‘ธรรมนัส’ขู่เอาคืนฟ้อง100คดี


   

 "ประวิตร" ปัดไม่รู้เรื่องวุฒิปลอม "วิษณุ" ย้ำ ป.เอก "ธรรมนัส" จริงหรือปลอมไม่กระทบคุณสมบัติรัฐมนตรี ชี้จบโรงเรียนนายร้อยฯ คุณสมบัติครบตาม รธน.แล้ว แนะเจ้าตัวต้องเร่งเคลียร์ตัวเองให้คนเชื่อ "ธรรมนัส" จ่อฟ้องพวกโจมตีนับ 100 คดี ลั่นพร้อมสู้ทุกประเด็น "เสรีฯ" จี้ "บิ๊กตู่" รับผิดชอบตั้ง รมต.ขาดคุณสมบัติ "เด็ก พปชร." บุกสภาอ้างคนนครพนมให้ลบฉายา "วีรบุรุษนาแก" เหลือแค่ "วีรบุรุษนาเก๊" พท.ซัดนายกฯ พวกพ้องตัวเองสร้างปัญหา

    เมื่อวันที่ 13 ก.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการตั้งข้อสังเกตเรื่องวุฒิการศึกษาของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อาจเป็นของปลอม เพราะมหาวิทยาลัยที่เรียนปริญญาเอกไม่ผ่านมาตรฐานว่า ร.อ.ธรรมนัสก็ตอบไปแล้ว จะให้ตอบอะไร และตนจะไปตอบได้อย่างไร เพราะไม่ได้ไปเรียนกับเขา ไม่เกี่ยว และยังไม่ได้พูดคุยกัน
    "เขาก็ตอบไปแล้วเรื่องที่มาของปริญญาต่างๆ”พล.อ.ประวิตรกล่าว รวมทั้งปฏิเสธกรณีหากสมมุติมหาวิทยาลัยดังกล่าวทางสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ไม่ได้รับรอง แต่นำวุฒิมาสมัคร ส.ส.จะผิดหรือไม่ว่า ไม่รู้
    นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวเช่นกันว่า ตามรัฐธรรมนูญกำหนดคุณสมบัติรัฐมนตรีเพียงแค่ว่าต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ไม่ได้บอกว่าต้องจบปริญญาอื่น โดยในส่วนของปริญญาตรี สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้ตรวจสอบแล้ว และ ร.อ.ธรรมนัส เมื่อเขาจบโรงเรียนนายร้อยฯ ก็ถือเป็นปริญญาตรี เข้าเกณฑ์ขั้นต่ำอยู่แล้ว ส่วนปริญญาโท ปริญญาเอก จะเป็นของจริงหรือของปลอม หรือสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) รับรองหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
    “เมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดให้จบการศึกษาปริญญาตรี ก็ตรวจสอบแค่นั้น เขาไม่อยากรู้ว่าจบปริญญาโท ปริญญาเอกที่ไหน รู้แค่จบปริญญาตรีก็พอแล้ว เหมือนเวลาคุณไปสมัครงาน เขากำหนดว่าต้องจบปริญญาตรีถึงจะสมัครได้ คุณจะไปแสดงปริญญาเอก เขาก็ไม่อยากรู้ อยากรู้แค่ว่าคุณจบปริญญาตรี” นายวิษณุกล่าว
    ถามว่า แม้จะไม่กระทบกับคุณสมบัติของรัฐมนตรี แต่หากสุดท้ายพบว่าปริญญาเอกเป็นของปลอม ถือว่าเป็นการกรอกคุณสมบัติเท็จหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ตนไม่ตอบในส่วนนี้ อย่าเอาสองสามเรื่องมาปนกัน ถ้าตั้งต้นด้วยเรื่องคุณสมบัติ ก็ต้องพูดเรื่องคุณสมบัติตามกฎหมาย ครบคือครบ เรื่องจบปริญญาตรีมันไม่ต้องแปล แต่หากใครมาบอกคุณไม่มีมาตรฐานจริยธรรมหรือไม่ได้สุจริตเป็นที่ประจักษ์ อันนั้นต้องพิสูจน์กันยาว ซึ่งต้องยอมรับว่านั่นเป็นคุณสมบัติและลักษะต้องห้ามอย่างหนึ่ง
    ซักว่า ขณะนี้ ร.อ.ธรรมนัสยังดำรงตำแหน่งต่อไปได้ใช่หรือไม่ แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่สง่างาม รองนายกฯ กล่าวว่า ก็ไม่เห็นจะต้องตอบอะไรเป็นอย่างอื่น สื่อรู้คำตอบอยู่แล้ว
    รองนายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้ถ้าไม่ให้ ร.อ.ธรรมนัสชี้แจง แล้วจะให้ใครชี้แจง ส่วนชี้แจงแล้วจะเชื่อกันหรือไม่ จะทำอย่างไรต่อ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัสต้องชี้แจงเพื่อให้คนอื่นเชื่อให้ได้ เพราะคนอื่นชี้แจงใครจะไปเชื่อได้ ยังยืนยันคำเดิม “สุทธิ อสุทธิ ปัจจัตตัง”
    พอถามว่า เมื่อมีข่าวอย่างนี้ออกมาบ่อยๆ มองว่าเป็นการจงใจดิสเครดิตรัฐบาลหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่มอง ส่วนที่ฝ่ายค้านออกมาเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ เพราะเป็นผู้รับทราบคุณสมบัติรัฐมนตรีก่อนจะแต่งตั้งนั้น นายกฯ ได้ตอบไปแล้ว
'ธรรมนัส'จ่อฟ้อง100คดี
    ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวถึงกระแสโจมตีเรื่องคุณสมบัติและวุฒิการศึกษาอย่างต่อเนื่องว่า ไม่มีอะไร และได้พูดไปหมดแล้ว ใครอยากทำอะไรก็ว่ากันไป เพราะเรื่องนี้มีเรื่องการบ้านกับการเมือง การบ้านก็ทำให้พี่น้องประชาชน ส่วนการเมืองก็ว่ากันไป อย่าไปคิดมาก 
    "เรื่องนี้ไม่ใช่เพิ่งโดน แต่โดนมานานแล้ว อะไรที่เกิดขึ้นกับเราก็แก้ไขไป ส่วนเรื่องวุฒิการศึกษา อยากถามว่าใครจะไปปลอม ก็พูดกันไปเรื่อย หลังจากนี้อย่ามาถามอะไรอีก เพราะได้ชี้แจงไปหมดแล้ว ใครทำอะไรไว้ก็เตรียมรับกรรม ผมบอกแล้วว่าจะเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ ไม่ใช่เล่นๆ ตอนนี้ก็ทำคดีไว้เป็นร้อยแล้ว ซึ่งได้มอบหมายให้ทนายเป็นผู้ดำเนินการ แต่ไม่ใช่การดำเนินการกับพี่น้องสื่อมวลชนอย่างแน่นอน แต่เป็นเรื่องของตัวบุคคล" ร.อ.ธรรมนัสกล่าว
    ถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้กำชับอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่มี เพราะอะไรที่เป็นเรื่องส่วนตัวตนมีหน้าที่ต้องชี้แจงเอง หลังจากวันนี้จะเอาจริงเอาจังกับสิ่งที่เกิดขึ้น ปล่อยให้เขาออกอาวุธมาให้หมดก่อน ไม่ได้หมายความว่าจะไปทำอะไรใคร แต่จะใช้ช่องทางตามกฎหมายดำเนินคดี
    ซักว่า เพจ CSI LA ถือเป็น 1 ใน 100 คดีที่จะดำเนินคดีด้วยหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เจ้าของเพจมีคดีต้องหนีไปอยู่ประเทศฝรั่งเศส ถ้าเป็นของจริงก็ต้องมาอยู่ประเทศไทย ไปดูภูมิหลังของเจ้าของเพจก่อนแล้วค่อยมาคุยกัน ไม่เหมือนสื่ออย่างพี่น้องทั้งหลายที่เป็นของจริง แต่นั่นเป็นอีแอบอยู่ข้างหลัง คนไทยได้ประโยชน์อะไรจากเพจนี้ โจมตีกันไปมาไม่สร้างสรรค์ 
    รมช.เกษตรและสหกรณ์กล่าวถึงเรื่องที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร จะสอบสวนกรณีที่เกิดขึ้นด้วยว่า ก็เชิญตามสบาย เราก็สู้กันไป พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์จะทำอะไรก็ถือเป็นเรื่องทางการเมือง อย่าไปโทษท่าน เพราะท่านเป็นฝ่ายค้าน ก็ทำหน้าที่ของท่าน ถือว่าเป็นกระบวนการทางสภา 
    "วันนี้ผมเข้ามาทำงานเพื่อบ้านเมือง หากวันหนึ่งทำงานเพื่อบ้านเมืองไม่ได้ ไม่ต้องมีใครมาไล่ จะลาออกเอง ยืนยันผมไม่ได้มาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ พร้อมทุกเรื่อง และอยู่บนโลกของความเป็นจริง ไม่เป็นอีแอบนินทาใครอยู่ข้างหลัง" รมช.เกษตรและสหกรณ์กล่าว
    ที่รัฐสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การชี้แจงในสภาของ ร.อ.ธรรมนัส ก็ยอมรับผิดในคดีดังกล่าว เพราะมีการใช้ระบบพลีบาร์เกนนิง ซึ่งเป็นการต่อรองคดี โดยคดีนี้มีโทษจำคุก 9 ปี แต่เมื่อ ร.อ.ธรรมนัสยอมรับสารภาพผิด เลยทำให้โทษจำคุกเหลือ 4 ปี ถือว่ามีการติดคุกจริง จึงเป็นการขัดคุณสมบัติของรัฐมนตรี 
    "นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบในฐานะผู้แต่งตั้ง เพราะประเทศไทยไม่ใช่ของเล่น จะตั้งใครมาเป็นก็ได้ ถามว่าทำไม ร.อ.ธรรมนัสต้องได้เป็นรัฐมนตรี ก็เพราะเขาแจกกล้วยให้ใช่หรือไม่ ดูอย่างตอนที่พรรคประชาธิปัตย์กำลังตัดสินใจร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล ก็ส่ง ร.อ.ธรรมนัสไปเฝ้า ไม่รู้แจกกล้วยไปกี่หวี กี่ไร่" พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าว
    ประธาน กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯกล่าวว่า หลังจากได้รับแต่งตั้งเป็นประธาน กมธ. อาจจะนำเรื่องการตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีของ ร.อ.ธรรมนัสเข้าสู่การตรวจสอบของ กมธ.เป็นงานแรก โดยจะเชิญ ร.อ.ธรรมนัสมาให้ข้อมูล ทั้งเรื่องคุณสมบัติและวุฒิการศึกษาปลอม 
    "ผมไม่อยากพึ่งศาลรัฐธรรมนูญ และถ้ามีโอกาสอาจจะแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อยุบศาลรัฐธรรมนูญก็ได้" พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ตอบคำถามที่ว่า จะใช้ช่องทางยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจวินิจฉัยคุณสมบัติของ ร.อ.ธรรมนัสหรือไม่
พวกพ้อง'บิ๊กตู่'ก่อปัญหา
    จากนั้นเวลา 14.00 น. น.สพ.ธีทัชฐ์ เกียรติลดารมย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บางขุนเทียน พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เดินทางที่รัฐสภา และแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนกล่าวหา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ว่าทำความผิดร้ายแรงต่อแผ่นดิน ไม่สมควรเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองและ ส.ส.ผู้ทรงเกียรติ เพราะคนนครพนมฝากให้ลบฉายาวีรบุรุษนาแกออกจากสารบบ ให้มีชื่อแค่วีรบุรุษนาเก๊ เนื่องจากมีความผิดใน 6 ประเด็น ทั้งการที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ถูกปลดออกจากราชการด้วยความผิดทำให้ประเทศชาติเสียหาย เรื่องโครงการจัดซื้อรถจักรยานยนต์ไทเกอร์ตำรวจ เรื่องการไปกล่าวหาครูภูพานบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ น.สพ.ธีทัชฐ์กล่าวมาถึงช่วงนี้ ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสภาประมาณ 6 นาย ได้เข้ามาประชิดตัว พร้อมกับขอให้ น.สพ.ธีทัชฐ์ช่วยปฏิบัติตามระเบียบของสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาผู้แทรราษฎร คือต้องให้ ส.ส.เซ็นรับรองก่อนการแถลงข่าว ทำให้ น.สพ.ธีทัชฐ์ไม่พอใจ แสดงอาการขัดขืน ตะโกนโวยวาย พร้อมขอแถลงต่อให้จบ แต่เจ้าหน้าที่ได้พยายามนำตัวออกไปนอกอาคาร ทำให้เกิดความชุลมุนวุ่นวาย แต่ น.สพ.ธีทัชฐ์ก็พยายามขัดขืน พร้อมตะโกนว่า "เสรีพิศุทธ์อุ้มผม" 
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ได้นำตัว น.สพ.ธีทัชฐ์ออกมาอย่างทุลักทุเล ซึ่ง น.สพ.ธีทัชฐ์ก็ยังคงตะโกนย้ำว่า "เสรีพิศุทธ์อุ้มหมอธี จะนำตัวไปฆ่า ขอท้าให้อุ้มไปเลย ผมยอมตายเพื่อแผ่นดิน ไอ้พวกเผาบ้านเผาเมืองไม่อุ้ม มาอุ้มผม" จากนั้น น.สพ.ธีทัชฐ์ได้โบกมือลาเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมบอกว่าตนจะเปิดแถลงข่าวประเด็นทั้งหมดอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 16 ก.ย.นี้ พร้อมกับร้องเพลง และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยตัว น.สพ.ธีทัชฐ์ได้กล่าวว่า "ผมจะขึ้นไปหา ร.อ.ธรรมนัสที่รออยู่บนชั้น 4" ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยินยอมให้ขึ้นไปแต่โดยดี 
    นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) กล่าวถึงกรณีรัฐมนตรีบางคนที่มีปัญหาคุณสมบัติกล่าวว่า ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายค้านที่ตรวจสอบ แต่วันนี้สังคมและประชาชนก็ตรวจสอบ ถ้าใครไม่ผ่านก็จะหลุดไปตามระบบ แต่ในภาพรวมรัฐบาลก็ต้องขับเคลื่อนกันต่อไป ขณะที่คนเป็นนายกฯ เป็นผู้นำรัฐบาล ต้องอดทนเป็นพิเศษ เป็นคุณสมบัติอย่างหนึ่งที่จำเป็น นอกจากนี้ต้องพร้อมจะเผชิญหน้ากับความเป็นจริง และพูดคุยกับประชาชนด้วยความจริงในทุกเรื่องที่เกิดขึ้น
    วันเดียวกัน นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.แพร่ พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เดินทางมาที่รัฐสภาเพื่อมอบภาพวาดพร้อมแสดงความยินดีกับนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ และนายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย ที่ได้เปิดตัวทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้านอิสระ ขณะเดียวกันได้ประชาสัมพันธ์ว่าจะนำภาพวาดคนเลี้ยงลิงที่เจ้าตัวเป็นคนวาดไปจัดแสดงที่หน้าหอศิลป์ กทม. ในวันที่ 14 ก.ย. เวลา 17.00 น. พร้อมเชิญชวนประชาชนให้ไปร่วมระบายสีพร้อมกับคอมเมนต์ใต้ภาพด้วย 
    นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า สิ่งที่มอบให้เป็นอุทาหรณ์ให้กับนักการเมืองว่าจะเป็นลิงต่อไป หรือจะเป็น ส.ส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชน ใครจะทนเป็นลิงที่คอยกินกล้วยทุกเดือน หรือใครต้องการเป็น ส.ส.ที่ทรงเกียรติทำหน้าที่ผู้แทนของประชาชนอย่างแท้จริง นิสัยของลิงจะจุ๊กจิ๊กไปจุ๊กจิ๊กมา เมื่อตอนที่คนเลี้ยงลิงยังมีชีวิตอยู่ มันจะมีเห็บมีหมัดมาเกาะคนเลี้ยงลิงเต็มไปหมด ฉะนั้นลิงจึงต้องกินเห็บ กินหมัด หรือสิ่งโสมมที่อยู่ในตัวคนเลี้ยงลิง 
    "ผมอยากฝากไปยังคนที่ยังเป็นลิงอยู่ อย่าไปกินของโสโครก เพราะเดี๋ยวจะแสลง และมีพิษจะเข้าสู่กระแสเลือด เมื่อนั้นประชาชนจะมองเห็น เมื่อนั้นจะไม่ใช่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว เพราะจะโดนพิษจากเห็บและหมัดเข้าสู่หัวใจ ซึ่งลิงไม่ได้มีแค่ 8-9 ตัว แต่มีเป็นร้อย" นายมงคลกิตติ์กล่าว
    ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ถ้าสังเกตและแยกแยะความสำคัญของปัญหาที่รุมเร้า พล.อ.ประยุทธ์ดีๆ จะพบว่าสนิมเกิดจากเนื้อใน ปัญหาใหญ่ๆ เกิดจากพวกพ้องและเครือข่ายของท่านเองเป็นส่วนใหญ่ แทนที่จะไปตั้งศูนย์ปราบปรามข่าวปลอม Anti-Fake News ให้ใหญ่โต เปลืองงบประมาณ เพื่อไปตรวจสอบ ปราบปรามความเห็นต่างของผู้คนจากฝ่ายตรงข้าม พล.อ.ประยุทธ์ลองสำรวจรอบตัวท่านดีๆ มีอะไรที่เป็นข่าวปลอมหรือไม่ 
    "ตั้งแต่นโยบายที่ตอนหาเสียงบอกทำทันที พอเป็นรัฐบาลแล้วไม่ทำทันทีพร้อมสร้างเงื่อนไขที่จะไม่ทำ ถือเป็นนโยบายปลอมหรือไม่ คุณสมบัติรัฐมนตรี วุฒิการศึกษา คดีความที่เกี่ยวเนื่องกับบรรดารัฐมนตรีทั้งหลาย ที่อาจขัดต่อคุณสมบัติของการเป็นรัฐมนตรี ที่ออกมาเหล่านี้ เป็นข่าวปลอมด้วยหรือไม่ หรือเป็นข่าวปลอมเฉพาะความเห็นต่างจากฝ่ายตรงข้าม ถ้าฝ่ายตัวเองทำถือเป็นการปฏิบัติการด้านการข่าว หรือ ไอโอ โฆษณาชวนเชื่อ" โฆษกพรรค พท.กล่าว.    


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน