'อย่ารอใครมาล้างชั่วให้ชาติ'


   

      กรณี "น้องแบม"..........

      เหมือนหนอนตัวใหญ่ เจาะไชผิวหนังเรียบที่เรียก "ระบบราชการไทย" ออกมา

      ทุกคนเห็น ร้อง อุ้ย...หนอน!

      ก็แค่นั้น

      ทั้ง "ภาครัฐ-ภาคสังคม" ต่างก้มหน้า-ก้มตาหันไปสนใจแต่เรื่องรูตีน-รูมือ รายวัน

      น้อยนักที่จะตระหนักคิด ขนาดหนอนเจาะผิวหนังออกมาให้เห็นอย่างนี้

      แล้ว "เนื้อใน".........

      มันไม่กลายเป็น "เนื้อร้าย" จมหนองเน่าเฟะไปทั้งตัวแล้วหรือนั่น?

      เรื่องนี้ จริงจังทางสาระ จะเกาะกระแสดรามาก็ยาก จะสวมหน้ากากโหนหากินอย่าง "มนุษย์ป้า" ก็ไม่ง่าย

      ผมดูแล้ว ขืนชื่นชม "น้องแบม" อยู่ในใจเงียบๆ............

      "น.ส.ปณิดา ยศปัญญา" นิสิตปี ๔ สาขาพัฒนาชุมชน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.)

      เธอถูก "กลุ่มอธรรม" ยำแน่!

      ตอนนี้ เรื่องยังร้อน ไม่มีใครกล้าทำหรอก ต่อเมื่อเวลานานไป

      สังคมก็ลืม ทหารที่ดูแล เขาต้องกลับกรม-กอง

      ถึงตอนนั้น น้องแบมอยู่ในสภาพ "คนดีที่โลกลืม" แต่คนในระบบที่ถูกตรวจสอบ และบางอาจารย์ในมหาวิทยาลัย

      เขาไม่ลืม.......

      และจ้อง "เอาคืน" อยู่!

      เพราะการเปิดโปงทุจริตในศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งและผู้ป่วยโรคเอดส์ที่ขอนแก่นของน้องแบมกับคุณณัฏกานต์ ครั้งนี้

      แน่นอน ย่อมมีคนแค้น...........

      แค้น เพราะ "น้อมแบม" กล้าหาญ เอาทั้งชีวิตและอนาคตเป็นเดิมพัน

      ที่คน "รุ่นเก่า-รุ่นใหม่" นับล้านๆ ไม่มีใครกล้าตอแย "อสัตย์ในระบบราชการ" เท่าเธอ

      มันคือ "หนอน" ที่เธอเจาะผิวหนังให้เห็นมันคลานออกมาฟ้องว่า "เนื้อใน" เน่าหมดแล้ว!

      ขณะนี้ ".........

      คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ" (ป.ป.ท.) ออกปูพรมทั่วทุกจังหวัด

      ข่าวดีของสังคมชาติในข่าวร้ายของคนในระบบราชการ คือ

      สุ่มลงไปตรงไหน เป็นเจอ "ตุกติก" เงินคนจน ตรงนั้น!

      มันเลยขีด "น่าวิตก" ไปถึงขั้น "สะพรั่นพรึง" ขืนปัดสวะการปฏิรูประบบราชการ

      "รอรัฐบาลหน้า".......

      แล้ว "เช็ดหนอง" ตามอาการ เท่าที่ตาเห็นไปวันๆ

      โดยไม่ผ่าตัด ไม่เค้นหัวฝี ไม่คว้านเนื้อร้าย ไม่รีดหนอง แล้วเอาผ้าก๊อซคลุกเกลือยัดใส่ รักษาเนื้อ-สมานแผล แล้วละก็

      บ้านเมืองไทย ที่ "ข้างนอกสุกใส-ข้างในต๊ะติ๊งโหน่ง" เวลานี้

      พัฒนาด้วยเงินทุนมากเท่าไหร่.......

      ฉิบหายเร็ว มากเท่านั้น ด้วยกลไกระบบราชการผสมการเมือง "แดกนอก-แดกใน"

      แล้วดัดจริต "ปราบโกง"!

      ไม่ว่า "รัฐบาลเลือกตั้ง" หรือ "รัฐบาลเผด็จการ" ต่างกันซักเท่าไหร่ในเรื่องนี้

      ปากว่าปราบโกง แต่ตาขยิบ (พวกกู) โกง!

      จะโบ้ยรัฐบาลก่อนก็จนแต้ม เพราะเกิดในยุค "รัฐบาล คสช." นี่เอง

      ในสมัย "พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว" เป็นรัฐมนตรี "กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์"

      แต่ไม่เห็นทุกข์ร้อนด้วยสำนึก "แก้โรคที่สมุฏฐาน" กันซักเท่าไหร่ แค่บำบัดอาการเฉพาะหน้า "เดาสุ่ม-ตรวจสอบ" กันไปเรื่อยๆ

      ด้วยทัศนคติ" เดี๋ยวสังคมก็ลืมกันไปเอง"............

      ลืมเหมือนอีกหลายๆ เรื่อง ที่เก็บไปดอง รวมทั้งเรื่องนาฬิกา เงิน ๓๐๐ ล้าน ยืมเพื่อน!

      กระทั้งเรื่องรุกเขาค้อสร้างรีสอร์ต

      ขึ้นต้นเป็นพระเอก หลอกเอาไลก์-เอาแชร์ ลงท้าย ไอ้แฮ่...หลายต่อหลาย ไม่ผิด..ไม่ฟ้อง!?

      จะปล่อยให้เรื่องโกงกินในระบบราชการเป็นเรื่อง "สามัญประจำชาติ" หรือไง?

      ที่ผู้บริหารประเทศ ไม่ว่าจากเลือกตั้งหรือเผด็จการ ไม่จริงใจถอนราก-ถอนโคน

      การทุเลาปัญหาตามอาการอย่างทุกวันนี้ ต้องการส่งสัญญาณให้ประชาชน "ทำใจ"..........

      ว่าทุจริต-คอร์รัปชัน มันเป็นวัฒนธรรมคู่ชาติ อย่างนั้นใช่มั้ย?

      เอากันให้ชัด.......

      คนทั้งชาติจะได้บรรลุ ว่าเรื่อง "ทหารปฏิวัติ" กับเรื่อง "เหลือบฝูงใหม่" เพียงต่างกาล-ต่างสมัย

      เนื้อแท้ "นิทานอีสป" เรื่องเดียวกัน!

      กรณีน้องแบม มันฟ้องระบบว่า เอาจริงกันแค่ไหน?

      ฟ้อง "ตรงไหน" อยากรู้ใช่มั้ย........

      อยากรู้ ก็อ่านประโยคที่ "น้องแบม" กลั่นรู้สึกออกมาเป็นคำพูด ที่ไทยโพสต์ลงเป็นข่าววานซืน ตอนหนึ่งว่า

        "วันนี้ มีคนมองหนูในหลายมุม โดยเฉพาะใน มมส. ทั้งที่มองว่าเป็นต้นเหตุ จนมีเรื่องต่างๆ และมีผลกระทบกับคนเป็นวงกว้าง

        แต่ส่วนใหญ่ให้กำลังใจว่า หนูนั้นทำถูกต้องแล้ว และทำหน้าที่ในการเป็นนิสิต มมส. สถาบันการศึกษาที่หนูรักและผูกพันแห่งนี้ได้อย่างเต็มที่

        เพราะสิ่งที่ไม่ถูกต้องและทำผิดกฎหมาย ผู้ที่ทำก็ควรที่จะได้รับโทษ

        และที่สำคัญ การกระทำที่ผ่านมา หนูยืนหยัดชัดเจนในการปกป้องศักดิ์ศรีของ มมส.

        ปกป้องศักดิ์ศรีของคณาจารย์ ปกป้องศักดิ์ศรีของนิสิต มมส.ทุกคน

        เพราะเรื่องนี้ มีการให้ข้อมูลกับอาจารย์ที่ปรึกษาและรับรู้กันทั้งภาควิชาและคณะมนุษย์

        แต่กลับเป็นว่า นิสิตที่ฝึกงาน ๔ คน ถูกสั่งให้ทำผิด ต้องออกมารับผิดเสียเอง

        โดยที่อาจารย์ของเรานั้น ไม่สนใจหรือใส่ใจ หรือรับฟังอะไรแม้แต่น้อย   

        สำหรับเรื่องดังกล่าว มีการนำข้อมูลแจ้งกับอาจารย์แล้วตั้งแต่ที่เริ่มส่อไปในทางทุจริตและพบข้อมูลหรือการกระทำดังกล่าว

        แต่อาจารย์บอกว่า.......

