แม่ร้องลูกชายเข้าคุกกลายเป็นศพปริศนา


   


    หญิงร้อง ผบ.ตร. ลูกชายถูกจับคดีไล่ฟันชาวบ้านถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ ก่อนจะกลายเป็นศพ ผลชันสูตรแพทย์ระบุ หัวโขกกับผนังหลายครั้งจนเลือดออกในสมอง ขอภาพกล้องวงจรปิดจากเรือนจำแต่ไม่เป็นผล เชื่อมีคนทำร้าย ตำรวจแจงตั้งคณะทำงานสอบสวนแล้ว ขอให้รอผลสรุป
    เมื่อวันที่ 3 กันยายนนี้ นายวรกร พงศ์ธนากุล ทนายความ พร้อมด้วยนางนอม กัณหาบุตร มารดาของนายฉัตรชัย กัณหาบุตร ผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่า เสียชีวิตในเรือนจำธัญบุรี เดินทางไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ขอให้มีคำสั่งให้ตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ส่งภาพกล้องวงจรปิดขณะส่งตัวผู้ตายไปศาลจังหวัดธัญบุรีให้กับแม่ของผู้ตาย และให้ สภ.ธัญบุรี หมายเรียกคลิปและภาพนิ่งจากกล้องวงจรปิดภายในเรือนจำในคืนวันที่ 20 ส.ค.62 ต่อเนื่องถึงวันที่ 21 ส.ค.62 ว่ามีใครทำร้ายนายฉัตรชัย  จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต และกล้องวงจรปิดในวันที่ 25 ส.ค.62 ณ ห้องพยาบาล เพื่อหาหลักฐานว่าใครเป็นคนทำร้ายให้นายฉัตรชัยตาย เพื่อให้ความกระจ่างแก่ญาติของผู้ตาย และจะได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตัวจริงตามกฎหมายต่อไป โดยมี พ.ต.อ.วิชัย ศรีศีลศิริกุล รอง ผบก.กองบัญชี ในฐานะเวรอำนวยการประจำวัน เป็นผู้รับมอบหนังสือไว้เพื่อเสนอให้ผู้บังคับบัญชาสั่งการต่อไป
    นายวรกรกล่าวว่า หลังจากนายฉัตรชัยเสียชีวิต ตนได้มีหนังสือไปถึงกรมราชทัณฑ์, สภ.ธัญบุรี, แล สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เพื่อขอภาพกล้องวงจรปิดก่อนเกิดเหตุและวันที่นายฉัตรชัยเสียชีวิต แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ ทั้งนี้ ผลชันสูตรการตายจากแพทย์ระบุว่า มีเลือดออกในสมองจากการที่ศีรษะโขกผนังหลายครั้ง ทำให้เคลือบแคลงใจว่าผู้ตายอาจถูกทำร้ายร่างกายหลังจากเข้าไปอยู่ในเรือนจำ เพราะเรือนจำทั่วประเทศมีกล้องวงจรปิด คนตายทั้งคนจะไม่ทราบได้อย่างไร และในวันที่ 4 ก.ย. เวลาประมาณ 09.30 น. ตนจะเดินทางไปร้องขอความเป็นธรรมที่กรมราชทัณฑ์ต่อไป
    ด้านนางนอม กัณหาบุตร กล่าวว่า วันที่ลูกชายอยู่ที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ยังเดินและเขียนหนังสือได้ปกติ รวมถึงมีบาดแผลแค่บริเวณศีรษะเท่านั้น แต่เมื่อตนไปรับศพ พบว่าลูกชายมีรอยฟกช้ำทั่วร่างกาย จึงคาดว่าลูกชายจะถูกทำร้ายตอนที่อยู่ในเรือนจำ
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายฉัตรชัยถูกตำรวจจับกุมมื่อคืนวันที่ 18 ส.ค.62 ฐานก่อเหตุทำร้ายร่างกาย ใช้อาวุธมีดฟันศีรษะ หน้าอก และกลางหลังของนายปรีชา มุ่งเงิน อายุ 50 ปี และยังวิ่งเข้าไปทำร้ายประชาชน รวมถึงทำลายทรัพย์สินในบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุอีกด้วย โดยนายฉัตรชัยอยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง จากการสอบสวน นายฉัตรชัยรับว่าได้ใช้อาวุธมีดทำร้ายนายปรีชาบาดเจ็บจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี และนำตัวเข้าควบคุมต่อยังเรือนจำอำเภอธัญบุรี
    ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก ผกก.สภ.ธัญบุรี ว่า เมื่อวันที่ 25 ส.ค.62 เวลาประมาณ 10.20 น. ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่เรือนจำว่านายฉัตรชัยมีอาการป่วยหมดสติ มีน้ำมูกน้ำลายออกจมูกและปาก จึงได้นำตัวส่งรักษาที่ รพ.ธัญบุรี และเสียชีวิตในเวลาต่อมา พนักงานสอบสวน พร้อมด้วยแพทย์, พนักงานอัยการ, เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันชันสูตรพลิกศพและทำบันทึกการตรวจสถานที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพที่เกิดเหตุประกอบคดี ทำแผนที่เกิดเหตุพอสังเขป พร้อมส่งศพไปชันสูตรพลิกศพหาสาเหตุการตายโดยละเอียดที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์ ขณะนี้อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบถึงสาเหตุการเสียชีวิต
    ขณะเดียวกัน กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานีได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน โดยมีระดับรอง ผบก.เป็นหัวหน้าคณะ เพื่อทำสำนวนสอบสวนคดีชันสูตรพลิกศพตามกรอบระยะเวลาของกฎหมาย และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย สามารถตอบคำถามสังคมได้ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้แสวงหาข้อเท็จจริง สนับสนุนหาข้อมูลพยานหลักฐานที่มีความเกี่ยวข้องในคดีดังกล่าวในทุกมิติแก่พนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการบูรณาการสืบสวนสอบสวนอย่างเป็นระบบ มีความน่าเชื่อถือ. 


สมัยก่อน......... เรือสำเภา มีหินเป็น "ตัวอับเฉา" ถ่วงท้องเรือ กันเรือโคลง สมัยนี้...... ประชาธิปไตยเลือกตั้ง มี ส.ส.เป็น "ตัวอับเฉา" ถ่วงประเทศ กันบ้านเมืองเจริญ!

แรงจูงใจของอาชญากร
ที่ไม่ได้วินิจฉัย 'ใช่ว่าไม่ผิด'
'ศิษย์หนุ่มกับอาจารย์ทารก'
๒๑ มกรา 'มีใครจะลาบวช?'
ดิ้นกันไปเมื่อรู้ว่า 'ใกล้เมรุ'
ปิยบุตร "ยังเป็นคนอยู่หรือ?"