‘ศรีสาคร’พ้นพื้นที่พ.ร.ก. ดัน‘บิ๊กอั๋น’นั่งเลขาฯสมช.


   

 "บิ๊กป้อม" นั่งหัวโต๊ะ คกก.สถานการณ์ฉุกเฉิน เห็นชอบยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ใน อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เปลี่ยนใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงแทน พร้อมชง ครม.ไฟเขียวสัปดาห์หน้า "สภาความมั่นคงฯ" หนุน "พล.อ.สมศักดิ์" ข้ามห้วยมานั่งเลขาฯ สมช.คนใหม่  "อนค." ลุยปฏิรูปกองทัพเสนอยกเลิกเกณฑ์ทหารเปลี่ยนเป็นสมัครใจ

    ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 23 ส.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน ครั้งที่ 3 /2562 มี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย,  นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
    พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมเห็นชอบขยายเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่ทุกอำเภอในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยกเว้น อ.แม่ลาน อ.เบตง จ.ยะลา อ.สุไหงโก-ลก อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ออกไปอีก 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย.-19 ธ.ค.2562 เพื่อเป็นเครื่องมือในการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยและดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ 
    "ที่ประชุมเห็นชอบการปรับลดพื้นที่ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ออกจากพื้นที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยนำ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2548 มาบังคับใช้ โดยจะเสนอให้ที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบต่อไป ซึ่ง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จะประเมินพื้นที่ว่าพื้นที่ใดเข้าข่ายตามตัวชี้วัดจะปรับลดจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้อีกบ้าง" พล.อ.วัลลภกล่าว
    เลขาฯ สมช.กล่าวว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบให้เปลี่ยนแปลงหน่วยงานรับผิดชอบในส่วนของการจัดระเบียบการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่และซิมการ์ดจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มาเป็นคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจตามหน้าที่และอำนาจของกฎหมาย
    ด้าน พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ถึงการแต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขคนใหม่ แทน
 พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ ที่ลาออกไปทำหน้าที่สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ว่า ยังไม่ได้มีการแต่งตั้ง ให้รองหัวหน้าคณะทำงานฯ ทำหน้าที่แทนไปก่อน และให้พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ดูภาพรวมเรื่องผู้แทนพิเศษ
    มีรายงานแจ้งว่า ในการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน โดยมี พล.อ.ประวิตร, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย,  พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ได้เห็นชอบเสนอชื่อ พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา รองปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นเลขาธิการ สมช.คนใหม่ หลังจาก พล.อ.วัลลภจะเกษียณอายุราชการสิ้นเดือน ก.ย.นี้ โดยจะมีการนำรายชื่อเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ต่อไป 
    สำหรับ พล.อ.สมศักดิ์ เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 19 ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในปี 63 ถือเป็นนายทหารคนที่ 3 ติดต่อกันนับตั้งแต่ยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาถึงรัฐบาลปัจจุบัน ที่โยกคนจากกองทัพมาเป็นเลขาธิการ สมช. ต่อจาก พล.อ.ทวีป เนตรนิยม และ พล.อ.วัลลภ
