คุณช่อยันธนาธร แจงทรัพย์สินแน่ ‘พิษณุ’รับจนจริง


เพิ่มเพื่อน    

  “วิษณุ” ยัน ป.ป.ช.แจงแล้วเรื่องทรัพย์สินยืมเป็นอย่างไร “พิษณุ” รับมีสมบัติแค่ 5 พันบาทจริงๆ ตรวจสอบได้ “ช่อ” รีบแจ้ง “ธนาธร-ปิยบุตร” ไม่เบี้ยวแจ้งแน่ เผยยังมี 10 ส.ส.ได้ยืดเวลาไปอีก 10 วัน

เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ยังคงมีความต่อเนื่องในการเปิดเผยบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน กรณีเข้ารับตำแหน่งและกรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยเฉพาะการแจ้งบัญชีว่ามีการยืมรถเพื่อน
โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายพิษณุ พลธี ส.ส.ปทุมธานี พรรคภูมิใจไทย (ภท.) แสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินว่าได้รถยนต์มาจากเพื่อน สามารถทำได้หรือไม่ ว่า ป.ป.ช.ชี้แจงออกมาแล้วว่าระหว่างยืมใช้คงรูปกับยืมใช้สิ้นเปลือง ซึ่งการแจ้งนั้นต่างกัน ยืมใช้คงรูปคือยืมอะไรต้องคืนอย่างนั้น ส่วนยืมใช้สิ้นเปลือง เช่น ยืมเงินมาเป็นของเรา วันหลังก็ไปคืนจำนวนเดิม แต่ไม่ต้องนับธนบัตรใบเดิม ดังนั้นเขามีเกณฑ์อยู่แล้ว 
เมื่อถามว่า ไม่ได้ผิดปกติอะไรใช่หรือไม่ นายวิษณุปฏิเสธว่า ไม่รู้ ไม่ทราบ
ด้านนายพิษณุยอมรับว่ารถยนต์คันดังกล่าวเป็นชื่อของเพื่อน ยืมมาใช้กว่า 2 ปีแล้ว ซึ่งก่อนแจ้งบัญชีทรัพย์สินไม่ได้สอบถาม ป.ป.ช.ก่อน และเชื่อว่าสามารถแจ้งได้ 
เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการยืมรถเพื่อนมาใช้ นายพิษณุกล่าวว่าใช้ชีวิตอยู่กับแม่ ไม่มีลูก ไม่มีภรรยา ใช้เงินของครอบครัวและแม่อยู่ ไม่ได้ไปทำอะไรสามารถตรวจสอบได้หมด ยืนยันความบริสุทธิ์ และไม่ได้กังวลต่อการวิพากษ์วิจารณ์ ว่าทำไมถึงมีทรัพย์สินเพียงเท่านี้ เพราะในช่วงที่ทำงานอยู่ใน อบจ.ปทุมธานี ก็มีทรัพย์สินเพียงเท่านี้จริงๆ ก็ไม่มีเงิน ไม่มีทรัพย์สิน
    ทั้งนี้ นายพิษณุถือเป็น ส.ส.ที่มีทรัพย์สินน้อยที่สุดในบรรดา ส.ส. 414 รายที่แจ้งบัญชี โดยมีทรัพย์สินทั้งสิ้น 5,064 บาท ไม่มีภาระหนี้สิน และยืมรถเพื่อนใช้
นายพิษณุยังเล่าประวัติว่า รู้สึกดีใจที่พ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดปทุมธานี เขต 6 ได้ให้ความไว้วางใจเลือกเข้ามาทำหน้าแทน โดยในครั้งนี้เป็นการลงสมัคร ส.ส.ครั้งแรกในสนามการเมืองใหญ่ ในนามพรรคภูมิใจไทย ซึ่งครอบครัวเป็นอดีตนักการเมืองมาก่อน และได้คลุกคลีกับการเมืองมาตลอด เนื่องจากบิดาเป็นนักการเมืองท้องถิ่น จึงลงพื้นที่เพื่อช่วยงานทางด้านการเมืองเป็นเวลากว่า 20 ปี ทำให้ได้สัมผัสกับวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ และเข้าถึงความต้องการของประชาชนในท้องถิ่น 
