น้ำครำตรวจสอบน้ำเน่า


   

                สเต็ปน่าสนใจ

                ฝ่ายค้านเตรียมซักฟอก นายกฯ ประยุทธ์ แบบไม่มีการลงมติ วันที่ ๑๘ กันยายนนี้

                ถึงวันนี้อย่าถามว่า เวลา ๑ วัน พูดอะไรได้บ้าง เพราะฝ่ายแค้นน่าจะมีเรื่องให้พูดเยอะกว่าเดิม

                เหมือนจะถูกที่ถูกเวลา 

                เครือสื่อยักษ์ใหญ่ของออสเตรเลีย

                หนังสือพิมพ์ซิดนีย์มอร์นิงเฮรัลด์ (Sydney Morning Herald) และหนังสือพิมพ์ดิเอจ (The Age)

                ตีพิมพ์รายงานสืบสวนสอบสวน อ้างบันทึกคดีของตำรวจและศาลออสเตรเลียว่า "ธรรมนัส พรหมเผ่า" เคยรับโทษจำคุกเป็นเวลา ๔ ปีในเรือนจำออสเตรเลียจริง

                ก่อนถูกเนรเทศในปี พ.ศ.๒๕๔๐ 

                เนื่องจากความผิดฐานสมรู้ร่วมคิดกับแก๊งอาชญากรลักลอบนำเข้าและค้าเฮโรอีน ๓.๒ กิโลกรัม ในออสเตรเลีย

                เรื่องเก่าแต่นำมายำใหม่ พร้อมข้อมูลลับเป็นเครื่องเคียง

                มองด้านปรากฏการณ์ทางข่าว ถือว่าไม่ธรรมดา

                ถึงจะมีเบื้องลึกเบื้องหลัง ก็ใช่เรื่องที่จะไปตำหนิสื่อออสเตรเลีย

                มันอยู่ที่ "ผู้กองมนัส" เคลียร์ตัวเองได้หรือเปล่าต่างหาก

                ถ้าเคลียร์ไม่จบ....

                ประเด็นนี้ มีคนจ้องนำมาเป็นข่าว เขย่าการเมืองได้ตลอดเวลา

                วันนี้ทำแล้ว วันข้างหน้าก็ยังเล่นได้อีก

                ไปเรื่อยๆ

                หาก "ผู้กองมนัส" มีเอกสารจากศาลและตำรวจออสเตรเลียมายืนยันได้ว่า แค่ตกกระไดพลอยโจน  ไม่ได้ค้ายา......ก็จบ  

                แล้ววันนี้ "ผู้กองมนัส" ว่าไง?

                ".....มันเป็นเรื่องรายละเอียดที่ตกลงกับศาลออสเตรเลียและเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้

                ซึ่งเป็นเรื่องที่พูดไม่ได้

                แต่ที่เอามาเขียนมันมีที่มาที่ไป ผมรู้หมดแล้วว่าโยงใยกับเรื่องอะไร มีที่มาที่ไปอย่างไร รู้โครงข่ายทั้งหมดแล้ว และมอบหมายทนายความและฝ่ายกฎหมายของผม ดำเนินการทั้งทางแพ่งและอาญา

                ผมไม่เคยรับสารภาพ ไม่เคยกระทำผิดอย่างที่เขียน

                เรื่องนี้คงเป็นการเขียนภายในประเทศและส่งไปให้นักข่าวออสเตรเลียมากกว่า

                ก่อนหน้านี้ผมได้รับการติดต่อมาจากนายไมเคิล อีวานส์ หลายรอบแล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นใหม่ ซึ่งไม่ตื่นเต้นอะไร คงต้องไปเจาะว่าเขาเป็นเครือข่ายอะไรกับนายไมเคิล

                 เรื่องนี้อย่าให้ผมพูดมากเลย เอาเรื่องชาวบ้านดีกว่า ชาวบ้านเขาเดือดร้อนจะตายกันอยู่แล้ว

                ผมว่าหากข้องใจ เปิดหน้ามาชกกันเลยดีกว่า ไม่ต้องเป็นอีแอบอย่างนี้ ที่พูดไม่ได้จะท้าชก แต่เอามาพูดกันดีกว่า เอาแต่เรื่องอดีตมาพูด

                เราอยากจมอยู่กับอดีตหรือจะอยู่กับอนาคต

                ทำไมผมต้องลาออก

                จำไว้เลยลูกผู้ชายอย่างผมอยู่บนโลกความเป็นจริง

                เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว และจะพิสูจน์ให้เห็นว่าผมจะทำงานให้ประชาชนและแผ่นดิน....."