        'นิสิตที่ไปฝึกงานที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่นนั้นเป็นเด็กเลี้ยงแกะ'

        และเมื่อมีอาจารย์ได้ไปพบกับเจ้าหน้าที่ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ก็ไม่รับฟังนักศึกษา

        สั่งให้เรากราบเท้าขอโทษเจ้าหน้าที่ที่ทำผิด และให้เรื่องจบลงไป

        แต่ด้วยความเป็นนิสิตที่ร่ำเรียนมาตลอดทั้ง ๔ ปี ได้รับการฝึกสอนจากคณาจารย์ที่ให้ยืนยันบนความถูกต้อง และสู้เพื่อคนยากคนจนในการเป็นนักพัฒนาชุมชนที่ดี

        เรื่องนี้ จึงส่งเรื่องร้องเรียนไปยังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จนนำมาสู่การสอบสวนดังกล่าว

        เมื่อเจ้าหน้าที่จาก คสช.และ ป.ป.ท.เริ่มลงพื้นที่ และมาสอบปากคำนิสิตในมหาวิทยาลัย

        หัวหน้าภาควิชาได้เรียกหนูเข้าไปในห้องเพื่อสอบถามว่า......

        'ทำไมทำแบบนี้ ทำไมต้องทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น ถ้าจะร้องเรียน ทำไมไม่ให้เรียนจบก่อน ทำแบบนี้ทำไม หน่วยงานที่เข้ามาตรวจสอบทำอะไรไม่ได้หรอก'

         จากนั้น หัวหน้าภาควิชายังได้ใช้มือทุบหลังหนู ๒ ครั้งเหมือนจะระบายอารมณ์ ซึ่งหนูก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทุบตีหนูด้วย ทั้งที่เราทำในสิ่งที่ถูกต้อง”

      ครับ............

      ผ่านมาจนถึงวันนี้แล้ว กระทรวงศึกษาธิการ ก็ดี ผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ก็ดี

      บอกให้สังคมได้รู้มั้ย........

      อาจารย์ที่ปรึกษาคนนั้น คือใคร?

        หัวหน้าภาควิชาคนนั้น คือใคร?

      นำสู่กระบวนการสอบสวนสู่จิตสำนึกในความเป็นอาจารย์เป็นจริง-เป็นจังกันขนาดไหน?

      ถึงขณะนี้ คล้ายระบบ "ปกป้อง-พิทักษ์" ต้นไม้พิษในดงพันธุ์การศึกษา ด้วยซื้อเวลาไปวันๆ

      และ "ทิ้งขว้าง-หมางเมิน" เมล็ดพันธุ์แห่งความดีงาม ด้วยมองว่า เป็นงามประจานเผ่าพันธุ์ไม้พิษ!

        เป็นไปได้ในดงเพาะปัญญาชนเชียวหรือ...ที่

      ให้นิสิตที่พิทักษ์ธรรมไปกราบตีนขอโทษคนโกง?  

        คนปกป้องศักดิ์ศรีของมหาลัย.......

      ปกป้องศักดิ์ศรีของคณาจารย์ ปกป้องศักดิ์ศรีของนิสิต มมส.ทุกคน

      รางวัลที่ได้รับ คือ.......

      "ถูกทุบ" โทษฐานทำให้มหาลัยวุ่นวาย มหาวิทยาลัยไม่ต้องการให้ทำดี!

        อยากให้สังคมสนใจเรื่องนี้ อย่าปล่อยให้เวลากลืนเรื่อง อย่าปล่อยให้น้องแบมต้องสู้เดียวดาย

      ในเมื่อรัฐบาลเผด็จการไม่สนใจปฏิรูประบบราชการ

      ประชาชน โดย "ชนชาวโซเชียล" นี่แหละ.........

      ต้องร่วมพลัง "ล้างชั่ว" ให้ชาติ.


ในส่วน "ราชอาณาจักร"...........คสช.ปักธงปฏิรูปตั้งแต่ พฤษภา ๕๗ มัวรุ่มร่ามอยู่กับการออกแบบ ๔ ปีผ่านไป "แกะแบบ" ลงมือเป็นเนื้อ-เป็นหนังได้ส่วนเดียว คือ EEC!

หัวหน้าพรรค 'เพื่อไทย' ตัวจริง
ถอดรหัสเลือกตั้ง "ต้นปี ๖๒"
'ใครหัวหน้า' สำคัญกว่าถูกดูด    
แอมเนสตี้ที่ 'สังคมไม่ต้องการ'
อีกก้าวของ 'นายกฯ เผด็จการ'
คสช.คือกบฏแผ่นดิน?