลาย บริษัทจึงได้พัฒนาสินค้าให้มีความเป็นสมาร์ทโพรดักส์ รวมถึงการให้บริการที่เป็นเลิศเพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าให้ได้รับความสะดวก ทั้งนี้ จึงได้พัฒนาฟังก์ชั่นเพื่อให้บริการใหม่ๆ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

                ปิดท้ายกันที่ นายธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ (ALL) เปิดเผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 ว่า บริษัทยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะมีโครงการสร้างเสร็จใหม่ จำนวน 3 โครงการ มูลค่าโครงการกว่า 5,000 ล้านบาท สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้รวม 1,692 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% และมีกำไรสุทธิ 213 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48 ล้านบาท หรือคิดเป็น 29% และกำไรขั้นต้นรวม 628 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น  38%

                อย่างไรก็ตาม แม้เศรษฐกิจไทยจะผันผวนตามเศรษฐกิจโลก แต่การลงทุนของภาคเอกชนก็ยังเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่คอยขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไปได้. 

ศรยุทธ เทียนสี


เก็บมาเล่า..... วันเสาร์ที่ผ่านมา มีคนบอกว่า โลกหมุนรอบ "ธนาธร-ปิยบุตร" เพราะ ๒ คนนี้คือผู้นำเหล่านักรบต่อสู้กับเผด็จการ เป็นผู้กอบกู้ประชาธิปไตยจากรัฐบาลสืบทอดอำนาจทหาร

แล้ว 'ทอน' จะรู้ว่าผิดอะไร
"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!