ตำรวจนั้น 'ใช่ว่าไร้ซึ่งหัวอก'


   

      มี "ข้อความน้อย" มาถึงผม

      อ่านกันดูนะ........

      "การร้องเรียนไปที่ศูนย์.......คือการนำเรื่องไปบอกโจร อบต. อบจ.รู้หมด แล้วหาทางออกด้วยการเก็บเรื่อง ข่มขู่ผู้เกี่ยวข้องครับ เรื่องถึงเพิ่งมาโผล่ เพราะนักศึกษาครับ

      ศูนย์.....หากทำตามหน้าที่สัก ๕๐% ลุงตู่จะสง่างามกว่านี้ ไม่ใช่ขาลง บ้านเมืองสับสนวุ่นวายอย่างทุกวันนี้ครับ"

      ก็ขอบคุณ...........

      ศูนย์นั่น ผมตัดชื่อออกละกัน ไม่บอก...ก็รู้ มิใช่หรือ?

      ก็เพราะเหตุนี้แหละ ผมถึงเกรงว่า "น้องแบม" จะซวยตอนจบ ตอนเรื่องร้อนๆ ก็ "ตั้งกรรมการสอบ" ซื้อกระแสไว้ก่อน

      พอกระแสมอด.......

      ผลสอบก็จะออกมา "ไม่พบหลักฐาน" ตามที่ "น้องแบม" กล่าวอ้าง

      "น้องแบม" จะเป็นเด็กเลี้ยงแกะ อย่างที่ "หัวหน้าภาควิชา" บอกกับน้องแบมว่า........

      ".........หน่วยงานที่เข้ามาตรวจสอบทำอะไรไม่ได้หรอก"

      แล้วทุบซะ ๒ พลั่ก นั่นแหละ!

      "ความไม่ซื่อ" ของคนในระบบราชการไทย มันเป็นวัฒนธรรมประจำชาติ ที่เขารู้กันไปทั้งโลกนานแล้ว

      เผด็จการทหารครองเมือง นึกว่าจะได้ปฏิรูป เอาเข้าจริง

      "กึ่งอนุรักษ์-กั๊กปฏิรูป" ซะงั้น!

      คุยเรื่องอื่นดีกว่า เดี๋ยวเขาจะว่าต่อท่อน้ำเลี้ยงจากระบอบทักษิณมาแซะรัฐบาล "ป้อม-ประยุทธ์-ป๊อก"

      ไม่ต้องแซะตอนนี้ก็เซ เพราะอุ้ม "พี่-เพื่อน" เหนือภพ-เหนือชาติ!

      พูดถึงทักษิณ.......

      เมื่อวาน (๖ มี.ค.๖๑) เจอเข้าอีก ๑ ดอก ฐานหนีศาล ในคดีแปลงสัมปทานกิจการโทรคมนาคมเป็นภาษีสรรพสามิต เอื้อประโยชน์ชินคอร์ป สมัยเป็นนายกฯ

      ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง นัดให้มาขึ้นศาล จำเลยทราบแล้ว แต่ไม่มีใครมาเลย รวมทั้งทักษิณ

      จึงออกหมายจับ!

      ความจริง คดีนี้ ทักษิณถูกหมายจับอยู่แล้ว ๑ ใบ แต่ครั้งนี้ เป็นการพิจารณาคดีตามกฎหมายใหม่

      จำเลยไม่มา ถือว่าจำเลย "ให้การปฏิเสธ".......

      ศาลพิจารณาคดีลับหลังต่อเนื่องไปจนตัดสินได้เลย

      เรื่องตีคู่ "ผีทักษิณ" หลอนรายวันตอนนี้ คือเรื่อง "เสือดำ-ศรีวราห์"!

      "ดรามา" เขากำลังแรง.......

      โบราณว่า "น้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือเข้าไปขวาง"

      ฉะนั้น ช่วงนี้ ต่อให้ "แหกกฎหมาย" ให้เห็นตามประเด็นคดีขนาดไหน ในเรื่องเปรมชัย กับข้อหาคดีฆ่าเสือดำ

      จ้างก็ไม่มีใครสน ในผล-ในเหตุ

      ขณะที่ "อารมณ์มวลรวม" กำลังมา ยิ่งกว่าพายุงวงช้าง!

      คุยเรื่องอื่นก่อนดีกว่า......

      วานซืน มีการแต่งตั้ง-โยกย้ายนายตำรวจระดับรองผู้บังคับการ-ผู้กำกับการ

      "พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์" ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทองผาภูมิ ซึ่งเป็นท้องที่ "คดีเสือดำ" เกิด

      ได้รับการแต่งตั้ง-โยกย้ายเป็น "รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี"

      ชนชาวโซเชียลเลยวิพากษ์ซะ ประมาณว่า....
      ผู้กำกับคนนี้แหละ.......