    มีรายงานด้วยว่า ในสิ้นเดือน ก.ย.นี้ จะมีรองเลขาธิการ สมช.เกษียณอายุราชการ 2 คน ทำให้ตำแหน่งว่างลง ซึ่งปรากฏชื่อ พล.ท.ณตฐพล บุญงาม เจ้ากรมข่าวทหาร นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 21 ที่มีข่าวว่าจะถูกโยกมาเป็นรองเลขาธิการ สมช.อีกด้วย โดยพล.ท.ณตฐพลยังเหลืออายุราชการอีก 3 ปี 
    ขณะที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเกิดเหตุความรุนแรงต่อเนื่อง โดยเมื่อเวลา 14.00 น. ร.ต.ท.อธิป ณรงค์ฤทธิ์ รองสารวัตรสอบสวน  สภ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุยิงกันตาย บริเวณตรงข้ามมัสยิดนูรูลฮูดาปากู บ้านปากู ม.5 ต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง ริมถนนสาย อ.ทุ่งยางแดง-อ.สายบุรี จึงนำกำลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ตชด.ที่ 444 และตำรวจพิสูจน์หลักฐานปัตตานีและกำลังตำรวจ   
    ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือดข้างรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค สีดำ ทะเบียน กง 138 พังงา ทราบชื่อคือ นายมูฮัมหมัด หะมะ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99/4 ม.4 ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ถูกยิงด้วยอาวุธปืน .38 เข้าที่ท้ายทอย 2 นัดเสียชีวิต 
    สอบสวนทราบว่า นายมูฮัมหมัดได้เดินทางออกจากบ้านกับเพื่อนเพื่อจะไปที่ อ.สายบุรี โดยมีเพื่อนขับรถ ระหว่างทางแวะละหมาดวันศุกร์ หลังจากเสร็จละหมาดได้เดินข้ามถนนเพื่อจะขึ้นรถ ได้มีคนร้ายจำนวน 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบชนิดมาจอดที่หลังนายมูฮัมหมัด และคนร้ายที่ซ้อนท้ายได้ชักอาวุธกระหน่ำยิงทันที 2 นัด ทำให้นายมูฮัมหมัดเสียชีวิต ส่วนคนร้ายเร่งเครื่องหลบหนีไป
    ที่หน้าที่ว่าการอำเภอบันนังสตา จ.ยะลา พ.อ.ณัฐกร เรือนติ๊บ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33 พร้อมด้วยนายธราวุธ ช่วยเกิด นายอำเภอบันนังสตา และผู้นำศาสนา ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ชาวบ้านและนักเรียนโรงเรียนบันนังสตาวิทยา กว่า 300 คน ร่วมในกิจกรรมรวมพลังมวลชนต่อต้านความรุนแรงในพื้นที่ โดยถือป้ายข้อความปฏิเสธความรุนแรง พร้อมทั้งประกาศเจตนารมณ์ไม่เห็นด้วยกับการก่อเหตุความรุนแรงทุกรูปแบบที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้บริสุทธิ์และเจ้าหน้าที่
    พ.อ.ณัฐกรได้พบปะสร้างความเข้าใจกับมวลชนที่มาร่วมในกิจกรรมดังกล่าว พร้อมทั้งยืนยันกับมวลชนที่มาร่วมในกิจกรรมว่า จากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ไม่ได้ทำให้เจ้าหน้าที่ท้อถอยในการปฏิบัติหน้าที่ และปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถต่อไป
    วันเดียวกัน พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.รับราชการทหารของพรรคอนาคตใหม่ว่า ในเรื่องปฏิรูปกองทัพที่ง่ายที่สุดคือการยกเลิกเกณฑ์ทหารแบบปัจจุบัน โดยจะใช้วิธีการสมัครใจแทน แต่ยังคงไว้ซึ่งวิธีการเกณฑ์ทหารยามเกิดศึกสงคราม ซึ่งอยู่คนละหมวดกัน ในส่วนของวิธีการรับสมัครนั้น ผู้สมัครต้องจบการศึกษาระดับมัธยมปลาย โดยมีระยะเวลาการฝึกอย่างน้อย 5 ปี เพื่อสร้างศักยภาพให้เข้มแข็ง จากเดิมที่ฝึกเพียง 1 ปีครึ่งเท่านั้น ก่อนจะปลดระวางไป 
    "หากคุณมีความสามารถ ก็สามารถสอบเลื่อนตำแหน่งตั้งแต่ยศนายสิบไปจนถึงพันโท ผ่านการสอบแข่งขันวาระละ 5 ปี ทำให้เราจะได้กองทัพที่หนุ่มและเข้มแข็ง ขณะที่ระยะเวลาการฝึกวาระละ 5 ปีนั้น จะทำให้จำนวนกำลังพลลดลง ซึ่งเราสามารถนำงบประมาณในส่วนนี้ไปเพิ่มเงินเดือนและสวัสดิการต่างๆ ได้ประมาณ 2 เท่า รวมทั้งให้เป็นทุนการศึกษาจนสามารถเรียนได้จนจบปริญญาตรี อย่างไรก็ตาม ในร่างเรากำหนดจำนวนกองกำลังสำหรับสู้รบไว้คงเดิม แต่เปลี่ยนทหารที่เป็นกองกำลังประจำการมาเป็นกองกำลังสำรองแทน" พล.ท.พงศกรกล่าว
    รองหัวหน้า อนค.กล่าวว่า หาก พ.ร.บ.ดังกล่าวบังคับใช้ภายใน 6 ปี เราจะมีกำลังรบที่เข้มแข็ง ครบ 10 ปีเราจะมีทั้งกำลังรบและกำลังสำรองที่เข้มแข็ง ตอนนี้เราร่างแล้ว เหลือเพียงตกแต่งจุดต่างๆ ให้สมบูรณ์ โดยการรับฟังความเห็นของประชาชนเพิ่มเติม เพื่อปรับให้สมบูรณ์ก่อนนำเสนอเข้าสภาต่อไป ซึ่งคาดว่าเราจะสามารถยื่นได้ในการประชุมรัฐสภาครั้งแรกในสมัยประชุมหน้า.