'ชาวบ้านบ่อแก้ว' จ.ชัยภูมิ ยื่นหนังสือฝ่ายค้านช่วยสางปมข้อพิพาทสวนป่าคอนสารทับที่ทำกิน


เพิ่มเพื่อน    

15 ส.ค.62 - ที่อาคารรัฐสภา เกียกกาย นายกัญจน์ ทัตติยกุล เครือข่ายเพื่อนตะวันออก วาระเปลี่ยนตะวันออก ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดยนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ (พช.)  และ น.ส.เบญจา แสงจันทร์ บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เพื่อให้ตรวจสอบผลกระทบต่อการดำเนินการโครงการผังเมืองเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

โดยนายกัญจน์ กล่าวว่า ตามที่เครือข่ายเพื่อนตะวันออก วาระเปลี่ยนตะวันออก ได้มีคำร้องถึงเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมาถึงแม้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกจะมีหนังสือตอบมาว่ากระบวนการจัดทำแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดินได้ คำนึงถึงความสัมพันธ์กับชุมชน สุขภาวะของประชาชน สภาพแวดล้อม และระบบนิเวศตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนซึ่งเป็นไปตามหลักวิชาการผังเมืองแล้ว แต่ทางเครือข่ายกลับพบว่ามีหลายบริเวณที่มีการจัดผังเมือง อีอีซี ยังมีปัญหาที่จะนำมาซึ่งการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ไม่เหมาะสมกับสภาพและศักยภาพของพื้นที่ ยังผลให้เกิดความขัดแย้งในชุมชนและประชาชน รวมทั้งสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศที่เสื่อมโทรมลง  ตนจึงขอให้พรรคฝ่ายค้านได้มีการศึกษาและตรวจสอบผลกระทบจากการดำเนินการโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยเฉพาะประเด็นเร่งด่วนเรื่องการจัดทำผังเมือง EEC เพื่อให้รัฐบาลได้มีการทบทวนพร้อมทั้งการชะลอการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.)ด้วย

โดยน.ส.เบญจา กล่าวว่า ทางพรรคอนาคตใหม่พร้อมด้วยตัวแทนของพรรคฝ่ายค้าน จะนำเรื่องดังกล่าวไปพิจารณากันอีกครั้ง แม้ว่าที่ผ่านมาเราเองจะมีการตั้งญัตติพิจารณาเรื่องดังกล่าวในสภาฯแต่ก็ยังไม่มีความชัดเจน ตลอดจนการตั้งกระทู้ถามสดแต่ก็ยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน ทั้งนี้ในอนาคตทางพรรคฝ่ายค้านจะเตรียมตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและตรวจสอบผลกระทบจากการดำเนินการโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ต่อไป  โดยให้ประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย" เพื่อให้เป็นไปตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

ด้านตัวแทนชาวบ้านชุมชนบ่อแก้ว จ.ชัยภูมิ เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ 7 พรรคฝ่ายค้าน เรื่องการขอยกเลิกหมายบังคับคดีขับไล่ชาวบ้านให้ออกจากพื้นที่ เพื่อนำเสนอต่อนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

โดยนายนิด ต่อทุน ตัวแทนชาวบ้านกล่าวว่า ชาวบ้านเข้าถือครองทำประโยชน์ในที่ดินตั้งแต่ปีพ.ศ.2496 โดยมีหลักฐานเป็นเอกสารเสียภาษีบำรุงท้องที่ ภ.บท.11 ซึ่งต่อมาปีพ.ศ.2516 ได้ประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติป่าภูซำผักหนาม และในปีพ.ศ.2521 องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) ได้ขอเข้าทำประโยชน์ปลูกสร้างสวนป่าคอนสาร ในระบบสมาชิกโครงการหมู่บ้านป่าไม้ เนื้อที่ 4,401 ไร่ และนำมาสู่การผลักดันขับไล่ชาวบ้านออกจากที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยจำนวน 12 ครัวเรือน ซึ่งนับตั้งแต่การเข้ามาของ ออป. ชาวบ้านเคลื่อนไหวคัดค้านมาโดยตลอด แต่ไม่สามารถยุติการดำเนินงานได้ กระทั่งพื้นที่ทำกินกลายเป็นสภาพเป็นสวนยูคาลิปตัสในที่สุด โดยรายสุดท้ายที่จำต้องออกจากพื้นที่ในปีพ.ศ.2529 ชาวบ้านจำนวน 277 ราย คือจำนวนผู้เดือดร้อนที่ผ่านการตรวจสอบของคณะทำงานเมื่อปี 2548 ปัจจุบันมีชาวบ้านอยู่ในพื้นที่พิพาทประมาณ 110 คน ในพื้นที่ 96 ไร่ ที่ผ่านมารัฐบาลไม่เคยเข้ามาแก้ไขปัญหานี้ และวันที่ 27 ส.ค. นี้ เราจะต้องออกจากพื้นที่ ซึ่งก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.