เพื่อไทยเปิดเวที'คิดใหม่ทำไว'ถล่มรัฐบาลแหลก เผด็จการสืบทอดอำนาจ ล้าหลัง ตกต่ำ พาชาติล้มละลาย


   

20 ส.ค.62-   ที่พรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยจัดงานแถลงข่าว แผน 6 เดือนแรกในการปฏิรูปพรรคเพื่อไทย สู่เป้าหมาย “ประชาชนคิด เพื่อไทยทำ” โดยมีแกนนำพรรค อดีตรัฐมนตรี ตลอดจนส.ส.เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก อาทิ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย  น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย

นายสมพงษ์ กล่าวในหัวข้อ “new challenge: สถานการณ์ใหม่ เพื่อไทยต้องเปลี่ยน” ช่วงหนึ่งว่า พรรคเพื่อไทยต้องก้าวต่อไปท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น การเลือกตั้งที่ผ่านมาไม่มีครั้งไหนที่การจัดตั้งรัฐบาลจะล่าช้าขนาดนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการบั่นทอนโดยรัฐธรรมนูญและความต้องการจะสืบทอดอำนาจ 

นายสมพงษ์ กล่าวอีกว่า ถ้าเราลองหลับตานึกดูว่าปกติเลือกตั้งเสร็จเราจะรู้แล้วว่าใครจะเป็นรัฐบาล แต่เวลานี้เรากลับได้รัฐบาลที่ประชาชนไม่เคยชื่นชมเลย และไม่คิดว่าปัญหาปากท้องจะได้รับการแก้ไข นอกจากนี้ การตั้งคณะรัฐมนตรียังเต็มไปด้วยคนหน้าเดิมเข้ามาทำงานอีก คนเก่าที่ทำงานตลอด 5ปีที่ผ่านมาและมีมาตรา 44 แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จเลย ดังนั้น ประเทศไทยภายใต้รัฐบาลชุดนี้จะประสบความสำเร็จได้อย่างไร

"รัฐบาลปัจจุบันแทบจะไม่มีเสถียรภาพ เนื่องจากเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำที่ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง สถานการณ์ของประเทศเวลานี้การสวนทางกันหลายประการ เช่น เทคโนโลยีกำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว แต่เศรษฐกิจกลับตกต่ำอย่างเห็นได้ชัด ประเทศไทยกำลังประสบปัญหารุนแรงที่สุด และคิดว่าระยะเวลาจากนี้ไปเศรษฐกิจไทยจะทรุดลงต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากการที่รัฐบาลขาดผู้นำที่ดี เพราะรัฐบาลชุดนี้มาจากคราบของความเป็นเผด็จการ ถ้ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ประชาชนจะอดยากและล้มละลายแน่นอน" นายสมพงษ์ กล่าว 

หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นับจากนี้ไปพรรคเพื่อไทยจะมีสัญญากับประชาชน 6 ข้อ ดังนี้ 1. เรายังคงยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง 2. เรายังคงยืนหยัดต่อสู้กับความอยุติธรรมทั้งปวง  3. เรายึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย  4. เรายังมุ่งหวังให้เกิดหลักนิติรัฐ นิติธรรม 5. เรายังยึดมั่นที่จะสร้างสังคมที่เคารพในสิทธิเสรีภาพ และการแสดงออกของทุกฝ่ายในสังคม  6. เราอยากเห็นการกินดี อยู่ดี และชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทยทุกคน นอกจากนี้ พรรคจะมีแนวทางการดำเนินการของพรรค 4แนวทาง 1.ปรับวิธีคิดกำหนดวิสัยทัศน์ให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง 2.สร้างวัฒนธรรมในการทำงานและเรียนรู้องค์ความรู้ใหม่ 3.ปรับวัฒนธรรมองค์กรใหม่ และ4.สร้างกลไกและองคาพยพให้ทันสมัย

"ต้องเดินหน้าและต่อสู้กันต่อไปไม่ว่าสังคมจะซับซ้อนขนาดไหน พรรคเพื่อไทยจะอยู่กับประชาชนเพื่อให้สมกับคำว่าพรรคเพื่อไทยหัวใจคือประชาชน" นายสมพงษ์ กล่าว  


ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวในหัวข้อ “new culture: วัฒนธรรมองค์กรแบบ Fast-track ทำให้เร็ว พลิกไทยให้ทันโลก” ช่วงหนึ่งว่า ขอคาราวะสส.ของพรรคเพื่อไทยที่มีหัวใจแข็งแกร่ง ทั้งๆที่มีสิ่งเย้ายวน เช่น เงิน หรือแม้แต่จะมีอำนาจรัฐเข้ามากดขี่ แต่ทุกคนก็ยังผนึกหัวใจมาเป็นพรรคเพื่อไทยร่วมกันในวันนี้ ซึ่งหัวใจของสส.ทุกคนจะนำพาพรรคเพื่อไทยอย่างแข็งแกร่งได้ วันนี้โลกเปลี่ยนแปลงเร็วมากและมีเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามา เป็นทั้งวิกฤตและโอกาส ถ้าเราไม่ปรับตัวก็เสียโอกาส แต่ด้านหนึ่งก็ทำให้การสื่อสารถึงกันได้ง่ายขึ้น โลกที่เปลี่ยนแปลงทำให้รัฐบาลหลายประเทศได้ปรับตัวเพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง และนำเทคโนโลยีมาเป็นโอกาส แต่สำหรับของประเทศไทยกลับเสียโอกาส จาก4.0 กลายเป็น 0.4 การเจริญเติบโตของประเทศลดลงน่าใจหายเมื่อเทียบกับอัตราเร่งของประเทศเพื่อนบ้านที่ต้องการให้ประเทศเจริญเติบโต การรัฐประหารที่ผ่านมาทำให้เราก้าวถอยหลังเศรษฐกิจของไทยแย่มาก เรามีปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำมาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว กำลังเกิดหายนะทางเศรษฐกิจที่ซ้ำด้วยภัยแล้งและน้ำท่วม กำลังซื้อหดหายไปเกือบหมด การท่องเที่ยวหดหาย และภาวะสงครามทางการค้า ตลอด5ปีนี้ คนจนยิ่งจนมากขึ้น มีแต่เพียงคนตระกูลและธุรกิจใหญ่ไม่กี่รายที่รวยขึ้น จนกลายเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำมากที่สุดประเทศหนึ่งของโลก

“แม้เราได้คะแนนเสียงอันดับหนึ่งแต่ด้วยอภินิหารของรัฐธรรมนูญและการคำนวณสส.ทำให้เรากลายมาเป็นฝ่ายค้าน แต่เราก็ยังเป็นฝ่ายค้านที่ประชาชนรักมากที่สุด ไม่ว่าเราลงพื้นที่ไปที่ไหนเราก็ได้รับแรงใจจากประชาชนและยืนยันกับพวกเราว่าจะรอให้พรรคเพื่อไทยเข้ามาแก้ไขปัญหาประเทศ เราจะต้องเร่งทำงานกับประชาชนมากขึ้น จะใช้ประสบการณ์จากสมัยพรรคไทยรักไทยสมัยทักษิณ ชินวัตร ที่ทำให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข และมีเศรษฐกิจที่ดี”คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยยุคใหม่จะต้องเป็นพรรคที่ทันสมัยเชื่อมสู่โลกได้ และต้องปรับการทำงานเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง แม้เราเป็นฝ่ายค้านแต่จะไม่นั่งรออำนาจรัฐ เพราะเราจะลงช่วยประชาชนทันที โดยจะประสานพลังของพรรคเพื่อไทยทั้งในและนอกสภาเพื่อสานประโยชน์ให้กับประชาชน  เราเคยเริ่มจากการคิดใหม่ทำใหม่สมัยพรรคไทยรักไทย แต่วันนี้ปัญหาหนักกว่าเดิม จึงเปลี่ยนเป็น "คิดใหม่ ทำไว" เพราะปัญหาของประชาชนไปไกลมากแล้ว ทุกข์ของประชาชนไม่สามารถรอได้อีกต่อไป พรรคเพื่อไทยยุคใหม่จะต้องสร้างขั้นตอนการทำงานใหม่ที่รวดเร็ว เราจะปฏิรูปพรรคเพื่อไทยให้เป็นสถาบันทางการเมืองอย่างแท้จริง ตั้งแต่การมีส่วนร่วมของสมาชิกพรรค และใช้โทคโนโลยีปรับการทำงาน เมื่อประชาชนมีปัญหา พรรคเพื่อไทยจะเป็นคนแรกที่เข้าไปแก้ไขให้ประชาชน 

