'ม.รังสิต' เปิด 'ตลาดนัดมังคุด' ซับน้ำตาชาวสวนกู้วิกฤตราคาตก


   

22 ส.ค.62 - ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า เนื่องจากในปีนี้ผลผลิตมังคุดออกสู่ท้องตลาดมากกว่าปีที่แล้วกว่า 140% ทำให้มังคุดล้นตลาดและราคาหน้าสวนตกลงไปอยู่ที่เพียงกิโลกรัมละ 7-8 บาทเท่านั้น ทำให้เกษตรกรชาวสวนเดือดร้อนกันถ้วนหน้า จึงได้สั่งการอย่างเร่งด่วนในการช่วยเหลือชาวสวนมังคุดเหมือนกับเมื่อปี 2559 ที่มหาวิทยาลัยรังสิตจัดกิจกรรมซับน้ำตาชาวนา ในโครงการข้าวแลกค่าเทอม โดยในครั้งนี้ได้กำหนดมาตรการระยะสั้น 4 มาตรการเพื่อช่วยเหลือชาวสวนคือ

1.จัด “ตลาดนัดลานแบร์ แชร์มังคุด” ให้ชาวสวนได้นำมังคุดมาจำหน่ายโดยส่งตรงจากสวนทั่วประเทศ โดยมหาวิทยาลัยรังสิตจะเป็นตัวกลางระหว่างชาวสวนและผู้ซื้อในการจำหน่ายมังคุดระหว่างวันที่ 22-23 สิงหาคม 2562 เวลา 09.00-18.00 น. ณ บริเวณหน้าอาคารอาทิตย์ อุไรรัตน์ (อาคาร 1) มหาวิทยาลัยรังสิต

ภายในงานมีกิจกรรมประมูลมังคุดนาทีทอง บุฟเฟ่ต์มังคุดไม่จำกัดเวลา พร้อมรับฟังเวทีเสวนา “มังคุดเป็นได้มากกว่าที่คิด” การจัดเวิร์คช็อปการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่ามังคุด และหลักสูตรเรียนรู้ระยะสั้นเรื่องการตลาดออนไลน์ในยุคดิจิทัล เป็นต้น 2.เปิดพรีออเดอร์ซื้อ-ขายมังคุดผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อรับออร์เดอร์มังคุดให้กับชาวสวนโดยตรง 3.ให้นักศึกษาที่เป็นลูกหลานชาวสวนขึ้นทะเบียนมังคุดแลกค่าเทอม และ 4.จัดหลักสูตรอบรม (ฟรี) ให้ความรู้เกี่ยวกับการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่ามังคุด กู้วิกฤตมังคุดไทยล้นตลาด นอกจากนี้จะจัดให้มีเวทีอภิปรายเพื่อแก้ปัญหาระยะยาวอีกด้วย

ดร.อาทิตย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเกษตรกรไทยต้องเผชิญกับปัญหาและความทุกข์ยากลำบาก ต้องเผชิญกับปัญหาความเหลื่อมล้ำและพืชผลไม้ราคาตกต่ำ เกษตรกรไทยไม่สามารถกำหนดราคาเองได้ ต้องประสบกับปัญหากับดักทางการค้าของผู้ค้าต่างประเทศ รวมถึงระบบการค้าของไทยยังเป็นระบบการค้าแบบกึ่งผูกขาด ซึ่งเปิดโอกาสให้พ่อค้าคนกลางและกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่มีอำนาจต่อรองได้มากกว่าเกษตรกร มิหนำซ้ำเกษตรกรไทยยังต้องเผชิญกับปัญหาสภาพอากาศที่แปรปรวน และยังขาดเทคโนโลยีนวัตกรรมด้านการเกษตรที่เข้าถึงและครอบคลุมทุกพื้นที่ แม้จะมีนโยบายการเกษตรในหลากหลายรูปแบบของรัฐบาลในทุกยุคทุกสมัยที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่สามารบรรเทาปัญหาของพี่น้องเกษตรกรไทยได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นมหาวิทยาลัยที่มุ่งมั่นในการปฏิรูปประเทศไทยไปสู่สังคมธรรมาธิปไตย ที่ไม่เคยทอดทิ้งพี่น้องคนไทยยามเดือดร้อน เรามีนวัตกรรมการเกษตร เทคโนโลยีชีวภาพ และอาหาร ที่เป็นแหล่งขุมทรัพย์พลังทางปัญญา เพื่อสร้างนวัตกรรมในการแก้ปัญหาด้านเกษตรไทย ที่เป็นทั้งงานหนัก งานเหนื่อยต้องต่อสู้กับลมฟ้าอากาศที่แปรปรวนและคาดการณ์ไม่ได้

ดร.อาทิตย์ กล่าวว่าการจัด “ตลาดนัดลานแบร์ แชร์มังคุด” ในครั้งนี้เป็นเพียงมาตรการระยะสั้นในการช่วยเหลือเกษตรกร นอกจากการช่วยระบายผลผลิตของพี่น้องเกษตรกรที่ตกต่ำสุดในรอบหลายสิบปี และยังคาดหวังว่า เนื้อหาและสาระในการจัดงานครั้งนี้จะเป็นการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแก้ไขปัญหา มีความเข้าใจในเบื้องลึกถึงโครงสร้าง ปัญหาและการเปลี่ยนแปลงในภาคเกษตร และทำให้พี่น้องเกษตรกรไทยสามารถต่อยอดและเพิ่มมูลค่าผลผลิต เข้าถึงนวัตกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเราจะร่วมกันวางแผนยุทธศาสตร์และมาตรการแก้ไขในระยะยาวเพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรมไปด้วยกันต่อไป