      ที่สั่งภาคทัณฑ์ "ร.ต.อ.สุมิตร บุญยะนิจ" พนักงานสอบสวน ฐานรับแจ้งข้อหา "เปรมชัยทารุณกรรมสัตว์"

      ต่อมา ด่านกักกันสัตว์กาญจนบุรี "ขอถอน" เพราะประเภทเสือดำ เป็นกฎหมายคนละฉบับ กับ พ.ร.บ.ทารุณกรรมสัตว์

      แต่ "แฟนเสือดำ" ไม่สน

      มุ่งว่าที่ผู้กำกับสั่งลงโทษนั้น เป็นคนละขั้วอารมณ์ชมรมเสือดำ สรุปว่า

      "ทำดี-ได้ดี มีที่ไหน, ทำชั่ว-ได้ดี ก็นี่ไง" ประมาณนั้น!?

      ก็ขำดี ..........

      ถ้าผมเป็น พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ เมื่อทราบคำสั่ง คงยิ้มแห้งๆ กับเก้าอี้แห้งๆ ตามตำแหน่งใหม่

      จริงอยู่ จากผู้กำกับขึ้นเป็นรองผู้การ ถือว่าเลื่อนอันดับสูงขึ้น แต่ถ้าถามคนเป็นผู้กำกับ อยากเลื่อนขึ้นมั้ย?

      อายุ ๕๗-๕๘-๕๙ คือใกล้เกษียณ ร้อยละ ๙๙.๙๙ ขอซ้ำชั้นอยู่ในเก้าอี้ "ผู้กำกับ" ยันเกษียณจะเป็นพระคุณกว่า!

      เป็นผู้กำกับ พรั่งพร้อมเหมือนเจ้าครองเมือง

      เป็นรองผู้การ สูงโด่เด่ในสภาพศาลพระภูมิ!

      แต่ถ้าอายุราชการยังยาว คำนวณแล้ว ไปได้ถึงผู้การ-ผู้บัญชาการ ยาวถึง ผู้ช่วย-รอง ผบ.ตร. เผลอๆ ทะลุ "ผบ.ตร."

      ต้องเอา.........

      มันเป็นขั้นตอนที่ต้องไต่ จากผู้กำกับ จะขึ้นนายพลได้ ก็ต้องเป็นศาลพระภูมิคอยไก่ไปก่อน

      กรณีลงโทษภาคทัณฑ์ ร.ต.อ.สุมิตรนั่นน่ะ........

      คนนอกอย่างพวกเรา อย่าไปอินว่าเป็นการลงโทษ-ลงทัณฑ์จริงจังไปเลย

      ลูกเล่นตำรวจเขาน่ะ อย่าไปมองผู้กำกับเป็นตัวร้าย ลงทัณฑ์ร้อยเวรเซ่นเปรมชัยเลย

      ที่ทำนั้น ก็ "พล.ต.อ.ศรีวราห์" สั่งหรอก และเป็นการสั่งตามเชิงกลไปงั้น ไม่มีผลบวก-ลบอะไร

      "ตำรวจ" เป็นส่วนหนึ่งในคำว่า "ระบบราชการ"

      ในอาณาจักรตำรวจ ใครเข้าไปสัมผัสจริงๆ จะสยองว่า มันโหดยิ่งกว่า "คนกินเนื้อคน"

      วานซืน ไม่รู้ใครเอาข่าว "ไทยรัฐออนไลน์" ของเดือนกุมภา ๖๑ มาโพสต์ เห็นเข้าบรรยากาศ จะลอกให้อ่าน ในข่าวบอกว่า

      "พ.ต.อ.ดร.กันตพงษ์ นิลขำ"...........

      ผู้กำกับ สภ.บางบาล พระนครศรีอยุธยา นักเรียนนายร้อยรุ่น ๔๑ เจ้าของบทความที่เขียนส่งต่อๆ  กันในกลุ่มตำรวจโลกโซเชียล โดยข้อความระบุ.....

        "ผมอยากจะพิสูจน์ให้นักเรียนนายร้อย รุ่นน้อง เห็นว่า ถ้าเราทำงานดี ตั้งใจรับใช้ประชาชนอย่างจริงจัง ผลที่ได้รับกลับมาจากผู้บังคับบัญชา มันต้องเป็นเรื่องดีๆ

        โดยเฉพาะตลอด ๓ ปีที่ผ่านมา โรงพักบางบาล มีกิจกรรมเพื่อประชาชน ดูแลรับใช้ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ จนแทบจะได้ขึ้นเป็นโรงพักที่ดีที่สุด ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

        แต่สุดท้าย เมื่อคำสั่งแต่งตั้งวาระ ๖๑ มาถึง ปรากฏว่า ผมเองถูกเตะเข้าไปอยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำงานด้านเอกสาร

