"หุ่นสามก๊ก “ของ"จักรพันธุ์ โปษยกฤต" สมบัติล้ำค่างานบรมครู 


   

       

นางระบำเมืองกังตั๋ง งานฝีมือสุดประณีต                       

        หุ่นกระบอกล้ำค่าหาชมได้ยากเรื่องสามก๊ก ตอนโจโฉแตกทัพเรือ 80 หุ่น อาทิ  สามพี่น้องร่วมสาบาน กวนอู เล่าปี่เตียวหุย จิวยี่นายทัพใหญ่ จูล่ง หุ่นตัวนางบิฮูหยิน ตลอดจนนางระบำนางกำนัลทรงเครื่องศิราภรณ์งดงามของอาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ที่เก็บรักษาไว้อย่างดีและไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน มูลนิธิจักรพันธุ์โปษยกฤต นำมาจัดแสดงครั้งแรกในนิทรรศการหมุนเวียนครั้งที่2 ชุด”หุ่นกระบอก ตอน โจโฉแตกทัพเรือ” 

อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต ศิลปินแห่งชาติ  

         นิทรรศการครั้งสำคัญนี้รวบรวมผลงานจากการแสดงหุ่นกระบอกเรื่อง“สามก๊ก” ตอนโจโฉแตกทัพเรือ ที่เคยออกโรงเคลื่อนไหวร่ายรำมีชีวิตบนเวทีหอประชุมเล็กศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยจำนวน 15 รอบการแสดง ซึ่งผ่านมานานถึง 30 ปีสร้างความทรงจำดีๆให้ผู้ชมและผู้ร่วมแสดงทุกชีวิต โดยมูลนิธิฯใช้โอกาสวันที่16 สิงหาคม 2562 ทำบุญเนื่องในวันคล้ายวันเกิดอาจารย์ครบ76 ปี  และพิเศษยิ่งขึ้นอีกมีการเปิดนิทรรศการหมุนเวียนหุ่นกระบอก เรื่องสามก๊ก ที่บ้านในซอยเอกมัย ซึ่งเป็นที่ตั้งมูลนิธิจักรพันธุ์โปษยกฤต                 

 


       มีผู้ที่เคารพนับถืออาจารย์จักรพันธุ์ ผู้บริหารกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ลูกศิษย์ตลอดจนเหล่าแฟนคลับมาร่วมอวยพรวันเกิดอาจารย์และรอเวลาเข้าชมนิทรรศการแม้จะมีปัญหาสุขภาพอาจารย์ได้ร่วมพิธีทำบุญ หลังจากนั้นเป็นประธานพิธีเปิดนิทรรศการ และชมการเชิดหุ่นกระบอกไหว้ครูเบิกโรงด้วยใบหน้าที่เปี่ยมสุข 

พี่ต๋อง หรือ วัลลภิศดร์ สดประเสริฐ ศิษย์เอก


       พี่ต๋อง หรือ วัลลภิศดร์ สดประเสริฐ ศิษย์เอกผู้รู้ใจที่อยู่และทำงานกับอาจารย์มาตลอด เล่าถึงที่มาของการจัดนิทรรศการครั้งนี้ว่า นิทรรศการหมุนเวียนครั้งแรกอาจารย์คัดเลือกภาพวาดมาจัดแสดงเป็นหลัก แล้วยังมีหุ่นพระอภัยมณี หุ่นสามก๊กหุ่นตะเลงพ่ายและหุ่นโบราณ ครั้งนี้คณะกรรมการมูลนิธิฯ และศิษย์ตัดสินใจจัดแสดงหุ่นกระบอกชุดสามก๊กเรื่องเดียวเพราะมีหุ่นกว่า 80 หุ่น ยังมีม้า 5 หุ่นไม่ได้ตั้งแสดง เพราะบ้านพื้นที่จำกัด แล้วยังมีฉากใหญ่สองผืน เรือมังกรโจโฉและเรือรบ เรือเสบียง เรือประทุนและเครื่องประกอบฉากที่เคยใช้ในการแสดงปี2532 มาให้ได้ชม โดยเฉพาะฉากจิตรกรรมจีนยืนเรื่องยาว 7 เมตรกว้าง 3 เมตร เป็นฝีมือของอาจารย์คนเดียว เขียนสดๆ ไม่มีภาพร่าง แสดงถึงความแม่นยำและความมหัศจรรย์ เป็นสมบัติของชาติที่รังสรรค์ไว้ 

         “ ย้อนไปเมื่อ 30 ปีที่แล้วอาจารย์จักรพันธุ์อยากกลับมาเล่นหุ่นกระบอกอีกครั้งหลังจากทิ้งไปนาน2 ปี ผมแนะนำเล่นเรื่องสามก๊ก เพราะคิดว่าจะทำง่าย แต่ท้ายสุดกลับใช้เวลาทำหุ่นชุดสามก๊กถึง10 ปีเพราะเครื่องแต่งกายจีนของแต่ละตัวละครไม่ซ้ำกันเลย อาจารย์ทำงานอย่างละเอียดจนมีหุ่นเกิดขึ้นใหม่ในประเทศไทย เป็นหุ่นมนุษย์ 70 หุ่นและหุ่นม้า 15 หุ่น เครื่องประกอบฉากทุกชิ้นศึกษาค้นคว้าลึกซึ้ง“ พี่ต๋อง กล่าว

        ฟังคำบอกเล่าศิษย์เอกแล้ว ทำให้ต้องชมหุ่นกระบอกชุดสามก๊กอย่างตั้งใจ ซึ่งมีหุ่นมากมายเต็มห้อง ในจำนวนนี้มี20 หุ่นอาจารย์ทำเองคนเดียว ที่เหลือควบคุมการผลิตทุกขั้นตอน อยากให้มาดูฝีมือตัวพระ ตัวนาง ตัวตลก  สไตล์งานเขียนของอาจารย์ต่างกัน 

      “ หุ่นตัวนางบิฮูหยินได้แรงบันดาลใจจากตุ๊กตาจีนแกะสลักในวิหารเก๋งวัดบวรฯ เป็นผู้หญิงหน้าเล็ก สวมหมวก สวมชุดสวยงามไม่เหมือนรูปเขียนจีน ผมชวนอาจารย์ไปดู อาจารย์ชอบถ่ายภาพไว้และเขียนภาพลายเส้น จากนั้นมาออกแบบลวดลายปักเสริม จากตุ๊กตาหินกลายเป็นหุ่นมีชีวิตเคลื่อนไหวได้ ส่วนหุ่นตัวละครอื่นๆ เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับอาจารย์ทำตามหนังสือสามก๊กและรูปเขียนจีนในหนังสือศิลปะ “ ศิษย์เอกบอก 

 

หุ่นตัวนางบิฮูหยิน ฝีมืออาจารย์จักรพันธุ์

    สำหรับหุ่นบิฮูหยินจัดแสดงให้ชมอย่างใกล้ชิด เช่นเดียวกับหุ่นตัวนางไต้เกี้ยว เสียวเกี้ยว ที่ตั้งอยู่ตู้ถัดไปที่เราต้องไม่พลาดชม ทุกตู้น่าดูหมด มีชื่อตัวละครกำกับไว้ เดินไล่ชมจะเจอห้องกระจกขนาดใหญ่จัดแสดงหุ่นกระบอกชุดสามก๊กตั้งให้ชมอย่างตระการตา 

    “ เป็นครั้งแรกที่ปลุกหุ่นสามก๊กที่หลับไหลมานาน 30 ปีจัดแสดง หุ่นกระบอกคือสิ่งมีชีวิตที่อาศัยลมหายใจและวิญญาณจากมนุษย์เป็นกำลัง หุ่นเป็นงานศิลปกรรมร่วมรวมเอาสรรพศิลปวิทยาทุกแขนงทั้งจิตรกรรม ประติมากรรมสถาปัตยกรรม มัณฑณศิลป์ ประณีตศิลป์ดุริยางคศิลป์ วรรณศิลป์ และนาฏศิลป์อาจารย์รังสรรค์ด้วยความประณีตงดงามและลงทุนมหาศาล โดยไม่คิดถึงว่าแสดงแล้วจะได้รับกำไร อาจารย์ทุ่มเทเพื่อให้เกิดผลงานศิลปะของชาติ“ พี่ต๋องย้ำคุณค่า

    ที่น่าชมไม่แพ้หุ่นกระบอกเป็นภาพถ่ายและข้อมูลเบื้องหลังการเตรียมงานแสดงอันสำคัญที่หาชมได้ยาก ทั้งภาพร่าง การออกแบบ ลายปัก ผังการแสดงมีตำแหน่งยืน ระยะห่าง แนวกำกับหุ่น  ซึ่งไม่เคยจัดแสดงที่ใดมาก่อน 
    การชมนิทรรศการหมุนเวียนครั้งนี้นอกเหนือจากตะลึงกับผลงานของศิลปินแห่งชาติที่เปี่ยมคุณค่าแล้วยังเป็นโอกาสที่ดีที่ผู้สนใจศึกษาวิชาความรู้ทางศิลปะ  ได้เห็นร่องรอยแบบอย่างการสร้างงานของบรมครูศิลปินแห่งชาติ ได้สืบทอดความรู้ และสำคัญสูงสุดระลึกคือพระคุณครู

อลังการนิทรรศการหุ่นกระบอกเรื่องสามก๊ก ตอนโจโฉแตกทัพเรือ

 
    “ อาจารย์จักรพันธฺุ์เป็นศิษย์กตัญญูรู้คุณ และเป็นครูที่เปี่ยมเมตตา เมื่อท่านทำงานก็ได้รับความรู้จากครูบาอาจารย์ทั้งอาจารย์เยื้อน ภาณุทัต ปรมาจารย์งานปักครูชู ศรีสกุลแก้ว นักเชิดหุ่นกระบอก เวลาอาจารย์อยากจะทำงานเรียกระดมพลลูกศิษย์ก็ช่วยอย่างเต็มที่ อยากให้มาชมนิทรรศการจะจัดแสดงไปอีกอย่างน้อย 6 เดือน“ พี่ต๋อง กล่าว และว่าการจะรื้อฟื้นจัดแสดงหุ่นกระบอก”สามก๊ก”  ให้คนรุ่นใหม่ชมมีความเป็นไปได้ มูลนิธิและคณะศิษยก็พร้อมขึ้นกับโอกาสที่เหมาะสม ขณะนี้โรงละครสำหรับการจัดแสดงหุ่นที่เขตสายไหมอยู่ระหว่างปรับปรุง เตรียมรับการแสดงในอนาคต 

อ.จักรพันธุ์เปิดนิทรรศการหุ่นกระบอกสามก๊กที่บ้านซอยเอกมัย


    ปัจจุบันอาจารย์จักรพันธุ์ได้ก่อตั้งมูลนิธิจักรพันธุ์โปษยกฤตขึ้น โครงการสําคัญ ได้แก่“พิพิธภัณฑ์จักรพันธุ์โปษยกฤตเพื่อการเรียนรู้ทางศิลปะ” ตั้งอยู่ ณเขตสายไหมกรุงเทพฯ สร้างเป็นอาคารพิพิธภัณฑ์ถาวรที่รวบรวมศิลปวัตถุสําคัญของชาติ รวมถึงโรงละครจัดแสดงหุ่นกระบอกด้วยระบบเวทีแสงสีเสียงอย่างเต็มรูปแบบแห่งแรกในประเทศ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ระดมทุนสนับสนุนเป็นเวลาหลายปี ขณะนี้การก่อสร้างใกล้เสร็จสมบูรณ์ 

สามพี่น้องร่วมสาบานกวนอูเล่าปี่เตียวหุย 

 


    การระดมทุนครั้งสําคัญเมื่อต้นปี2562  คือการจัดแสดงหุ่นกระบอก“ตะเลงพ่าย” รอบปฐมทัศน์แก่ผู้สนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ รวม11 รอบและนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีได้เสด็จทอดพระเนตรการแสดงในรอบสุดท้ายวันที่30 มีนาคมเป็นขวัญและกําลังใจแก่ทีมงานรวมถึงบุคคลที่มีส่วนร่วมอย่างหาที่สุดมิได้การจัดแสดงหุ่นกระบอก“ตะเลงพ่าย” สะท้อนความมุ่งมั่นของอาจารย์จักรพันธุ์ในการสืบทอดศิลปกรรมอันงดงามให้กับคนรุ่นหลังอีกทั้งเผยแพร่และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติให้ดํารงอยู่อย่างมั่นคง    

 

เชิดหุ่นกระบอกไหว้ครูเบิกโรงวันเปิดนิทรรศการ


    สำหรับผู้สนใจนิทรรศการหมุนเวียนครั้งที่2 เข้าชมได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันท่ี29 กุมภาพันธ์2563 ทุกวันเวลา13.00 น. - 16.30 น. ณมูลนิธิจักรพันธุ์โปษยกฤตเลขที่49/1 ถนนสุขุมวิท63 (ซอยเอกมัย) เขตวัฒนากรุงเทพฯสามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทร0-2 392-7754 หรือ08-7332-5467