“มันเหมือนการเมืองอยู่ในสายเลือดมากกว่า ได้ออกพื้นที่มาโดยตลอดไปในฐานะลูกของนักการเมืองจนถึงเวลาที่เหมาะสมทั้งอายุและวุฒิการศึกษา เมื่อพร้อมก็เลยตัดสินใจลงสมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี พอเราไปคลุกคลีกับชาวบ้านในเขตพื้นที่ ก็พบปัญหาหลักคือพืชผลทางการเกษตรไม่ได้ราคา นี่คือตัวปัญหาหลัก เมื่อชาวบ้านเขาไม่มีเงินกินเงินใช้ เขาก็จะได้รับความเดือดร้อน และไม่มีความสุขในชีวิต ทั้งนี้ เราเองก็ได้นำปัญหาเหล่านี้ไปเสนอในพรรคภูมิใจไทยเพื่อจะทำเป็นนโยบายเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเงินเดือนที่ได้รับเราก็เอาเงินตรงนี้ช่วยงานช่วยเหลือพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด ลงพื้นที่ตลอดแทบทุกวัน” นายพิษณุกล่าว
ทั้งนี้ ในโลกออนไลน์ได้มีการเข้าตรวจสอบเฟซบุ๊กของนายพิษณุ และได้ตั้งข้อสังเกตถึงการแต่งกายของนายพิษณุ ซึ่งมีทรัพย์สินเพียง 5,000 บาท แต่กลับใส่เข็มขัดแบรนด์หลุยส์ วิตตอง ซึ่งชาวโซเชียลต่างแสดงความเห็นกันมากว่าหากเข็มขัดดังกล่าวเป็นของแท้ราคาต้องหลักหมื่นบาทขึ้นไป ซึ่งสวนทางกับทรัพย์สินที่มีอยู่อย่างมาก 
สำหรับการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินนั้น ล่าสุดยังมี ส.ส. 87 รายที่ไม่ยื่นบัญชี ซึ่งมี 10 รายที่ได้ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอขยายเวลาสุดท้าย ซึ่ง ป.ป.ช.ได้อนุญาตให้ขยายได้อีก 10 วันเท่านั้น ซึ่งในบรรดา 87 รายนั้น มีระดับหัวหน้าพรรคที่ยังไม่ยื่น 3 ราย คือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.), นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย และนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ 
ด้าน น.ส.พรรณิการ์ วาณิช โฆษกพรรค อนค. ทวีตข้อความกรณีนายธนาธร, นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค อนค. และตนเองยังไม่ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ว่ามีคนถามเข้ามาเยอะว่าทำไมไม่พบรายการบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สินของคุณธนาธร อ.ปิยบุตร รวมถึงของช่อ ขอแจ้งว่าทุกคนขอขยายเวลาการยื่นบัญชีไป 30 วัน ซึ่งทำได้ตามกฎหมายมี ส.ส.กว่า 70 คนที่ขอขยายเวลา ซึ่งจะสิ้นสุด 23 ส.ค.นี้ เวลา 16.00 น. เราทุกคนยื่นตามเวลา และ ป.ป.ช.จะเปิดเผยบัญชีตามปกติ.


วันนี้ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ เป็นวันเข้าพรรษาเมื่อพูดถึงคำว่า "เข้าพรรษา"สิ่งแรกที่คนไทยแทบทุกคนนึกถึง คือ คำว่า "ทำบุญ"เรื่องบุญนั้น..........

'การอยู่-การไป' ของสมคิด
หมอชาญชัย"เผยตาหมาก"
ภาพสะท้อน 'อนาคตไทย'
อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'
การเมืองเรื่อง 'คิดกันไปเอง'
ว่าด้วยเรื่อง"ลูกหลานจัญไร"