ฝ่ายค้านถกวางกรอบ-ติวเข้มซักฟอก'บิ๊กตู่' ยันไม่ก้าวล่วงสถาบัน


เพิ่มเพื่อน    

4 ก.ย. 62 – ที่รัฐสภา เกียกกาย นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการวางแผนของพรรคฝ่ายค้านในการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 18 กันยายนนี้ ว่า  พรรคฝ่ายค้านจะร่วมกันหารือ โดยให้แสดงเจตจำนงบุคคลที่จะร่วมอภิปราย รวมถึงระยะเวลาและเนื้อหาในการอภิปราย คาดว่าจะสรุปได้ในช่วงเย็นของวันนี้ โดยพรุ่งนี้ (5 ก.ย.) จะเป็นการวางกรอบติวเข้มนัดแรก 

สำหรับเนื้อหาหลักๆ นั้น จะเป็นเรื่องของการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบ และเรื่องการแถลงนโยบายที่ไม่แสดงที่มาของงบประมาณและไม่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ ส่วนประเด็นอื่นๆ ที่จะสนับสนุนให้ประเด็นหลักเด่นชัด จะเป็นเรื่องที่รัฐบาลชุดปัจจุบันที่ผ่านมาได้มีพฤติกรรมละเมิดกฎหมายอยู่เรื่อยๆ ซึ่งจะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในการจูงใจให้เห็นว่าการกระทำครั้งนี้ของรัฐบาลถือเป็นการตั้งใจละเมิดกฎหมาย ทั้งนี้ระยะเวลาในการอภิปรายที่ได้กำหนดกรอบไว้เพียง 1 วัน ก็ถือว่าเป็นเรื่องยากในการอภิปรายเพราะมีข้อจำกัดในเรื่องของระยะเวลา อย่างไรก็ตาม การกำหนดผู้ที่จะอภิปรายในส่วนของฝ่ายค้าน จากเดิมที่วางไว้ 15 คน แต่พอมีปัญหาเรื่องเวลา ก็ต้องกลับมาทบทวนว่าจะคงไว้ 15 คนแต่กระชับเนื้อหาให้น้อยลง หรือจะลดคน แต่เนื้อหายังคงอยู่เหมือนเดิม ซึ่งต้องรอพูดคุยกันในวันพรุ่งนี้

เมื่อถามว่า มีการกำชับส.ส.พรรคฝ่ายค้านในเรื่องการอภิปรายหรือไม่ เนื่องจากมีหลายฝ่ายมองว่าประเด็นมีความอ่อนไหว เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ นายสุทินกล่าวว่า สำหรับฝ่ายค้านไม่มีอะไรอ่อนไหว เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของพล.อ.ประยุทธ์ เท่านั้น ไม่มีส่วนอื่นที่จะล่วงเลยไปมากกว่านายกฯ แต่เป็นเรื่องของรัฐบาลเท่านั้นที่อ่อนไหว เพราะสังเกตได้จากที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามปัดเรื่องดังกล่าวให้พ้นตัวของพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งรัฐบาลต้องระวังให้มาก 

ส่วนในกรณีที่เรื่องดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนของศาลรัฐธรรมนูญ จึงทำให้การอภิปรายต้องทำอย่างระมัดระวังนั้น ตนมองว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจผิด เพราะที่ผ่านมาเคยมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจตัวบุคคลในรัฐบาลควบคู่ไปกับการยื่นเรื่องไปที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) นั่นแสดงให้เห็นว่าเราสามารถทำควบคู่กันได้ทั้ง 2 เรื่อง แม้ว่ากระบวนการจะอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของกระบวนการยุติธรรม เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไม่ต้องกังวล เรารู้ดีว่าจะต้องพูดแค่ไหนอย่างไร

เมื่อถามว่า จะต้องเป็นการประชุมลับหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ฟังจากรัฐบาลเอง ตนก็มองว่าไม่มีเหตุผลจำเป็นที่จะต้องประชุมลับ เว้นแต่รัฐบาลจะสร้างเหตุขึ้นมาเพื่อให้เป็นการประชุมลับ เช่น กรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าถ้าพูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ จะต้องเป็นการประชุมลับ แต่ในส่วนฝ่ายค้าน ไม่มีใครคิดว่าจะพูดไปถึงจุดนั้น ไม่มีประเด็นที่ต้องไปเกี่ยวข้อง  ซึ่งหากรัฐบาลอ้างเชื่อมโยงไปถึงสถาบัน รัฐบาลก็ต้องเป็นคนตอบประชาชนเอง และหากจะเป็นการประชุมลับ ตนขอฝากไปยังรัฐบาล ต้องคำนึงถึงประชาชนด้วย.


"การดําเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง ต้องอาศัยรายได้ของพรรคการเมือง ซึ่งกฎหมายกําหนดแหล่งที่มาไว้ตามมาตรา ๖๒

ภาวะโลก "Covid-19" เซตซีโร
'บทบาท กมธ.ที่น่าทบทวน'
เรื่องกฎหมาย 'สไตล์ปิยบุตร'
พงศกร 'สะท้อนภาพ' ธนาธร
จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?
จำเลย 'สารภาพ' แต่ดิ้นโชว์