โยนผู้ตรวจฯสางปมถวายสัตย์


   

  “บิ๊กตู่” ลั่นไม่ไปตอบกระทู้สดในสภา  อ้างเข้าสู่กระบวนการผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว จะถูกหรือผิดไม่รู้ อย่าเอามาโจมตีกัน เดี๋ยวก็มีการตัดสิน ฝ่ายค้านเสียดายนายกฯ ไม่มาตอบ ข้องใจนายกฯ จัดทำคำถวายสัตย์ฯ มาเองผ่านแผ่นกระดาษ ยันจะยื่นอีกครั้งในฐานะ รมว.กลาโหม จ่อยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจศุกร์นี้  "สมศักดิ์" เชื่อ "บิ๊กป้อม" นั่งประธานยุทธศาสตร์ พปชร.คุมสมาชิกแก้ปัญหาเสียงปริ่มน้ำได้ "ส.ส.เต้" โชว์หล่อ ขอแบ่งเวลาอภิปรายให้ฝ่ายค้านอิสระด้วย

    เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 14 สิงหาคม ที่มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ถนนราชวิถี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา นำคณะรัฐมนตรีและคู่สมรส ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสา "เราทำความดี ด้วยหัวใจ" ช่วยเหลือผู้พิการทางสายตา ซึ่งถือเป็นนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และคู่สมรสคณะแรก ที่ได้ทำกิจกรรมจิตอาสากับผู้พิการทางสายตา
    โดยทันทีที่มาถึง นักเรียนโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ ของมูลนิธิฯ ได้เล่นอังกะลุงในเพลงใครหนอให้นายกฯ ฟัง โดยนายกฯ ได้ร่วมขับร้องเพลงไปด้วยอย่างอารมณ์ดี และกล่าวว่า ฟังเพลงนี้แล้วคิดถึงแม่น้ำตาจะไหล นอกจากนี้ นายกฯ ได้ขอเพลงค้างคาวกินกล้วย ขณะที่บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก จากนั้นนักเรียนได้ขับร้องเพลงประสานเสียงในบทเพลงพระราชนิพนธ์ "ยิ้มสู้" ซึ่งเป็นเพลงประจำโรงเรียนให้นายกฯ ฟัง พล.อ.ประยุทธ์จึงกล่าวว่า "ยิ้มหวานๆ ลูก ยิ้มเข้าไว้ ยิ้มสู้" ก่อนที่นายกฯ จะนำกล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ 
    จากนั้นนายกฯ กล่าวว่า ยินดีที่มาร่วมกันทำกิจกรรมจิตอาสา เพื่อถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นำมาซึ่งความปลาบปลื้มปีติให้กับตนและ ครม. รัฐบาลนี้มุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาประเทศ การบริหารราชการแผ่นดินที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ยินดีที่มีผู้บริจาค และทราบว่าภรรยาก็เป็นผู้บริจาคด้วย ขอเชิญชวนให้บริจาคเพิ่มเติมกันเข้ามาเยอะๆ ตามมูลนิธิต่างๆ ขอบคุณรัฐมนตรีและคู่สมรสทุกท่าน ในวันนี้มีผู้แทนจิตอาสาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มาร่วมงานด้วย และมีคณะทำงานที่มาร่วมกิจกรรม
    "พระองค์ท่านทรงสนพระทัย เพราะพระองค์ท่านตรัสกับผมเสมอมาว่าให้รัฐบาลทำหน้าที่ของรัฐบาลให้ดีที่สุด เพื่อประเทศชาติและประชาชน อาณาประชาราษฎร์ เหมือนที่พระองค์ท่านรับสั่งในพระปฐมบรมราชโองการ นั่นคือสุดยอดที่สุดในสิ่งที่เราต้องนำมาปฏิบัติ" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    นายกฯ กล่าวด้วยว่า "หลังจากได้ฟังเพลงยิ้มสู้ ผมก็ยิ้มสู้ ยิ้มทุกวัน อะไรที่เป็นประโยชน์ผมมีความสุข ผมไม่เอาตรงนั้นไปพันตรงนี้อีกต่อไป เพราะมันทำร้ายตัวผมเองมากกว่า วันนี้รู้สึกมีกำลังใจที่ท่านได้อวยพร 
    จากนั้นนายกฯ ยังได้มอบอุปกรณ์สื่อการเรียนการสอน สิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค เยี่ยมชมกิจกรรมในห้องเรียนต่างๆ หลังจากนั้นนายกฯ นำครม. อาทิ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม, นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมเล่นกีฬาแข่งขันฟุตบอลกับนักเรียนผู้พิการทางสายตา 
    ทั้งนี้ ระหว่างการแข่งขันนายกฯ ได้ล้มไป 2 รอบ และได้สิทธิ์เตะลูกโทษ ซึ่งเตะไปโดนนักเรียนกองหลัง นายกฯ จึงเข้าไปขอโทษและแสดงความห่วงใย ก่อนถึงช่วงเปลี่ยนตัวได้ขอเปลี่ยนให้ ครม.ท่านอื่นเล่นแทน ส่วนนายกฯ ได้ไปร่วมร้องเพลงกับนักเรียนในเพลง ขอใจเธอแลกเบอร์โทร เมื่อการแข่งขั้นเสร็จสิ้นปรากฏว่าทีม ครม.แพ้ไป 4 ประตูต่อ 0 
    ต่อจากนั้นนายกฯ และ ครม.ได้เล่นกีฬาชักเย่อกับนักเรียน ซึ่งฝั่ง ครม.มีทั้งหมด 9 คน ฝั่งนักเรียนมีทั้งหมด 15 คน ซึ่งปรากฏว่าทีม ครม.ชนะ นายกฯ จึงได้เดินเข้าไปสวมกอดนักเรียนพร้อมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ขณะที่ทีมภริยา ครม. นำโดยนางนราพร ได้แข่งขันกับทีมนักเรียนหญิงด้วย โดยมี พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาเชียร์ทีมภริยา แต่เชียร์ไปเชียร์มา นายกฯ ได้ไปยืนเชียร์ฝ่ายเด็กนักเรียนหญิงแทน สุดท้ายฝ่ายภริยาแพ้ 
    นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้เลี้ยงอาหารกลางวันแก่นักเรียนผู้พิการทางสายตา เช่น ข้าวหมูอบ ไก่เคเอฟซี ไส้กรอก ซูชิ เกี๊ยวซ่า โดนัท ฯลฯ และร่วมรับประทานอาหารกลางวัน
ลั่นไม่ไปตอบกระทู้สด
    พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านหยิบยกการไม่ไปตอบกระทู้สดเรื่องการถวายสัตย์ฯ เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า "จะยื่นก็ยื่นไปเถอะ ก็แล้วแต่ฝ่ายค้าน ผมไม่ได้วิตกกังวลอะไรทั้งสิ้น เพราะเชื่อมั่นว่าทำในสิ่งที่ดีงาม และผมให้เกียรติสภาอยู่แล้ว จะถามกระทู้หรือไม่กระทู้ ก็ต้องไปดูว่าผมมีสิทธิ์อะไรบ้าง ที่จะตอบหรือไม่ตอบได้บ้างหรือไม่ ที่สำคัญ ทุกอย่างผมยอมรับในกระบวนการ และเรื่องนี้อยู่ในกระบวนการของผู้ตรวจการแผ่นดินไปแล้ว" 
    "การที่ผมจะไปตอบหรือพูด จะเกิดอะไรกับผมบ้างล่ะ ทุกคนต้องรอขั้นตอนของผู้ตรวจการแผ่นดิน กติกาเป็นแบบนี้ เมื่อเรื่องเข้ากระบวนการไปแล้ว ถ้าผมไปตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ เดี๋ยวเรื่องจะบานปลายไปอีก เราต้องปล่อยให้กระบวนการตัดสินเขาดำเนินการไป ทุกคนอย่าไปก้าวล่วง"
    ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการยื่นกระทู้ถามสดในสภาเป็นเรื่องปากท้อง ไม่เกี่ยวกับเรื่องถวายสัตย์ฯ จะไปตอบเองหรือมอบหมายให้คนอื่นไปตอบ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาอย่าลืมว่านายกฯ ได้ชี้แจงและตอบคำถามในเชิงนโยบาย คนที่ทำงานคือฝ่ายปฏิบัติ เป็นเรื่องของกระทรวงต่างๆ หรือส่วนราชการ ดังนั้นคนที่รู้เรื่องดีที่สุด ตนสามารถมอบหมายให้เขาไปตอบแทนได้ ไม่ใช่ต้องไปตอบแทนเองทุกเรื่อง 
    นายกฯ กล่าวย้ำว่า เรื่องนี้ไม่ได้ตอบ ตนให้เกียรติรัฐสภาอยู่แล้ว แต่เข้าไปสู่กระบวนการของผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็ขอให้เป็นเรื่องของกระบวนการตรวจสอบดีกว่า ไปพูดอะไรก็ไม่เกิดประโยชน์ จะถูกหรือผิดก็ไม่รู้เหมือนกัน ดังนั้นอย่าเอามาโจมตีกันต่อไปเลย ตนก็ยอมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบแล้ว เมื่อเขาไปร้องกันมาเดี๋ยวก็มีการตัดสินนั่นแหละ ตนชี้แจงไปก็เหมือนเดิม ให้กระบวนการเป็นผู้ชี้แจง 
    "ไม่เหนื่อย ถือเป็นเรื่องธรรมดา เราต้องมาปรับแก้กันเองว่าใครควรแก้ตรงไหนบ้าง ผมก็ต้องแก้ของผม ท่านก็ต้องแก้ของท่าน ถ้าทุกคนกล่าวโทษกันไปมาก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร ประเทศชาติเสียหาย และผมก็มีสิทธิ์ และมีการคุ้มครองว่าจะไปตอบหรือไม่ตอบ เรื่องนี้ผมได้ไปปรึกษาฝ่ายกฎหมายมาแล้วทั้งหมด" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว เมื่อถามว่ารู้สึกเหนื่อยหรือไม่ที่ยังไม่ทันทำอะไรก็ถูกตรวจสอบ
     นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อมีคนยื่นไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน ตามขั้นตอนเรื่องจะจบที่ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ได้ ต้องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะผู้ตรวจการแผ่นดินไม่มีอำนาจชี้ขาด
ตอนนี้เท่าที่รู้มีการยื่นไปที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน นอกนั้นก็พูดขู่อยู่ทุกวันว่าจะไปสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และอัยการสูงสุด ซึ่งแล้วแต่แต่ละคนจะว่ากันไป อาจจะทำได้หรือไม่ได้ก็ได้ ไม่แน่ เพราะตนไม่ทราบว่าเขาจะยื่นอย่างไร ส่วนนายกฯ จะใช้วิธีเงียบไปอย่างนี้หรือไม่ ไม่ทราบ ดีหรือเปล่าไม่รู้ เพราะหลายคนอยากให้ท่านตอบ 
       นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลอยู่ในช่วงของการนำนโยบายที่แถลงต่อสภาไปปฏิบัติเพื่อสร้างความเจริญให้กับประเทศ รวมทั้งแก้ปัญหาในด้านต่างๆ ให้กับประชาชน อยากให้ฝ่ายค้านปฏิรูปการทำงานใหม่ด้วยการทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้น รวมทั้งเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนผ่านช่องทางต่างๆ ดีกว่าการตั้งเป้าโจมตีรัฐบาลและ พล.อ.ประยุทธ์เพียงอย่างเดียวโดยไม่เสนอแนวคิดอะไรเลย  
ข้องใจทำคำถวายสัตย์ฯ เอง
     ที่รัฐสภา นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวว่า หากวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่เข้ามาตอบคำถามจริง ก็คิดว่าเป็นที่น่าเสียดาย ตนได้พยายามใช้กลไกของสภาในการหาทางออกให้กับนายกฯ ยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจที่จะล้มนายกฯ แต่คิดว่าในเมื่อมีปัญหาเรื่องความชอบธรรมเกิดขึ้น ก็ควรหาวิธีการแก้ไข เมื่อถวายสัตย์ฯ ไม่ครบก็สามารถขอพระบรมราชานุญาตถวายสัตย์ปฏิญาณใหม่เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องเศษกระดาษที่ใช้อ่านคำถวายสัตย์ฯ ของนายกฯ ถ้าย้อนกลับไปดูจะพบว่าเวลาที่นายกฯ ถวายสัตย์ฯ จะใช้สมุดปกแข็งหุ้มกำมะหยี่สีน้ำเงิน เรื่องนี้สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจะเป็นคนจัดเตรียมให้ ในหนังสือของนายวิษณุ เครืองาม ก็ระบุรายละเอียดไว้อย่างชัดเจน จึงสงสัยว่าครั้งที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์เขียนใส่กระดาษเองหรือไม่ 
    ส่วนเรื่องรอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการเรื่องนี้ไปก่อน นายปิยบุตรกล่าวว่า หาก ครม.หันมาหาทางออกร่วมกันจะสามารถแก้ปัญหาได้ดีกว่าให้องค์กรอื่นวินิจฉัย หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่สมบูรณ์จะทำอย่างไร มติ ครม.ที่ออกมาจะแก้ไขอย่างไร หรือหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าสมบูรณ์ก็จะเกิดเป็นบรรทัดฐานใหม่ ว่าถวายสัตย์ฯ ไม่ครบถ้วนก็ได้ หากกระทู้นี้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่มาตอบ เราก็เตรียมกระทู้อื่นมาแทน ก็จะถาม รมว.กลาโหม ซึ่งก็คือ พล.อ.ประยุทธ์อีกเช่นกัน 
     นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า น่าเสียดายที่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่มาตอบกระทู้ เมื่อท่านไม่มาเราก็จะดำเนินการตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญต่อไป คือการยื่นขอเปิดอภิปรายต่อไป แบบไม่ลงมติ ภายในวันศุกร์นี้ ก่อนการพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณ เพราะว่าเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งรัฐบาลจะต้องเคลียร์สถานภาพของตัวเองให้สมบูรณ์ก่อน เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการอภิปราย ญัตติเรื่องนี้เป็นประเด็นที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ และส่งผลเสียหายต่อประเทศ มีความจำเป็นที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน 
    “เรื่องการดำเนินการตามมาตรา 152 เราจะประมวลความไม่ธรรมให้หมด ทั้งความไม่ชอบธรรมของรัฐบาล ความไม่ชอบธรรมของนายกฯ ซึ่งก็มีที่มาตั้งแต่การสรรหา ส.ว.ที่ไม่ชอบธรรมแล้ว” นายสุทิน กล่าว
     ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ไม่มาตอบกระทู้ถามสดว่า เบื้องต้นยังไม่เห็นกระทู้สดที่เสนอมา ต้องตรวจสอบกับรองประธานสภาฯ ที่ดูแลเรื่องนี้ แต่ตามปกติแล้วนายกฯ จะต้องมาตอบ เว้นแต่ติดภารกิจไม่พร้อมมาตอบ ซึ่งต้องดูเหตุผล และไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ 
    ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระหารือที่มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่สอง เป็นประธานที่ประชุม โดยนายวิรัตน์ วรศสิริน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย หารือถึงข้อกังวลใจของประชาชน ต่อกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนเฉพาะพระพักตร์พระมหากษัตริย์ เมื่อวันที่ 16 ก.ค.ไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ ทั้งที่ก่อนหน้านั้น พล.อ.ประชาชนได้นำ ครม.เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนมาแล้วถึง 5 ครั้ง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเหตุที่ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ผิดนั้น เพราะได้จัดทำคำกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณตนไว้เป็นเล่ม แต่ครั้งล่าสุดพบว่านายกฯ เหมือนจัดทำคำกล่าวมาเอง ผ่านแผ่นกระดาษ
     อย่างไรก็ตาม ประชาชนได้เรียกร้องให้นายกฯ รับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าว เหมือนกรณีที่มีคดีบุคคลไม่ยืนตรงแสดงความเคารพเมื่อได้ยินเพลงสรรเสริญพระบารมี และมีผู้ยื่นฟ้องต่อศาล ซึ่งคำพิพากษาของศาลวินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นการกระทำที่แสดงให้เห็นว่าไม่เคารพ และผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ดังนั้นขอให้นายกฯ รับผิดชอบ เหมือนกับกรณีที่นายกฯ เคยระบุว่า บุคคลที่จะได้รับการอภัยโทษ ต้องกลับมารับการลงโทษก่อน
    ขณะที่นายศุภชัยขอให้นายวิรัตน์ระวังคำพูด โดยเฉพาะการกล่าวถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ 
     ด้านนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ หารือว่า ในข้อ 147 ของข้อบังคับการประชุมสภาปี 2551 ที่อนุโลมบังคับใช้ในขณะนี้ ได้กำหนดว่า นายกฯ ต้องมาตอบกระทู้ด้วยตนเอง เว้นแต่มีเหตุจำเป็น ซึ่งต้องแจ้งเหตุผลให้ชัดเจน พร้อมระบุว่าจะมาตอบกระทู้เมื่อใด ดังนั้นนายกฯ ต้องแจ้งเหตุผลต่อประธานสภาฯ และระบุด้วยว่าจะตอบกระทู้ถามสดได้เมื่อใด และกระทู้ถามสดที่ตนจะถามวันนี้ ก็ได้ขอถอนก่อน เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์ของฝ่ายค้าน 
    จากนั้นที่ประชุมเข้าสู่วาระปกติโดยฝ่ายค้านยังไม่ยื่นกระทู้สดดังกล่าวเพื่อรอให้นายกฯ พร้อมที่จะมาตอบก่อน
"ป้อม"คุม พปชร.เอกภาพ
    นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงสถานการณ์รัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำว่า ที่ประชุมพรรคพลังประชารัฐเมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา มีความชัดเจนเรื่องการเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อประสาน ส.ส.และสมาชิกในพรรคทำงานร่วมกัน โดยพล.อ.ประวิตรตอบรับแล้ว หลังจากนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับรัฐบาล และพรรค พปชร.จะชัดเจนขึ้น เชื่อว่าถ้า พล.อ.ประวิตรเข้ามาดำเนินการเอง และเข้าใจประเด็นได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ จะสามารถนำพรรคเดินหน้าไปในแนวทางที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ เพราะ พล.อ.ประวิตรเคยทำงานใหญ่มากกว่านี้สำเร็จมาแล้ว ส่วนกรณีที่รัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำมากๆ อาจทำให้รัฐบาลโหวตแพ้หรือกฎหมายที่เสนอไม่ผ่านสภานั้น ประธานยุทธศาสตร์พรรคก็ต้องรับประเด็นดังกล่าวเข้ามาหารือเพื่อหาทางออก
     ด้าน พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกรณีพรรค พปชร.ดึงอดีตผู้สมัคร ส.ส.สอบตกมาช่วยงานว่า  ต้องดูว่าคะแนนตอนเลือกตั้งแพ้แบบใกล้เคียงหรือไม่ ซึ่งตนเพิ่งรับหน้าที่ประธานยุทธศาสตร์พรรค พปชร. เพิ่งมีคนมาบอกเมื่อเย็นวันที่ 13 ส.ค.ว่าพรรค พปชร.เสนอชื่อตน
    ผู้สื่อข่าวถามว่า มีแนวทางที่จะพัฒนาพรรคพปชร.อย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องพัฒนา ก็อยากให้ ส.ส.มีความรักความสามัคคีกัน ทำงานร่วมกัน มีความคิดอันเดียวกัน ส่วนกระแสข่าวจะวางตัว น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พปชร. ตอบโต้ประเด็นที่ถูกโจมตีนั้น ตนยังไม่รู้เรื่องเลย
    นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวถึงกรณีประกาศเป็นฝ่ายค้านอิสระเพียงพรรคเดียวว่า การมาประชุมสภาฯ ตนก็ยังนั่งในห้องประชุมในกลุ่ม 10 พรรคเล็ก ยืนยันว่ายังเหมือนเดิมกับพรรคเล็ก ก่อนเข้าประชุมสภาตนจะเข้าพบนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เพื่อปรึกษาเกี่ยวกับการตั้งวิปฝ่ายค้านอิสระ รวมถึงประเด็นการหาเวลาเพื่อใช้ในการหารือในห้องประชุม และการตั้งกระทู้ถามสดในนามวิปฝ่ายค้านอิสระด้วย และจะไปพูดคุยกับนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล และนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน เพื่อปรึกษาขอแบ่งเวลามาอภิปราย เชื่อว่าทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลก็น่าจะมีน้ำใจกันอยู่ เพราะตนถือเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา 
    “ฝ่ายค้านอิสระยังไม่มีในข้อบังคับการประชุมสภา หากในอนาคตเพื่อน ส.ส.ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล รู้สึกไม่มีเอกสิทธิ์ ในการที่จะตัดสินใจเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ที่จะต้องทำตามมติพรรคหรือมติของพรรค ตลอดจนรู้สึกว่าไม่มีเสรีภาพในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ก็สามารถมาร่วมกันเป็นฝ่ายค้านอิสระกับผมได้" นายมงคลกิตติ์กล่าว
    วันเดียวกัน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร  พล.ท.พงศกร รอดชมภู ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ตั้งกระทู้ถามสด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม เรื่องบทบาทของผู้บัญชาการเหล่าทัพในเรื่องข้าราชการกลาโหมกับการเมืองกรณีที่ให้ความเห็นทางการเมือง ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้มอบหมายให้ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กห. มาตอบกระทู้แทน 
    โดย พล.อ.ชัยชาญชี้แจงว่า จากการเปิดระเบียบการให้ข่าวฯ กำหนดให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบสามารถให้ข่าวสารเกี่ยวกับนโยบายและการปฏิบัติงานที่ตนเองรับผิดชอบได้ ฉะนั้นผู้บัญชาการเหล่าทัพ จึงยังดำเนินการอยู่ในกรอบของกระทรวงกลาโหม ให้ความเห็นสู่พี่น้องประชาชนได้ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยมั่นคง.
 


ผมผิดอะไร?...........ฟัง "ทอน" แถลงข่าวก็ได้ข้อสรุปไม่ใช่เรื่อง "อยู่เป็น" หรือ "อยู่ไม่เป็น" แล้วล่ะ        อยู่ไปก็ไลฟ์บอยซะมากกว่า 

"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว