ไม่ฟื้นคดีโฮปเวลล์ พาเหรดบี้เซ็นทรัล


เพิ่มเพื่อน    

 ศาลปกครองไม่รับคำขอรื้อคดีค่าโง่โฮปเวลล์! ชี้ไร้หลักฐานใหม่ "ศักดิ์สยาม" นัดถกอัยการสูงสุดสัปดาห์หน้า 2 รมต.ภท.แท็กทีมสั่งสอบ "เซ็นทรัล วิลเลจ" รุกที่ ทอท.-ส่อขัดผังเมือง "นิตินัย" สั่งรื้อท่อประปาล้ำพื้นที่ หวั่นทำรถติดทางเข้า-ออกสนามบินขัดกฎการบินสากล CPN แจงขออนุญาตถูกต้องตาม กม.

    เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ ในคดีหมายเลขดำที่ 107/2552, 2038/2551, 1379/2552 คดีหมายเลขแดงที่ 366-368/2557 ระหว่างกระทรวงคมนาคม ที่ 1 การรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ 2 ผู้ร้อง บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้คัดค้าน ซึ่งคดีดังกล่าวศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2562 ให้บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 119/2547 หมายเลขแดงที่ 64/2551 ลงวันที่ 30 กันยายน 2551 ที่ให้ผู้ร้องทั้งสองคืนเงินค่าตอบแทนที่ผู้คัดค้านชำระและใช้เงินในการก่อสร้างโครงการพร้อมดอกเบี้ยให้แก่ผู้คัดค้าน
          ผู้ร้องทั้งสองได้มีคำร้องยื่นต่อศาลปกครองกลางขอให้ศาลพิจารณาคดีใหม่ โดยอ้างว่าศาลปกครองสูงสุดรับฟังข้อเท็จจริงผิดพลาด และมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐาน "กรณีโฮปเวลล์" ซึ่งหากได้พยานหลักฐานใหม่ จะนำเสนอศาลปกครองสูงสุดต่อไป ทั้งโต้แย้งเรื่องความสามารถในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในประเทศของผู้คัดค้านในขณะเข้าทำสัญญาพิพาท รวมทั้งอ้างว่าการที่ศาลปกครองสูงสุดมิได้ย้อนสำนวนให้ศาลปกครองชั้นต้นวินิจฉัยในประเด็นเนื้อหาแห่งคดี ถือว่าเป็นข้อบกพร่องในกระบวนการยุติธรรม
          ศาลปกครองกลางวินิจฉัยคำร้องขอว่า ข้อเท็จจริงที่ผู้ร้องทั้งสองโต้แย้งประเด็นที่ศาลปกครองสูงสุดได้วินิจฉัยเรื่องระยะเวลาการใช้สิทธิเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการ การเลิกกันของสัญญาพิพาท และการกลับคืนสู่ฐานะเดิมของผู้ร้องทั้งสองและผู้คัดค้าน มีลักษณะเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการพิพากษาคดี
        และผลของคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด สำหรับกรณีที่ศาลปกครองสูงสุดมิได้ย้อนสำนวนให้ศาลปกครองชั้นต้นวินิจฉัยนั้น เป็นดุลพินิจที่จะวินิจฉัยข้อพิพาทตามคำอุทธรณ์ได้เอง ไม่มีบทกฎหมายที่บังคับให้ศาลปกครองสูงสุดต้องส่งคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้นที่ยังมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย หรือระเบียบวิธีพิจารณาคดีปกครองกลับไปให้พิจารณาพิพากษาใหม่ทุกกรณี ทั้งคดีนี้ศาลปกครองสูงสุดได้วินิจฉัยแล้วว่า คดีมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะพิจารณาพิพากษาชี้ขาดคดีต่อไปได้ เพื่อประโยชน์แก่การพิจารณาพิพากษาคดี จึงไม่ถือว่ามีข้อบกพร่องสำคัญในกระบวนพิจารณาพิพากษาที่ทำให้ผลของคดีไม่มีความยุติธรรม 
          ส่วนข้อโต้แย้งเรื่องความสามารถของผู้คัดค้านในขณะเข้าทำสัญญาว่าเป็นการดำเนินการของคนต่างด้าวนั้น เอกสารหลักฐานดังกล่าวมิได้เป็นพยานหลักฐานที่ปรากฏขึ้นใหม่ อันมีผลทำให้ข้อเท็จจริงที่ฟังยุติแล้วเปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญ ทั้งในขณะที่ยื่นคำขอให้พิจารณาคดีใหม่นี้ ผู้ร้องทั้งสองไม่มีพยานหลักฐานที่จะนำเสนอต่อศาลปกครองสูงสุด ซึ่งเป็นพยานหลักฐานใหม่อันมีผลทำให้ข้อเท็จจริงที่ฟังยุติแล้วเปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญ คำขอให้ศาลพิจารณาคดีใหม่จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามมาตรา 75 วรรคหนึ่ง (1) และ (3) ประกอบวรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ศาลปกครองกลางจึงมีคำสั่งไม่รับคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ไว้พิจารณา
ถก อสส.ค่าโง่โฮปเวลล์
    นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้า ตนและคณะทำงานจะหารือกับอัยการสูงสุดว่า กระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะดำเนินการเรื่องนี้ในทิศทางใดต่อไป เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และเกิดมานานแล้ว ส่วนกรณีที่มีหลายฝ่ายกังวลว่าเมื่อศาลไม่รับคำร้อง ทาง รฟท.จะต้องมีการชำระเงินชดเชยใน 180 วัน ซึ่งจะครบกำหนดประมาณเดือน ต.ค.นี้นั้น ในเรื่องนี้ทางกระทรวงคมนาคมได้มีการทำงานควบคู่กัน โดยให้คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาหาแนวทางรองรับไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ากระทรวงคมนาคมจะดำเนินการสิ่งที่ดีที่สุดให้เกิดกับคนไทย
    นายศักดิ์สยามยังกล่าวถึงกรณีการก่อสร้างโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ที่รุกล้ำพื้นที่ราชพัสดุ ภายใต้การดูแลของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ภายหลังหารือร่วมกับนายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ว่า ได้สั่งการให้ ทอท.ดูข้อเท็จจริง ใครมีส่วนรับผิดชอบต้องให้เขาไปดู ผิดก็ผิด ถูกก็ถูก ผิดก็ว่าไปตามผิด อะไรที่ไม่ดีอย่าไปทำ กฎหมายบังคับใช้กับประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมกันหมด ดังนั้นต้องดูข้อเท็จจริงและกฎหมายให้ครบถ้วนในการดำเนินการ 
    ด้านนายนิตินัยกล่าวว่า ทอท.ได้ส่งหนังสือถึงสำนักงานประปาสาขาสุวรรณภูมิ การประปานครหลวง (กปน.) องค์การบริหารส่วนตำบลบางโฉลง อ.บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ และกรมธนารักษ์ เพื่อแจ้งปัญหาการบุกรุกพื้นที่ใช้ก่อสร้างโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ โดยเฉพาะแนววางท่อประปา เนื่องจากเป็นการใช้พื้นที่โดยพลการและก่อสร้างโดยไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ดังนั้น ทอท.ผู้เป็นดูแลพื้นที่แทนกรมธนารักษ์เมื่อทราบแล้ว จึงต้องส่งหนังสือแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบเพื่อเข้ามาตรวจสอบ รวมถึงได้สั่งการให้หยุดการก่อสร้างดังกล่าว
    นอกจากนี้ ยังได้รายงานให้ทราบถึงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะพื้นที่ดังกล่าวอาจจะถูกใช้เป็นทางเข้า-ออกสนามบิน ซึ่งจะทำให้เกิดความคับคั่ง และปัญหาจราจรแออัดตามมาได้ รวมทั้ง ทอท.ได้ส่งหนังสือชี้แจงไปยังสำนักงานการบินพลเรือน (กพท.) เพื่อสอบถามความเหมาะสมของการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ของเซ็นทรัลว่าขัดกับเงื่อนไขกฎเกณฑ์การบินขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) แม้แผนพัฒนาดังกล่าวจะไม่มีการก่อสร้างอาคารสูงเกิน 3 เมตร ตามเงื่อนไขพัฒนาพื้นที่รอบสนามบิน แต่อาจมีปัญหาอื่นที่ส่งผลกระทบ เช่น เรื่องแสงสว่างของโครงการที่อาจทำให้นักบินสับสนหรือเสี่ยงต่อความปลอดภัยการนำเครื่องบินลงจอดที่รันเวย์ เป็นต้น ดังนั้นในส่วนนี้ ทอท.ถือว่าทำหน้าที่ในฐานะผู้ดูแลพื้นที่ครบถ้วนแล้ว ที่เหลือคงเป็นการตัดสินใจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสือที่ ทอท.ได้ทำไปถึงผู้จัดการสำนักงานประปาสาขาสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 22 ส.ค.นั้น ระบุว่า การวางท่อประปาดังกล่าวอยู่ในพื้นที่งานก่อสร้างระบบไฟฟ้าและอาคารหลักหลังที่สอง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นที่ราชพัสดุ โฉนดเลขที่ 154871 และ 154873  ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ  ในการครอบครองของ ทอท.และ ทอท.ก็ไม่อนุญาต ต่อมาได้วางแนวท่อประปารุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ ทอท. จึงได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจบางพลี ตั้งแต่วันที่ 21 ส.ค. ด้วยเหตุนี้ ทอท.จึงขอให้สำนักงานประปาสุวรรณภูมิ ยุติการกระทำ และขนย้ายและปรับพื้นที่ให้อยู่สภาพเรียบร้อยภายในวันที่ 25 ส.ค.นี้ หากพ้นกำหนด ทอท.มีความจำเป็นดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป   
สอบเซ็นทรัลส่อขัดผังเมือง
    นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ (Central Village) ว่าการก่อสร้างชอบด้วยกฎหมายผังเมืองหรือไม่ เนื่องจากโครงการดังกล่าวได้ก่อสร้างในพื้นที่ดินประเภท ประเภท ก. 1-10 พื้นที่สีเขียว (ประเภทชนบทและเกษตรกรรม) ห้ามก่อสร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ แต่กฎหมายผังเมืองก็มีข้อยกเว้นให้สามารถก่อสร้างอาคารต่างๆ ได้ไม่เกิน 2,000 ตารางเมตร และพื้นที่ก่อสร้างต้องไม่เกิน 10% ของพื้นที่ประเภท ก. 1-10 ทั้งหมด ซึ่งเมื่อตนได้ลงพื้นที่แล้ว ก็จะรับทราบข้อเท็จจริงได้ชัดเจนขึ้น
    อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นได้สั่งการให้กรมโยธาธิการและผังเมืองไปหารือกับผู้เกี่ยวข้องว่าการใช้พื้นที่ก่อสร้างโครงการนี้ถูกต้องตามกฎหมายผังเมืองหรือไม่ โดยขีดเส้นให้ส่งข้อมูลกลับมาภายใน 1 เดือน ทั้งนี้ต้องโฟกัสที่การพัฒนาพื้นที่ทั้งหมดนี้ ได้มีการขออนุญาตถูกต้องหรือไม่ และยืนยันว่าหากพบอะไรที่ผิดกฎหมาย ก็จะดำเนินการทันที อะไรถูกก็ว่าไปตามถูก อะไรผิดก็ไม่สามารถปล่อยไว้ได้
    ขณะที่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) แผนกสื่อสารองค์กร ได้ทำหนังสือถึงสื่อมวลชน โดยชี้แจงว่า การดำเนินการทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ โดยได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ ซึ่งไม่ตรงกับข้อกล่าวอ้างที่สื่อต่างๆ ได้รับ โดยมีรายละเอียดต่อไปนี้
    1.บริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตก่อสร้างถูกต้องตามกฎหมายและปฏิบัติตามข้อกำหนดการก่อสร้างบนพื้นที่ตั้งของโครงการ รวมทั้งเป็นไปตามกฎหมายผังเมืองปัจจุบันอย่างเคร่งครัด 2.บริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตการเชื่อมทางเข้า-ออกโครงการอย่างถูกต้องจากหน่วยงานที่มีอำนาจในการอนุมัติ 3.บริษัทฯ ได้รับอนุญาตในการเชื่อมต่อและขยายเขตวางท่อประปาและไฟฟ้าอย่างถูกต้องจากหน่วยงานผู้มีอำนาจ ซึ่งการขอใช้น้ำประปา ไฟฟ้า ถือเป็นสิทธิการเข้าถึงการให้บริการสาธารณูปโภคพื้นฐานตามปกติของประชาชนทั่วไป
    บริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้รับการแข่งขันอย่างเป็นธรรม และบริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะทำให้โครงการเซ็นทรัล วิลเลจ เป็นลักชูรีเอาท์เล็ตในระดับสากล (International Luxury Outlet) จากฝีมือคนไทยเป็นที่แรกในประเทศไทย เพื่อเชิดชูอัตลักษณ์ความเป็นไทย สร้างความภาคภูมิใจในการเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการช็อปปิ้งระดับโลก พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อให้ย่านสนามบินสุวรรณภูมิและพื้นที่โดยรอบเป็นเมืองสนามบินที่ดีที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก โดยโครงการมีกำหนดการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันเสาร์ที่ 31 ส.ค.นี้
    สำหรับโครงการ เซ็นทรัล วิลเลจ (Central Village) ลักชูรี เอาท์เล็ตระดับโลกแห่งแรกในประเทศไทย หลังบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) (CPN) ได้ทุ่มงบลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาทบนพื้นที่ 100 ไร่ หรือ 4 หมื่นตารางเมตร พร้อมขนแบรนด์ดังระดับโลกกว่า 130 แบรนด์ที่จะทยอยเปิดในวันที่ 31 ส.ค.นี้.


ก็น่าตกใจอยู่หรอก... จู่ๆ ทหารอเมริกันนับร้อยมานอนโรงแรมกลางกรุง แถมข่าวสารยังสับสน

'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'
"บอส-เรดบูล" เมาหลังขับ?
ยิ่งกว่าสงครามเหลือง-แดง
'ข้อมูลใหม่กับคนเหนือดวง'