ลุ้น‘DSI’ประชุม ออกหมายเรียก คนฆ่าเผา‘บิลลี่’


เพิ่มเพื่อน    

 ระทึก! ดีเอสไอประชุมคณะทำงานชุดบิลลี่ ส่อเค้าออกหมายเรียกบุคคลต้องสงสัยมาให้ข้อมูล สุดทะแม่ง “บุญแทน” หายต๋อมทั้งไม่ไปรายงานตัว-ที่บ้านก็ไม่พบ “จตุพร” จี้ต้องลากคอผู้เกี่ยวข้องมาลงดาบ

เมื่อวันอาทิตย์ ยังคงมีความต่อเนื่องกรณีการเสียชีวิตของนายพอละจี หรือบิลลี่ รักจงเจริญ แกนนำกะเหรี่ยงโป่งลึก-บางกลอย เขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี โดย พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงความคืบหน้าคดี ว่าขอเวลาเจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูล พยานหลักฐานคำให้การของพยานบางส่วนเพื่อประมวลผล ว่าจะออกหมายเรียกกลุ่มบุคคลใดเพิ่มเติมบ้าง สำหรับพยานแวดล้อมในคดี ได้สอบปากคำพยานบุคคลไปแล้วส่วนหนึ่ง แต่สำนวนคดีต้องมีพยานแวดล้อมอื่น รวมทั้งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งทุกอย่างต้องนำมาเชื่อมโยงเพื่อหาตัวผู้กระทำความผิด
พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ในการประชุมคณะทำงานของดีเอสไอในวันที่ 9 ก.ย. จะมีความชัดเจนเรื่องการออกหมายเรียกกลุ่มบุคคลต้องสงสัยในคดีการเสียชีวิตของนายพอละจี เนื่องจากเป็นการประชุมในรายละเอียดว่า สำนวนคดีมีพยานหลักฐานส่วนใดยังขาด หรือต้องการอะไรเพิ่มเติมบ้าง
ด้าน พ.ต.อ.ชนินทร์ ณรงค์น้อย ผกก.สภ.ท่าแซะกล่าวถึงกรณีนางลัดดาวรรณ บุษราคัม ภรรยาของ นายบุญแทน บุษราคัม อดีตพนักงานพิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 หนึ่งในเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนายพอละจี ได้มาแจ้งความลงประจำวันไว้ในกรณีดาบแท่งมาข่มขู่ ว่าได้สั่งการให้ตำรวจไปติดตั้งตู้แดงที่บ้านของนางลัดดาวรรณเป็นกรณีพิเศษแล้ว พร้อมให้รถยนต์สายตรวจออกตรวจเป็นระยะๆ ตามวงรอบตลอดทั้งวัน พร้อมให้หมายเลขโทรศัพท์มือถือสายตรงที่สามารถโทร.หาได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยแก่นางลัดดาวรรณ
นายจเร เขาทอง บิดาของนางลัดดาวรรณ กล่าวถึงกรณีดาบเท่งว่า อย่ามาข่มขู่กัน ถือว่าผิดกฎหมายถ้าเอาเรื่องก็สามารถดำเนินการได้ แต่ไม่ทำ คุณปฏิบัติหน้าที่ของคุณก็ทำไป แต่อย่ามาทำพูดจาข่มขู่กันแบบนี้ จะให้ไปหานายบุญแทนให้มามอบตัว เหมือนให้ไปเอาคนร้ายมามอบตัว จะไปหามาจากที่ไหน เป็นการพูดจาบังคับข่มขู่ ทำไม่ถูกต้อง
    นายศิวจักร์ ชื่นสังข์ ผู้อำนวยการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ (สบอ.) 4 สุราษฎร์ธานี กล่าวถึงกรณีนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อธิบดีกรมอุทยานฯ มีคำสั่งย้าย 3 เจ้าหน้าที่อุทยานฯ แก่งกระจานที่เกี่ยวข้องกับการจับกุมนายพอละจีออกนอกพื้นที่ โดยเฉพาะนายบุญแทน ที่ต้องย้ายมาที่ สบอ.4 ว่ายังไม่ทราบเรื่องนี้ และยังไม่เห็นคำสั่งย้ายนายบุญแทนมาปฏิบัติราชการ สบอ.4 แต่อย่างใด
    ส่วนนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องไม่จบแค่นี้ เราต้องการผลลัพธ์สุดท้ายว่าใครคือคนทำ ซึ่งในอดีตที่ผ่านมามีคดีอุ้มฆ่านักเคลื่อนไหวหลายๆ คดี อาทิ นายทนง โพธิ์อ่าน อดีตผู้นำแรงงานที่ถูกบังคับสูญหายภายใต้รัฐบาลรัฐประหาร รสช. เมื่อปี 2534, นายสมชาย นีละไพจิตร ทนายความนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งหายตัวไปอย่างลึกลับเมื่อวันที่ 12 มี.ค.2547 จนกระทั่งถึงกรณีของนายพอละจีนี้ ไม่นับเหตุการณ์ที่มีการต่อสู้และมีคนสูญหายอย่างเหตุการณ์ในเดือนพฤษภาคม 2535 หรือในเหตุการณ์สลายการชุมนุม เม.ย.-พ.ค.2553 
      “ผมไม่อยากให้ข่าวสารจบลงที่นายพอละจีเสียชีวิตแล้ว แต่ต้องจับคนร้ายที่ฆ่านายพอละจี ซึ่งก็ไม่พ้นเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ต่อให้จะอธิบายอย่างไรก็ตาม แต่หลักฐานแวดล้อมก็ชี้ว่าเกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐ" นายจตุพรกล่าว.
     


สภาปลุกเสก "๓ พ.ร.ก. ๑.๙ ล้านล้าน" มา ๕ วัน บ่ายวาน (๓๑ พ.ค.๖๓) ก็ประสิทธิเมฉบับที่ ๑ ........"พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา, เยียวยา, ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ๑ ล้านล้าน

เมื่อ "ทัวร์ลง" เดือนพฤษภา.
"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้