“เราหวังพึ่งรัฐบาลไม่ได้อีกแล้ว ทุกข์ของประชาชนคือทุกข์ของพรรคเพื่อไทย แม้เราจะเป็นฝ่ายค้านแต่หัวใจที่จะทำงานให้ประชาชนนั้นมีเกินล้านเปอร์เซ็นต์ เราจะกำหนด New Agenda For Thailand สร้างรากฐานประชาธิปไตยที่มั่นคง จากนั้นได้ทำแอพพลิเคชั่น Change เพื่อให้เป็นช่องทางติดต่อระหว่างประชาชนกับพรรคเพื่อไทย และจะสร้างสถาบันสร้างไทยเพื่อระดมผู้เชี่ยวชาญเข้ามาแก้ไขปัญหาให้ประชาชน นอกจากนี้ จะมีการสร้างนวัตกรรมแก้จนที่ทำงานร่วมกันเป็นสามประสานระหว่างประชาชน นักวิชาการ และพรรคเพื่อไทย 
จากนี้ไปอีก 6 เดือนข้างหน้า พรรคเพื่อไทยจะรับมือปัญหาของประชาชนได้ และจะเห็นเป็นรูปธรรมภายใต้การนำของคณะกรรมการบริหารพรรคและสส.ของพรรคทุกคนที่เป็นทีมเพื่อไทย”


น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวในหัวข้อ “new system: ปรับ รื้อ เปลี่ยน โครงสร้างพรรคเพื่อไทย” ช่วงหนึ่งว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคิดใหม่ทำไว พรรคเพื่อไทยจึงต้องรีบปรับปรุงพรรคภายใน6 เดือนจะต้องเห็นความเปลี่ยนแปลงตามแนวคิดประชาชนคิดเพื่อไทยทำ พรรคจะทำ 3 โครงการเริ่มต้น คือ 1.โครงการ OPEN SPACD ที่จะเปิดให้ที่ทำการพรรคเป็นพื้นที่สาธารณะสามารถให้ประชาชนเข้ามาพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประชาชนสามารถมาดื่มกาแฟกระทบไหล่ดาวสภาได้ จะเริ่มต้นนำร่องที่ทำการพรรคเป็นที่แรก 2.เริ่มโครงการคณะกรรมการขนาดเล็ก ไม่เกิน 5 คน จิ๋วแต่แจ๋ว ทำการในเรื่องที่ประชาชนสนใจหรือการตรวจสอบคอร์รัปชั่น แบบเกาะติด สืบสวน การทุจริตของรัฐบาล 3. โครงการยุทธการผูกเสี่ยว 

“เราแม้ไม่ได้เป็นรัฐบาลแต่เราเชื่อว่าเราสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องได้ โดยจะให้ส.ส.ในพื้นที่นำสินค้าของชุมชน และนำตัวแทนชุมชนนำมาขาย เป็นโชว์รูมอย่างน้อย 300 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเป็นช่องทางเพิ่มรายได้ให้พี่น้องประชาชน” น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว


ที่ "อุบลราชธานี"....."กองทัพน้ำใจ" กับ "กองทัพน้ำท่วม" ขับเคี่ยวกันมาเป็นสัปดาห์แล้ว ตอนนี้ ดูเหมือน "กองทัพน้ำ" กำลังอ่อนแรง 

'เส้นทาง ๒ มิติ' รอ.ธรรมนัส
เฉพาะกับ "พระมหากษัตริย์"
ว่าด้วย 'บุญคุณและเอื้ออาทร'
น้ำครำตรวจสอบน้ำเน่า
น้ำท่วม 'อย่าเอาแต่ดู' ต้องทำ
ตรรกะ 'ตลบตะแลง' ของธร