        ซึ่งถ้าย้ายผมไปเป็นครูในโรงเรียนนายร้อยยังทำประโยชน์ได้มากกว่า

        ผมจะขอเป็นบทเรียนให้น้องๆ และ นรต.ทุกคนเห็นว่า ทำดีไม่มีผล สนองตอบนโยบาย ไม่มีความก้าวหน้า ช่วยเหลือประชาชน ไม่มีความเจริญในอาชีพ

        ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องทำงาน มีนาย มีเงิน มีตั๋ว ท่านจะได้ทุกอย่างในระบบนี้

        ประเทศชาติจะอยู่อย่างไร อย่าหลอกพวกผม อย่าหลอกน้องผม ให้ทำงานให้องค์กร ในเมื่อทำแล้วเป็นแบบนี้ นายไม่ผิด ผิดที่ผมเข้าหานายไม่เป็น...Cr บางบาล ๑ ผู้เขียน

        ที่พี่เขียนข้อความแบบนั้น ไม่ได้อยากจะมีปัญหากับใคร แค่อยากจะระบายความรู้สึก และบอกเล่าถึงข้อเท็จจริง

        ว่าตำรวจยุคนี้สมัยนี้ ต่อให้ทำดีเอาผลงานเข้าแลก ก็ไม่สามารถเติบโตในตำแหน่งหน้าที่การงานได้

        ตำรวจทุกคนต้องมีนาย ต้องมีตั๋ว เรื่องนี้เป็นจริงที่ทุกคนรู้แก่ใจ ทุกคนต้องวิ่ง พี่ก็เคยวิ่ง

        แต่รอบนี้ อยากจะวัดความสามารถของตัวเอง ในฐานะที่เราก็เป็นไอดอลของน้องๆ นรต.รุ่นหลังๆ ที่เขาเอ่ยปากชื่นชมมาตลอดถึงการพัฒนาหน่วยงาน และรับใช้ดูแลประชาชนด้านคดีความ แต่สุดท้าย รางวัลที่ได้รับกลับมาตอบแทน กลับกลายเป็นถูกย้ายจากตำแหน่งเดิม ไปอยู่ในสำนักงาน

        โรงพักของผมเอง ตำรวจชั้นผู้ใหญ่เคยมาเยี่ยมหลายนาย เห็นการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี  ได้รับคำชมจากตำรวจเกือบทั่วประเทศว่า เป็นโรงพักที่มีระบบการทำงานดีมาก

        ถามว่าเสียใจมั้ย กับสิ่งที่ตนเองทำไปแล้ว ไม่มีอะไรดีๆ สนองกลับคืนมา

        จะบอกว่า เสียใจไม่เท่าไหร่ สิ่งที่มากกว่านั้น คือ การมองย้อนกลับไปดูน้องๆ ตำรวจ ที่ตั้งใจทำงานอย่างจริงจัง แต่ไม่มีนาย ไม่มีตั๋ว วันๆ รับใช้ประชาชนแบบเที่ยงตรงสุจริต

        แล้วน้องพวกนี้ เขาจะเอาขวัญกำลังใจมาจากไหน

        ผมไม่อยากโดนวินัย ไม่อยากโดนตั้งกรรมการ ไม่โทษผู้บังคับบัญชา เพราะรู้ว่า มันมีอะไรหลายอย่างมากมายในแวดวงตำรวจ

        แต่ถ้าผมไม่เขียนข้อเท็จจริงออกมา ใครจะเป็นคนกล้าทำสิ่งเหล่านี้ อยากจะให้ผู้มีอำนาจเห็นใจและเข้าใจตำรวจที่ไม่มีพลังในการวิ่ง

        ตำรวจทั่วประเทศที่ทำงานนับแสนๆ คน แต่ไม่มีใครเห็น อย่ามองว่าผมประสงค์ร้ายต่อหน่วยงานเลยครับ

        ทั้งหมดที่พูดออกมา มันคือความปรารถนาดีกับตำรวจที่ไม่มีโอกาสได้พูด หากผิดพลาดประการใด ผมเรียนขออภัยผู้บังคับบัญชา ณ ตรงนี้ด้วยครับ."

      : https://www.thairath.co.th/content/1220230

      ครับ...เรื่องนี้ จบลงด้วยคำว่า...เสร็จหัวไอ้เรืองมัน!


ในส่วน "ราชอาณาจักร"...........คสช.ปักธงปฏิรูปตั้งแต่ พฤษภา ๕๗ มัวรุ่มร่ามอยู่กับการออกแบบ ๔ ปีผ่านไป "แกะแบบ" ลงมือเป็นเนื้อ-เป็นหนังได้ส่วนเดียว คือ EEC!

หัวหน้าพรรค 'เพื่อไทย' ตัวจริง
ถอดรหัสเลือกตั้ง "ต้นปี ๖๒"
'ใครหัวหน้า' สำคัญกว่าถูกดูด    
แอมเนสตี้ที่ 'สังคมไม่ต้องการ'
อีกก้าวของ 'นายกฯ เผด็จการ'
คสช.คือกบฏแผ่นดิน?