ม็อบฮ่องกงถอยตั้งหลัก สนามบินขอศาลคุ้มครอง จีนบี้ฟันก่อการร้าย


   

ผู้ประท้วงชาวฮ่องกงยอมถอย หลังเกิดเหตุปะทะรุนแรงเมื่อคืนวันอังคารมีนักข่าวและชาวจีนถูกทำร้าย รัฐบาลปักกิ่งประณามไม่ต่างก่อการร้าย จี้ลงโทษให้หนัก การท่าฮ่องกงขอคำสั่งศาลคุ้มครอง เที่ยวบินกลับมาให้บริการได้ในวันพุธ ผู้ประท้วงแถลงขอโทษ รับต้องปรับกลยุทธ์ใหม่

สภาพภายในอาคารผู้โดยสารของสนามบินฮ่องกง ภายหลังผู้ประท้วงถอนตัวและเที่ยวบินกลับมาให้บริการได้ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2562 / AFP

    สนามบินฮ่องกงกลับมาเปิดให้บริการได้ตามปกติแล้วเมื่อเช้าวันพุธที่ 14 สิงหาคม 2562 โดยยังเหลือผู้ประท้วงอยู่ภายในสนามบินไม่กี่สิบราย แต่ยังมีบางเที่ยวบินมีปัญหาต้องเลื่อนหรือยกเลิก ที่เคาน์เตอร์เช็กอินผู้โดยสารนับพันคนต่อแถวยาวด้วยความเหนื่อยล้า หลังจากสนามบินนี้ระงับบริการเมื่อวันจันทร์และอังคาร

    สถานการณ์ที่คลี่คลายลงเกิดขึ้นหลังจากการปะทะรุนแรงเมื่อคืนวันอังคาร ซึ่งทำให้ผู้สื่อข่าวจีนของหนังสือพิมพ์โกลบอลไทม์ 1 คน และนักท่องเที่ยวชาวจีน 1 คน ถูกทำร้ายร่างกาย สำนักงานกิจการฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ของรัฐบาลจีนแถลงประณามเมื่อวันพุธว่า การก่ออาชญากรรมของผู้ประท้วงชาวฮ่องกงไม่ต่างจากการก่อการร้าย และระบุว่าการก่ออาชญากรรมรุนแรงถึงขีดสุดนี้จะต้องถูกลงโทษขั้นหนักตามกฎหมาย

    สนามบินฮ่องกงได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดกว่าปรกติ ทางเข้าหลายจุดถูกปิด มีตำรวจเดินลาดตระเวน และเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารระบุตัวตนของนักเดินทาง โดยจะอนุญาตให้ผู้โดยสารที่มีบอร์ดดิงพาสหรือใบผ่านขึ้นเครื่องบินภายใน 24 ชั่วโมง เข้าไปได้เท่านั้น การท่าฯ ยังได้คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวจากศาล ที่ไม่อนุญาตให้มีการขัดขวางการดำเนินการของสนามบินโดยเจตนาและผิดกฎหมาย ผู้ที่จะเข้าร่วมชุมนุมหรือการประท้วงจะไม่อนุญาตให้เข้าไปภายในสนามบิน เว้นแต่พื้นที่ที่การท่าจัดไว้ให้

    ผู้ประท้วงบางส่วนได้แสดงความเสียใจที่เกิดการปะทะเมื่อคืน หนุ่มวัย 22 ปีที่เป็นนักเคลื่อนไหวแถวหน้าของการประท้วงบอกว่า พวกเขาจำเป็นต้องประเมินยุทธศาสตร์กันใหม่เพื่อต่อสู้ต่อไป พวกเขาไม่ได้พยายามโค่นล้มรัฐบาลหรือตัดขาดจากจีน แต่กำลังต่อสู้เพื่อสิทธิของพวกเขา ประชาธิปไตยคือคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้โดยเป็นส่วนของหลัก หนึ่งประเทศ สองระบบ

    ภายในสนามบินมีแถลงการณ์ขอโทษติดไว้ด้วย โดยผู้ประท้วงให้คำมั่นว่าจะอนุญาตให้ผู้โดยสารเดินทางออกไปได้, จะช่วยเหลืองานของหน่วยแพทย์ และจะไม่ขัดขวางการทำงานของสื่อมวลชน ผู้ประท้วงกล่าวว่าพวกเขาไม่กลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับปัญหาตรงๆ แต่กลัวว่าจะสูญเสียการสนับสนุนการเคลื่อนไหวทั้งหมดเพียงเพราะความผิดพลาดและคนอื่นๆ เลิกล้มการต่อสู้

    รายงานกล่าวว่า ความวุ่นวายเมื่อคืนนั้นเริ่มต้นเมื่อผู้ประท้วงกลุ่มหนึ่งควบคุมตัวชายชาวจีนไว้นานราว 2 ชั่วโมงและทำร้ายร่างกายเขา ก่อนที่เขาจะถูกพาตัวขึ้นรถพยาบาล ตำรวจปราบจลาจลใช้สเปรย์พริกไทยและไม้ตะบองขับไล่ผู้ประท้วงที่ขัดขวางรถตำรวจขณะพยายามคุ้มกันรถพยาบาลคันนี้ออกจากอาคารผู้โดยสาร ชายอีกคนซึ่งสวมเสื้อกั๊กสีเหลืองของสื่อ โดนรุมแล้วใช้เชือกพลาสติกรัดข้อมือไว้ คนกลุ่มเล็กๆ ทุบตีเขาโดยกล่าวหาว่าเขาเป็นสายลับจีน ยังมีอีกเหตุการณ์ที่ผู้ประท้วงกลุ่มหนึ่งล้อมตำรวจนายหนึ่งแล้วทุบตีเขา จนกระทั่งตำรวจดึงปืนออกมาแล้วเล็ง ผู้ประท้วงกลุ่มนี้จึงหยุด แต่ตำรวจไม่ได้ลั่นไก.


ผมผิดอะไร?...........ฟัง "ทอน" แถลงข่าวก็ได้ข้อสรุปไม่ใช่เรื่อง "อยู่เป็น" หรือ "อยู่ไม่เป็น" แล้วล่ะ        อยู่ไปก็ไลฟ์บอยซะมากกว่า 

"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว