บังกลาเทศสั่งระงับสัญญาณมือถือในค่ายลี้ภัยโรฮีนจา


   

ทางการบังกลาเทศอ้างเหตุผลด้านความมั่นคง ออกคำสั่งให้บริษัทโทรศัพท์มือถือระงับการให้บริการกับผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาในค่ายผู้ลี้ภัยต่างๆ ในประเทศที่มีเกือบ 1 ล้านคน

แฟ้มภาพ วันที่ 23 สิงหาคม 2562 ค่ายผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจา กูตูปาลอง ในเขตอูเกียของบังกลาเทศ / MUNIR UZ ZAMAN / AFP

    คำสั่งนี้เกิดขึ้นหลังจากช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดความรุนแรงขึ้นหลายครั้งในค่ายผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาหลายแห่งทางตะวันออกเฉียงใต้ของบังกลาเทศ และเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ความพยายามส่งชาวโรฮีนจากลับพม่า ต้องล้มเหลว เพราะไม่มีชาวโรฮีนจาสมัครใจกลับไปรัฐยะไข่

    ซากีร์ ฮุสเซน ข่าน โฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการโทรคมนาคมบังกลาเทศ (บีทีอาร์ซี) เผยกับผู้สื่อข่าวเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 2 กันยายนว่า บีทีอาร์ซีให้เวลาบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ 7 วัน เพื่อส่งมอบรายงานว่าได้ดำเนินการปิดเครือข่ายโทรศัพท์มือถือของตนในค่ายผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาต่างๆ เรียบร้อยแล้ว     คำสั่งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากมีผู้ลี้ภัยจำนวนมากใช้โทรศัพท์มือถือในค่ายผู้ลี้ภัย เราจึงขอให้บริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือหยุดให้บริการกับผู้ลี้ภัย เนื่องจากเหตุผลด้านความมั่นคง

    ด้านผู้นำชาวโรฮีนจารายหนึ่งที่ไม่เปิดเผยชื่อกล่าวว่า คำสั่งปิดบริการโทรศัพท์มือถือส่งผลกระทบต่อชีวิตของพวกเขา ทำให้ไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับผู้ลี้ภัยที่อยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยแห่งอื่นในเมืองค็อกซ์บาซาร์ รวมถึงไม่สามารถติดต่อกับญาติพี่น้องที่ยังอยู่ในพม่าหรือในประเทศอื่น ชาวโรฮีนจาจำนวนมากจำเป็นต้องได้รับเงินที่ญาติพี่น้องที่เป็นชาวโรฮีนจาพลัดถิ่นส่งมาให้ ส่วนใหญ่หลังจากโอนเงินมาให้แล้วก็มักจะโทรศัพท์แจ้งให้ทราบ

     เอ็กบัล ฮุสเซน โฆษกตำรวจบังกลาเทศ เห็นด้วยกับคำสั่งห้ามผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาใช้โทรศัพท์มือถือ เพราะพบว่าผู้ลี้ภัยใช้โทรศัพท์มือถือทำผิดกฎหมาย เช่น ค้ายาเมทแอมฟีตะมีนหรือยาบ้าที่มาจากพม่า การห้ามผู้ลี้ภัยใช้โทรศัพท์มือถือจะทำให้คดีอาชญากรรมลดลง.


"เป็นกำลังใจให้จีน สู้..สู้" สำหรับพวกเราคนไทย....... ยามนี้ ไม่มีอะไรดีไปกว่าช่วยกันส่งแรงใจไปให้พี่น้องจีนที่กำลังเผชิญไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ค่อนข้างเดียวดายขณะนี้ โดยเฉพาะที่ "อู่ฮั่น"

การตั้งรับ 'ไวรัส' ของรัฐบาล
สัญญาณ 'ล้างบาง' ตำรวจ
ทำไมต้อง "กดบัตรแทนกัน"?
แรงจูงใจของอาชญากร
ที่ไม่ได้วินิจฉัย 'ใช่ว่าไม่ผิด'
'ศิษย์หนุ่มกับอาจารย์ทารก'