                ถ้าอธิบายตามนี้ เพียงแค่นี้ จบยาก!

                เลื่อนลอยไม่มีหลักฐาน

                ในทางการเมือง ตกเป็นฝ่ายรับตลอดกาล

                เอาล่ะเมื่อเดือนที่แล้ว "ผู้กองมนัส" อธิบายเรื่องเดียวกันนี้ว่า

                ".....ยอมรับว่าเกิดขึ้นจริง และเกิดขึ้นช่วงปี ๒๕๓๕-๒๕๓๖ ผมตกเป็นผู้ถูกกล่าวว่าเป็นผู้ที่ไม่แจ้งการพบเห็นบุคคลที่มียาเสพติดไว้ในครอบครอง และศาลพิพากษาเป็นที่สุดให้จำคุก ๘ เดือน ก่อนจะพ้นโทษและประกอบอาชีพเป็นเซลส์แมนที่ประเทศออสเตรเลีย จำนวน ๔ ปี ก่อนถูกส่งตัวกลับประเทศไทย

                 เนื่องจากนโยบายของรัฐบาลออสเตรเลียไม่ต้องการให้คนที่รวมตัวทำธุรกิจในประเทศ โดยไม่มีที่พักเป็นหลักแหล่ง ไม่ใช่การส่งตัวกลับไทยในฐานะผู้ร้ายในคดีร้ายแรง...."

                คำถามคือ...ทำไมถึงไม่ยืนยันตามคำพูดเดิม

                สำคัญไปกว่านั้น ประเด็นนี้หากไม่เคลียร์จะติดตัวไปจนตาย

                แล้วทำไม "ผู้กองมนัส" ไม่เอาหลักฐานทางออสเตรเลียมายืนยันว่า ติดคุกแค่ ๘ เดือน ส่วนที่เหลืออีก ๔ ปีนั้น

                อยู่นอกคุก!

                และมีความผิดแค่....เป็นผู้ที่ไม่แจ้งการพบเห็นบุคคลที่มียาเสพติดไว้ในครอบครอง

                ไม่ใช่ผู้ค้า

                ในฐานะผู้เสียหาย การขอคัดสำเนาจากศาล ไม่ใช่เรื่องยาก

                เมื่อมีแค่คำพูดปากเปล่า ก็ต้องเผชิญกับผลกระทบทั้งตัวเอง และรัฐบาลอย่างเลี่ยงไม่ได้

                ฝ่ายค้านลับมีดรอแล้ว และนี่คือเรื่องที่ต้องพูดคุยกันต่อไป

                เรื่องคอร์รัปชัน ยาเสพติด ในวงการการเมือง ไม่ใช่เรื่องใหม่

                สองเรื่องนี้มีความเลวทรามพอๆ กัน

                ฉะนั้นการตรวจสอบ คอร์รัปชัน ยาเสพติด ในวงการการเมือง ผู้ตรวจสอบต้องมือสะอาดจริงๆ ไม่ใช่ทีใครทีมัน

                เพราะสุดท้ายแล้วกลายเป็นว่า เลวพอกัน

                วันนี้ (๑๑ กันยายน) พรรคฝ่ายค้านโดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส จะยื่นกระทู้ถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กรณี "ผู้กองมนัส" มีเอี่ยวคดีค้ายาเสพติด

                ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล คนเป็นนายกฯ จะปัดความรับผิดชอบไม่ได้

                ต้องจัดการอย่างใดอย่างหนึ่งหากรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลติดคุกคดีค้ายาเสพติดในต่างประเทศ

                จะอ้างว่า ไม่ผิดกฎหมายไทยไม่ได้

                เพราะค้ายาเสพติด ไม่ว่าค้าที่ไหนในโลก มันเลวทรามเหมือนๆ กัน

                หรือจะบอกว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ก็ดูจะขาดความรับผิดชอบอย่างรุนแรง ไร้ภาวะความเป็นผู้นำอย่างสิ้นเชิง

                ไม่เชื่อลองถาม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ดู

                หากยังจำกันได้ เมื่อไม่นานมานี้มีข่าวโด่งดัง ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ชื่อ  "สุบรรณ มหาชนนท์" ถูกจับกุมคาหนังคาเขา พร้อมของกลางยาเสพติดมูลค่า ๒ พันล้านบาท

                บิ๊กล็อตส่งออกไปจีน!

                วันนั้น "พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส" บอกว่า เป็นเรื่องส่วนบุคคลที่พรรคไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบผู้สมัครได้ครบทุกคน

                "ยืนยันว่าพรรคเสรีรวมไทยมีนโยบายปราบปรามยาเสพติดอย่างเด็ดขาด พร้อมมั่นใจกรณีที่เกิดขึ้นจะไม่สร้างความเสียหายให้กับพรรค ซึ่งถ้าคิดจะเป็นก็จะไม่เสียหายจะคิดไม่เป็น จะเอาเรื่องหาเรื่องพรรคเสรีรวมไทยตลอดก็เป็นเรื่อง ย้ำว่าผมเป็นข้าราชการดีเด่นของชาติ มีความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งมองไปใน ๒ สภายังไม่มีใครเหมือนผม"

                ครับ...ความจริงมันเป็นเช่นนั้น

                กรณีของ "ผู้กองมนัส" ต้องถูกตรวจสอบ ต้องหาความจริงให้ได้

                เช่นเดียวกันคนตรวจสอบต้องมั่นใจว่า ตัวเองมีความดีเป็นที่ประจักษ์พอ

                ตามข่าวจากสื่อออสเตรเลีย "ผู้กองมนัส" ถูกศาลสั่งจำคุก ๔ ปี

                หากเป็นความจริง ก็น่าสะอิดสะเอียน

                ปัญหาคือแล้ว พรรคฝ่ายค้าน รวมไปถึงพรรคเพื่อไทย ที่ตั้งหน้าตั้งตาถล่มว่ากรณีนี้รัฐบาลอยู่ไม่ได้แล้ว จะอุ้มศพไปทำไมกันนั้น....

                ขอถามกลับประเด็นพื้นๆ

                หลายคดีที่ศาลไทยพิพากษาให้จำคุก พรรคเพื่อไทยรู้สึกขยะแขยงหรือไม่

                จำคุกทักษิณ ๒ ปี คดีทุจริตซื้อขายที่ดินย่านรัชดาภิเษก หนีจนหมดอายุความ

                ศาลฎีกาสั่งจำคุกอีก ๒ ปี คดีหวยบนดิน

                สั่งจำคุก "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ๕ ปี คดีปล่อยทุจริตจำนำข้าว

                ๔๘ ปี "บุญทรง เตริยาภิรมย์" คดีจีทูจีเก๊

                และล็อตสองจะตามมาเร็วๆ นี้ "เจ๊.ด." ในเครือข่ายคนโกง อาจไม่รอด คุกตามมาติดๆ

                เทียบกับคดีที่สื่อออสเตรเลียขุดมาถล่ม "ผู้กองมนัส" ถือว่าเลวทรามไม่ต่างกัน

                แล้วที่ผ่านมา พรรคร่วมฝ่ายค้าน มีความรู้สึกว่า "ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์" ชั่วช้าหรือไม่?

                ศาลไทยพิพากษา เห็นคำวินิจฉัยกันครบ รู้หมดใครโกง ใครเอาเปรียบประชาชน

                แต่วันนี้ คนโกง ยังเป็นผู้ชี้นำพรรคเพื่อไทย.

         ผักกาดหอม

 


อุ่นหนาฝาคั่ง...แน่นซอย ไทยโพสต์ ครบรอบ ๒๓ ปี ย่างเข้าปีที่ ๒๔ ยังได้รับความรัก จากกัลยาณมิตรมากมาย เหมือนเช่นเคย ขอบคุณกันไม่หมด ทั้งจากภาคธุรกิจ ราชการ ฝ่ายการเมือง

'๒๑ ตุลา' สำนึกย้อน 'สำนึกไทย'
'ทอน' ไม่รู้! แล้วจะรอดหรือ
ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓
อย่าให้ฝ่ายแค้นแหกตา