เขื่อนเจ้าพระยาปล่อยน้ำเพิ่ม คืนเดียวสูงขึ้น 45 ซม. ยังไม่กระทบพื้นที่ริมตลิ่ง


   

5 ก.ย.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปริมาณน้ำฝนที่ตกหนักและตกสะสมในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือตอนล่างได้ไหลหลากลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ปริมาณน้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่าน จ.นครสวรรค์ มีปริมาณเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยวันนี้มีน้ำไหลผ่าน 1,324 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากวาน 97 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ที่ อ.เมืองชัยนาท น้ำสูงขึ้น 11 เซนติเมตร อยู่ที่ระดับ 16.57 เมตรระดับน้ำทะเลปานกลาง (รทก.) 

กรมชลประทานได้บริหารจัดการน้ำโดยผันน้ำเข้าระบบชลประทานเหนือเขื่อนเจ้าพระยา สองฝั่งมีปริมาณรวมกัน 514 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และระบายน้ำออกท้ายเขื่อนเจ้าพระยา 750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนที่ อ.สรรพยา น้ำสูงขึ้น 45 เซนติเมตร อยู่ที่ระดับ 9.94 เมตร (รทก.) ซึ่งการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา ขณะนี้ยังไม่ส่งผลกระทบกับชาวบ้านริมตลิ่งท้ายเขื่อนเจ้าพระยา        

นางฉลวย ผิวเฉียง อายุ 50 ปี ชาวบ้าน ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท บอกว่าตอนนี้ยังไม่กังวลว่าน้ำจะท่วมบ้านเพราะเขื่อนเจ้าพระยายังปล่อยน้ำในปริมาณน้อย ถือว่าสถานการณ์ยังปกติ ไม่มีผลกระทบกับชาวบ้านแต่อย่างใด แต่ถ้าหากเมื่อใดที่เขื่อนเจ้าพระยาปล่อยน้ำตั้งแต่ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีขึ้นไป น้ำจะเอ่อเข้าท่วมบ้านทันที

ส่วนเรื่องที่กรมชลประทาน ผันน้ำเข้าคลองเพื่อลดปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา นางฉลวย บอกว่าไม่น่าจะส่งผลกระทบกับนาข้าวแต่อย่างใด หากปริมาณน้ำที่ส่งเข้าไปในคลองไม่ล้นออกมา เพราะขณะนี้ฝนที่ตกลงมาก็ทำให้นาข้าวมีน้ำมากเกินพอแล้ว จนต้องสูบน้ำออก เพื่อป้องกันไม่ให้ข้าวเน่าตาย อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านอยากให้เขื่อนเจ้าพระยาปล่อยน้ำในช่วงเวลากลางวันมากกว่ากลางคืน เพราะน้ำที่ปล่อยมากลางคืนจะทำให้มองไม่เห็นระดับน้ำที่เอ่อเข้าท่วมบ้าน ทำให้ขนของหนีน้ำไม่ทัน และยังต้องเสี่ยงอันตรายจากสัตว์เลื้อยคลานมีพิษที่มากับน้ำด้วย


ขอโทษที............ จู่ๆ ผมหายต๋อม บางท่านอาจตำหนิ ที่ไม่บอกกล่าวอะไรกันเลย ตามประสา "ชราชน" น่ะครับ ปุปปับ พรรคพวกต้องหามเข้าโรงพยาบาล นอนดูน้ำเกลือหยด ติ๊ก..ติ๊ก..อยู่ ๔ คืน

คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'