
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 แผนกคดีผู้บริโภค พิพากษาให้คิวรถตู้ กับบริษัทขนส่ง ร่วมกันจ่าย 21.3 ล้านบาทแก่ผู้เสียหาย เหตุรถตู้โดยสารจันทบุรี-กรุงเทพฯ ชนประสานงากระบะ ตาย 25 ศพเมื่อต้นปี 60 ระบุ บขส.มีหน้าที่กำกับดูแลรถร่วม แต่กลับปล่อยให้คิวรถใช้งานคนขับเกินกำลังจนร่างกายอ่อนล้าก่ออุบัติเหตุ พร้อมกำหนดค่าเสียหายเชิงลงโทษให้จำเลยจ่ายค่าสินไหมแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตอีกรายละ 2.5 แสนบาท
เมื่อวันที่ 3 กันยายนนี้ ที่ศาลจังหวัดจันทบุรี ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีนายเหียน หมดภัย กับพวก เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ห้างหุ้นส่วนจำกัด 2017 วีเจ ทรานสปอร์ต จำเลยที่ 1 นางสาววาสนา จันทร์เอี่ยม จำเลยที่ 2 และบริษัท ขนส่ง จำกัด จำเลยที่ 3 เป็นคดีผู้บริโภค เรียกค่าเสียหาย พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันเกิดเหตุ จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2560 เกิดอุบัติเหตุรถตู้โดยสารประจำทาง สายจันทบุรี-กรุงเทพฯ หมายเลขทะเบียน 15-1352 กรุงเทพมหานคร พุ่งข้ามเลนไปชนรถกระบะที่แล่นสวนทางมาอย่างรุนแรง จนเกิดเพลิงลุกไหม้รถทั้งสองคัน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจากรถตู้โดยสารทั้งหมด 14 ราย ส่วนผู้โดยสารในรถกระบะเสียชีวิต 11 ราย รวมมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 25 ราย
สำหรับคดีนี้ศาลชั้นต้นได้พิพากษาเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2561 ให้บริษัทขนส่ง จำกัด จำเลยที่ 3 และจำเลยร่วมที่ 1 และ 2 คือทายาทของคนขับ จ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ญาติของผู้เสียชีวิต รวมเป็นเงิน 20,780,000 บาท (ยี่สิบล้านเจ็ดแสนแปดหมื่นบาทถ้วน) กับดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันทำละเมิด (2 มกราคม 2560) นอกจากนี้ ศาลชั้นต้นยังได้กำหนดค่าเสียหายเชิงลงโทษแก่จำเลย ให้ชดใช้โจทก์แต่ละครอบครัว ครอบครัวละ 500,000 บาท เพิ่มเติมจากค่าเสียหายตามคำพิพากษาอีกด้วย
ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 2 แผนกคดีผู้บริโภค มีคำพิพากษาให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด 2017 วีเจ ทรานสปอร์ต จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคิวรถตู้คันเกิดเหตุ นางสาววาสนา จันทร์เอี่ยม จำเลยที่ 2 และบริษัท ขนส่ง จำกัด จำเลยที่ 3 รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เป็นเงินรวม 21,350,000 บาท และดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ทั้งนี้ ศาลได้กำหนดค่าเสียหายเชิงลงโทษ โดยให้จ่ายจากค่าสินไหมทดแทนกึ่งหนึ่งของค่าเสียหายที่ศาลชั้นต้นกำหนด เนื่องจากเห็นว่า บริษัท ขนส่ง จำกัด มีหน้าที่กำกับดูแลให้เจ้าของรถร่วมและพนักงานขับรถร่วมถือปฏิบัติตามมาตรการในการควบคุม กำกับดูแลการเดินรถอย่างเคร่งครัด แต่คงปล่อยปละละเลยให้เจ้าของรถร่วมควบคุมดูแลกันเอง จนทำให้คนขับขับรถติดต่อกันหลายเที่ยวจนร่างกายอ่อนล้า โดยไม่สนใจความปลอดภัยของผู้โดยสาร
ด้านนายคงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ ผู้ประสานงานโครงการรถโดยสารปลอดภัย มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า เคารพในคำตัดสินของศาลอุทธรณ์ภาค 2 ที่ยืนยันให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายแก่ผู้เสียหายทุกคนในคดีนี้
นายคงศักดิ์กล่าวว่า อยากเห็นบรรทัดฐานในการพิจารณาคดีอื่นๆ เหมือนคดีนี้ ทั้งในเรื่องระยะเวลาที่รวดเร็ว รวมทั้งสั่งให้คิวรถตู้และบริษัท ขนส่ง จำกัด ต้องจ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มเติมจากคำพิพากษา ที่สำคัญอุบัติเหตุครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงปัญหามาตรฐานความปลอดภัยรถตู้โดยสาร ความรับผิดชอบของผู้ประกอบการ และการชดเชยเยียวยาที่เป็นปัญหาใหญ่ของผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหาย
"ทุกฝ่ายต้องร่วมกันให้ความสำคัญ เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง รวมถึงการผลักดันให้เกิดกองทุนช่วยเหลือผู้เสียหายจากอุบัติเหตุทางถนนด้วย” นายคงศักดิ์กล่าว.
|
ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802 |
| นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร' |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |