DSIขอสำนวนปปช.-ปปท. ชี้‘บิลลี่’ไม่เคยถูกปล่อยตัว


เพิ่มเพื่อน    

  ดีเอสไอถกหมายเรียก-หมายจับผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรม "บิลลี่" อธิบดีดีเอสไอมั่นใจสรุปสำนวนได้เร็วขึ้นไม่ยืดเยื้อ 2-3 เดือน "กรวัชร์" เมิน "ชัยวัฒน์" อ้างดาบเท่งโทร.ข่มขู่อดีต จนท.อุทยานฯ แก่งกระจาน ส่งหนังสือขอสำนวนคดีจาก "ป.ป.ช.-ป.ป.ท." พร้อมสอบปากคำประกอบสำนวนหลังผลสอบสวนชี้ตรงกัน "บิลลี่ไม่เคยถูกปล่อยตัว" ขณะที่ชุดสืบสวนในพื้นที่ควานหาจุดเผาทำลาย

    ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) วันที่ 9 กันยายน พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีดีเอสไอ เรียกประชุมทีมพนักงานสอบสวนชุดที่ลงพื้นที่และชุดที่ทำงานส่วนกลางในคดีฆาตกรรมนายพอละจี  หรือบิลลี่ รักจงเจริญ แกนนำกะเหรี่ยงโป่งลึก-บางกลอย จ.เพชรบุรี เพื่อประมวลผลข้อมูลที่ได้จากการลงพื้นที่มาผนวกกับข้อมูลหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยใช้เวลาประชุมประมาณ 2 ชั่วโมง
    ภายหลังการประชุม พ.ต.ท.กรวัชร์เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้หารือเน้นการสอบสวนให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว  โดยได้มอบหมายภารกิจให้ชุดปฏิบัติการในพื้นที่สอบปากคำพยานที่เหลือ ทั้งพยานที่อาจจะเห็นเหตุการณ์และพยานแวดล้อมอื่นๆ ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าหลักฐานที่มีเพียงพอให้ออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องสงสัยได้เมื่อไหร่ ขอให้พนักงานสอบสวนได้ทำงานก่อน 
    ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ระบุให้ดีเอสไอตรวจสอบ "ดาบเท่ง" สังกัด บช.ภ.7 ซึ่งมีพฤติกรรมข่มขู่นายบุญแทน บุษราคัม อดีตพนักงานพิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ให้ยอมเป็นพยานให้กับดีเอสไอ พ.ต.ท.กรวัชร์กล่าวว่า กรณีดาบเท่งดีเอสไอทราบจากข่าวที่นำเสนอโดยสื่อมวลชน แต่ไม่ทราบรายละเอียดมากไปกว่านี้ เบื้องต้นยังไม่ได้ประสานเรื่องการสอบปากคำกับดาบเท่ง เพราะมองว่าไม่เกี่ยวข้องกับดีเอสไอ
    "การประชุมวันนี้ได้เร่งรัดการสอบปากคำพยานเพิ่มเติม โดยยังไม่ได้วางกรอบเวลาในการออกหมายเรียกกลุ่มบุคคลใดเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน รวมทั้งไม่ขอตอบคำถามว่าในคดีนี้จะมีการออกหมายเรียกกลุ่มผู้ต้องสงสัยกี่คน" พ.ต.ท.กรวัชร์กล่าว
    ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า วันนี้ได้เร่งรัดชุดสอบสวนทุกชุดให้เร่งสรุปคำให้การของพยาน ตลอดจนพยานบุคคล พยานแวดล้อม และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ทุกรายการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว มั่นใจว่าจะสามารถสรุปสำนวนได้เร็วๆ นี้ และเร็วกว่าเดิมที่เคยกำหนดไว้ว่าจะสรุปสำนวนภายใน 2-3 เดือน 
    แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการอนุมัติหมายค้นเพื่อเก็บพยานหลักฐานสำคัญในคดี  ในส่วนของผู้ต้องสงสัยที่ร่วมกันก่อเหตุอุ้มฆ่านายบิลลี่ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะขออนุมัติศาลให้ออกเป็นหมายจับ โดยมาตรา 66 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ระบุเหตุที่สามารถออกหมายจับได้ต้องมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะกระทำความผิดอาญา ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปี หรือมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะกระทำความผิดอาญา และมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนี หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น ซึ่งที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนพบพฤติการณ์กลุ่มผู้ต้องสงสัยยุ่งเหยิงกับพยานค่อนข้างมาก แต่หากมีข้อท้วงติงว่าหากผู้ต้องหามีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ดีเอสไออาจจะพิจารณาออกหมายเรียกให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา 
    พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผอ.สำนักปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 2 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีตำรวจภูธรภาค 7  และ น.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ ภรรยานายพอละจี รักจงเจริญ ร้องขอให้ ป.ป.ท.ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กรณีไม่นำตัวนายบิลลี่ส่งให้ตำรวจดำเนินคดีลักลอบเก็บของป่า แต่กลับปล่อยตัวไปจนเป็นเหตุให้นายบิลลี่หายตัวไปตั้งแต่ เม.ย.57 ว่า คดียังอยู่ระหว่างการไต่สวน ที่ผ่านมาสำนักงาน ป.ป.ท.ได้สรุปสำนวนเสนอบอร์ด ป.ป.ท.แล้ว แต่บอร์ดสั่งให้ไต่สวนเพิ่มเติม 
    "ยืนยันว่า ป.ป.ท.ดำเนินการกับคดีการหายตัวของนายบิลลี่มาโดยตลอด ไม่เคยเพิกเฉยและไม่มีพฤติการณ์ดองคดี ทุกอย่างที่ดำเนินการเพื่อประโยชน์ในทางคดีทั้งสิ้น แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากไม่ต้องการให้เป็นประเด็นให้ผู้เกี่ยวข้องนำไปใช้ต่อสู้เป็นประเด็นข้อกฎหมายกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ" พ.ต.ท.สิริพงษ์กล่าว
     แหล่งข่าวจากดีเอสไอเปิดเผยว่า ดีเอสไอได้ทำหนังสือไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เพื่อประสานขอสำนวนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการควบคุมตัวนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย หลังจากนี้ดีเอสไอจะสอบปากคำตำรวจภูธรภาค 7 และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.เพื่อนำคำให้การมาประกอบในสำนวนคดี เนื่องจากชุดสืบสวนของตำรวจภูธรภาค 7 ได้สรุปว่าไม่เคยมีการปล่อยตัวนายพอละจี เช่นเดียวกับอนุกรรมการไต่สวนของ ป.ป.ท.ที่สรุปว่าไม่มีการปล่อยตัวนายพอละจีเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวจะนำมาประกอบสำนวนการเสียชีวิตของนายพอละจี 
    "ชุดสืบสวนดีเอสไอยังได้เร่งสืบค้นรถจักรยานยนต์ของบิลลี่ โดยสืบค้นจากจุดสุดท้ายที่พบเห็นว่าอยู่ในตำแหน่งใดของอุทยาน ซึ่งคาดว่ารถถูกขูดลบหมายเลขเครื่องยนต์แล้วนำไปชำแหละก่อนทิ้งทำลายซาก ทั้งนี้ในส่วนของจุดต้องสงสัยว่าเป็นจุดเผาศพของบิลลี่ ก่อนนำไปทิ้งในร่องน้ำลึก ใกล้กับสะพานแขวน ดีเอสไอยังไม่สามารถเข้าพื้นที่ตามพิกัดที่คาดว่าจะเป็นจุดเผาได้ เนื่องจากช่วงนี้พื้นที่ไม่เอื้ออำนวย และต้องรอประสานเจ้าหน้าที่อุทยานชุดปัจจุบันในการเข้าพื้นที่" แหล่งข่าวระบุ.


ถึงตอนนี้........ "ม็อบรุ่นใหม่" ก็หนังกลับ "คืนสภาพจริง" "นักเรียน-นักศึกษา" แค่ผักชี นปช.ทักษิณ "เสื้อแดงแจ๋" เนื้อแท้ ชัดเจน!

ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก
'นิมิตเมืองจากชาวเมือง'
"ฟางเส้นสุดท้ายของรัฐบาล"
'ปฐมสถาปนาล้มเจ้า'