อัปยศ!ผู้แทนราษฎร สส.เพื่อไทยกระทืบกันคาพรรค


เพิ่มเพื่อน    

 "เพื่อไทย" เดือด! "ยุทธพงศ์" โวย "นวัธ" พามือปืนเข้าล็อกตัวตบหัวในห้องหัวหน้าพรรค เชื่อปมขัดแย้งตอบโต้ในสภา โร่แจ้ง ตร.ดำเนินคดีทันที  "ส.ส.ขอนแก่น" ปัดไม่ใช่นักเลง อ้างโดนหยามศักดิ์ศรี ซัด "ส.ส.มหาสารคาม" ไม่ใช่ลูกผู้ชาย ขอโทษพรรค-ปชช. "เด็กหญิงหน่อย" บอกเรื่องจบแล้ว ไม่มีมาตรการลงโทษใคร

    ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) วันที่ 10 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุมกรรมการบริหารพรรค พท. กับนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค ตั้งแต่เวลา 10.00 น.เสร็จสิ้น ทางกรรมการบริหารพรรคบางส่วนได้เข้ามานั่งดื่มกาแฟภายในห้องทำงานของนายสมพงษ์ หลังรับประทานอาหารเที่ยง ซึ่งรวมถึงนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคามและรองหัวหน้าพรรค พท. ปรากฏว่าได้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทกันขึ้นระหว่างนายยุทธพงศ์กับนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น พรรค พท. ถึงขั้นทำร้ายร่างกายกัน
    จากนั้น นายยุทธพงศ์ให้สัมภาษณ์ว่า ตอนเช้าได้ประชุมกรรมการบริหารพรรคกับหัวหน้าพรรค พอประชุมเสร็จหลังรับประทานอาหารกลางวัน ได้มานั่งที่ห้องหัวหน้าพรรคที่ชั้น 4 มีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง, นายเกรียง กัลป์ตินันท์, นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค นั่งดื่มกาแฟ ได้พูดคุยเรื่องทั่วไป จากนั้นนายนวัธที่มีปัญหากับตนในเรื่องการอภิปรายในสภาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เดินเข้ามาเห็นตนก็เดินออกไป แล้วพาชายแปลกหน้าอีก 2 คน ลักษณะคล้ายมือปืน มาล็อกตัวตนต่อหน้าหัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรค แม้หัวหน้าไปห้ามปราม แต่ชายลักษณะมือปืน 2 คนที่ไม่รู้ว่าเป็นใคร ได้ล็อกตัวตน แล้ว ส.ส.นวัธมาทำร้ายร่างกายตบหัวตนอย่างแรง 
    "ผมเองไม่กล้าออกไปไหน ต้องนั่งในห้องหัวหน้าพรรค เราไม่รู้ว่ามีคนมากี่คน เป็นการกระทำอุกอาจมาก กระทำการในพรรค ในห้องหัวหน้าพรรค แม้หัวหน้าพรรคขอร้องก็ไม่ได้ให้ความยำเกรง ผมได้โทร.ไปหาผู้กำกับ สน.มักกะสัน ว่าถ้าออกมาอาจถูกทำร้ายร่างกาย เพราะนายนวัธยังมาเดินป้วนเปี้ยน ผมเลยต้องขอให้ตำรวจมารับตัวผม จากนี้จะเดินทางไป สน.มักกะสัน เพื่อไปแจ้งความข้อหาทำร้ายร่างกาย ไม่เช่นนั้นอาจเกิดอันตรายได้ เพราะเรื่องนี้มีตัวตนชัดเจน และบุคคลทั้ง 2 ที่คล้ายมือปืนไม่รู้ว่าพกปืนเข้ามาในพรรคหรือไม่ เราจำเป็นต้องปกป้องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของเรา เพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นต่อหัวหน้า ผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรค" นายยุทธพงศ์กล่าว
    ส.ส.มหาสารคามรายนี้ระบุว่า เรื่องนี้หัวหน้าได้เข้าไปห้ามปราม และท่านก็ไม่สบายใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น การทำงานของตนในฐานะกรรมาธิการและ ส.ส. เมื่อเขากล่าวหา ก็จำเป็นต้องปกป้องศักดิ์ศรีของเรา หลังจากนั้นมา จบในสภา ต่างคนก็ต่างทำหน้าที่ ไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น
    ถามว่ามูลเหตุมาจากเรื่องนี้เรื่องเดียวเลยหรือไม่ ส.ส.มหาสารคามรายนี้ระบุว่า ส.ส.นวัธก็พูดเอง ก็พูดชัดเจน จากนี้จะไปแจ้งความที่ สน.มักกะสัน ถ้าไม่ไปแจ้งความ จากนี้อาจจะถูกยิงตายก็ได้ เพราะว่าอยู่ในพรรคยังกล้าทำขนาดนี้ เรื่องนี้ไม่มีเรื่องส่วนตัว เขาก็พูดชัดเจนว่าเป็นเรื่องการทำหน้าที่ของกรรมาธิการในสภา
    "เรื่องนี้ไม่มองเป็นการเสียภาพลักษณ์ของพรรค แต่ผมจะอยู่นิ่งได้หรือครับ ถ้าไม่ให้ตำรวจมา ออกไปแล้วอาจถูกยิงตายก็ได้ ขนาดในห้องหัวหน้าพรรคยังกล้าบุกเข้าไป" ส.ส.มหาสารคามระบุ
    ซักว่าหลังถูกตบศีรษะได้พูดอะไรกลับหรือไม่ นายยุทธพงศ์กล่าวว่า ไม่ครับ ไม่ได้ตอบโต้ แต่การพาคนลักษณะคล้ายมือปืน ไม่รู้มีปืนมาหรือเปล่า ชายแปลกหน้า 2 คน เป็นคนล็อกตัวผม แล้วนายนวัธมาทำร้ายร่างกาย เมื่อกระทำการต่อหน้าหัวหน้าพรรค เชื่อว่าหัวหน้าพรรคก็คงมีมาตรการ ส่วนตัวเองก็ต้องปกป้องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินจากการทำหน้าที่
    "คดีนี้เป็นคดีอาญา ไม่มีการยอมความ ในวันที่ 11 ก.ย.จะเดินทางไปพบ ผบ.ตร. ขอให้คุ้มครองความปลอดภัย ไม่อย่างนั้นไปไหนมาไหนผมอาจถูกยิงตายก็ได้" นายยุทธพงษ์กล่าว  
    ต่อมานายยุทธพงศ์เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ต.ไพรัตน์ คำลี สว. (สอบสวน) สน.มักกะสัน ดำเนินคดีกับนายนวัธในข้อหาทำร้ายร่างกาย ซึ่งเบื้องต้นตำรวจได้ทำการสอบปากคำนายยุทธพงศ์ไว้ก่อน จากนั้นจะออกหมายเรียกคู่กรณีมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
    นายยุทธพงศ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ระหว่างที่เกิดเหตุขึ้น ได้มีผู้ใหญ่และสมาชิกพรรคเพื่อไทยอยู่ภายในห้องด้วยหลายคน เช่น นายชูศักดิ์ ศิรินิล นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รองหัวหน้าพรรค ต่างตื่นตกใจ และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา รองหัวหน้าพรรค ก็พยายามเข้าระงับเหตุ จนถูกลูกหลงโดนชกเข้าที่เบ้าตาจนเขียวช้ำไปด้วย
    ขณะที่นายนวัธกล่าวหลังนายยุทธพงศ์แจ้งความข้อหาทำร้ายร่างกายว่า เป็นเรื่องของเขา เป็นสิทธิของเขา ตอนนี้ (เวลา 16.10 น.) ยังประชุมพรรคอยู่ ไม่ทราบเรื่อง ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้น เขาอยากพูดอะไรก็ปล่อยเขาไป เขาอยากดัง ตนเป็นคนไม่ค่อยชอบออกสื่อ 
    ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงเหตุทะเลาะวิวาทในพรรคว่า ตนไม่มีรายละเอียดมากนัก แต่ถือว่าเรื่องนี้เป็นจุดเสื่อมของพรรค ซึ่งสมาชิกหากมีอะไรควรมาพูดคุยกัน เรื่องที่เกิดทำให้พรรคมีภาพที่ไม่ดีต่อสาธารณะ การเมืองมีฝ่าย ซึ่งฝ่ายพวกเราอาจเอาใจช่วย แต่ฝ่ายที่ไม่ใช่ก็พยายามขยายประเด็นออกไป 
    "เรื่องพวกนี้ไม่ควรเกิดขึ้น มีอะไรมาถกเถียงกัน อาจเสียงดังกันบ้าง แต่ก็ควรจบ ไม่ควรเป็นเรื่องออกไปข้างนอก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคดีความ เป็นเรื่องของดุลพินิจ เป็นเรื่องของวุฒิภาวะแต่ละคน แต่ที่พูดไม่ได้หมายถึงใคร" นพ.ชลน่านกล่าว
    ช่วงค่ำ ที่พรรค พท. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรค มอบหมายให้นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แกนนำของพรรค ติดต่อนายนวัธ เพื่อให้ความชัดเจนกับผู้สื่อข่าว ภายหลังจากเกิดข่าวดังกล่าว
    ต่อมานายนวัธพร้อมด้วยน้องชายและนายวรวัจน์ ร่วมกันแถลงข่าว โดยนายนวัธกล่าวว่า เมื่อลูกผู้ชายโดนหยามศักดิ์ศรี ก็เกิดอารมณ์ แต่ก็ได้ขอโทษผู้ใหญ่ และสมาชิกพรรค รวมถึงฝากขอโทษไปถึงประชาชนถึงสิ่งที่ปรากฏออกไป ไม่มีใครเป็นนักเลงหรือมือปืน มากับน้องชาย ที่วันนี้มาที่พรรคเพื่อแจกเสื้อมวย ส่วนที่เข้าไปในห้องหัวหน้าพรรค เพราะคำพูดที่ถูกเหยียดหยาม ซึ่งคิดว่าไม่ถูกต้อง จึงอยากเรียกมาคุยมาเคลียร์ข้างๆ ห้องหัวหน้าพรรค จะกล้าเข้าไปในห้องหัวหน้าพรรคหรือ ไปทำสุ่มสี่สุ่มห้าหัวหน้าจะได้ดีดออกมา
    "หัวหน้าพรรคได้บอกว่าให้ยุติ ผู้ใหญ่ในพรรค ประธานยุทธศาสตร์ก็สั่งให้ยุติ ส่วนตัวก็พร้อมที่จะยุติ ผมไม่ใช่คนเกเร เป็นนักเลงหัวไม้ เป็นเพียงโปรโมเตอร์เอานักมวยขึ้นชกกันเท่านั้นเอง ต่อยคนไม่ค่อยเป็นหรอก" นายนวัธกล่าว
    ถามว่า สิ่งที่พูดเหมือนเป็นหนังคนละม้วนกับที่นายยุทธพงศ์พูด นายนวัธกล่าวว่า คนชอบออกสื่อ ตนไม่ชอบออกสื่อ แต่วันนี้จำเป็นต้องออกมาพูดให้ฟังว่าไม่มีอะไร ผู้ใหญ่นั่งอยู่ในนั้นสิบกว่าคนเขาก็คงเห็น เพื่อไม่ให้กระทบกับภาพลักษณ์ของพรรคจึงออกมาขอโทษ ขออภัยกับพี่น้องประชาชนด้วย เรื่องนี้จริงๆ ไม่น่าเกิดขึ้น แต่หากใครดูถูกเหยียดหยามศักดิ์ศรีลูกผู้ชายคงทนไม่ได้ที่จะต้องมีการเคลียร์กันเฉยๆ
    "ยืนยันที่พามาไม่ใช่มือปืน แต่เป็นคนขับรถของผม เมื่อมติพรรคออกมาว่าให้ยุติเรื่อง เราก็ต้องทำตาม เพราะเราเป็นคนของพรรค ก็ต้องรักษากฎกติกาของพรรค จริงๆ แล้วเรื่องนี้ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะเป็นเรื่องของคนสองคนที่ต้องมาพูดคุยกัน ว่าการที่มาพูดในสภาแล้วมาพาดพิงถึงผมนั้นไม่ถูกต้อง ไม่ใช่สุภาพบุรุษ คนที่เป็นสุภาพบุรุษจะไม่พูดกันแบบนี้ เพราะเรื่องไม่ใช่ความจริง"
    ส่วนนายวรวัจน์กล่าวว่า พรรคไม่มีมาตรการลงโทษ เพราะเป็นเพียงแค่เรื่องที่ต้องพูดคุยกัน ซึ่งขณะนี้พูดคุยกันแล้ว ไม่มีประเด็นต่อแล้ว
    ทั้งนี้ สำหรับนายนวัธ ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 ได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส.ครั้งแรกปี 2550 สังกัดพรรคพลังประชาชน ก่อนมาเป็น ส.ส.พรรคเพื่อไทย นอกจากการเมืองแล้ว นายนวัธยังมีชื่อเสียงในวงการเมือง โดยได้เข้าซื้อกิจการ บจก.แม็กซ์มวยไทย มาบริหาร โดยให้นายอาสิระ เตาะเจริญสุข บุตรชายเป็นประธานบริษัท และสร้างสนามมวยแม็กซ์มวยไทยสเตเดียมขึ้นที่ จ.ชลบุรี จัดรายการชกมวยไทยในรูปแบบมวยไทย 3 ยก จนได้รับความนิยมจากผู้ชมและนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ. 


เรื่องหน้ากากอนามัย ๒๐๐ ล้านชิ้น มีแต่ตัวเลข ไม่มีตัวหน้ากากที่พูดกันมานานนั้น บทจะจบ..... ก็จบดื้อๆ แค่รองนายกฯ วิษณุพูดว่า "ของเก่าไม่ต้องพูดถึง.......

ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"