เสี่ยหนูห้ามขาย กัญชาบ้าน6ต้น ปล่อยดูกันเอง!


เพิ่มเพื่อน    

 "เสี่ยหนู" ย้ำปลูกกัญชาบ้านละ 6 ต้นเป็นเป้าหมายของพรรค แต่คุมเข้มห้ามจำหน่ายจ่ายแจก  แต่ละครอบครัวดูแลกันเอง เหมือนเหล้า บุหรี่ ยันไม่ปลดล็อกฝิ่น ภูมิใจไทยออกแคมเปญพ่วง "มองกัญชา อย่างมิตร มองสารพิษ เป็นศัตรู”

    นาอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีพรรคภูมิใจไทยเสนอร่างกฎหมาย 12 ฉบับ ซึ่งมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานด้านสาธารณสุขคือ ร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ, ร่าง พ.ร.บ.สถาบันพืชยาเสพติดแห่งประเทศไทย เพื่อเดินหน้านโยบายกัญชาบ้านละ 6 ต้น ว่าร่างกฎหมายแต่ละฉบับนั้น แค่อ่านและฟังสรุปคร่าวๆ เนื่องจากตนไว้ใจทีมผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ซึ่งมีนายศุภชัย ใจสมุทร เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องของร่างกฎหมายเหล่านี้ แต่ยืนยันว่าเรื่องกัญชาบ้านละ 6 ต้นนั้นเป็นเป้าหมายของพรรค แต่ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไปทีละขั้นตอน
         รมว.สาธารณสุขกล่าวว่า การใช้กัญชาเราใช้ในทางการแพทย์ ยาสารสกัดกัญชาต้องมีใบสั่งแพทย์ ตัวการใช้รักษาคนไข้ก็ต้องแพทย์สั่ง ส่วนเรื่องบ้านละ 6 ต้น การควบคุมหลักๆ คือห้ามจำหน่ายจ่ายแจกซึ่งกันและกัน และแต่ละครอบครัวต้องควบคุมดูแลกันเองด้วย เพื่อไม่ให้มีการนำไปใช้ในทางที่ผิด 
    "ยืนยันว่าร่างกฎหมายที่เสนอไปนั้น ไม่ได้มีเรื่องของการปลดล็อกฝิ่นแต่อย่างใด มีแค่เรื่องกัญชาอย่างเดียว เพราะขนาดกระท่อมยังไม่ได้ปล่อยเลย"
          ผู้สื่อข่าวถามว่า ในแต่ละบ้านจะมีทั้งคนป่วย คนไม่ป่วย โดยเฉพาะเด็ก วัยรุ่น จะมีการควบคุมดูแลอย่างไรเพื่อให้ใช้เฉพาะผู้ป่วยจริงๆ นายอนุทินตอบว่า ก็เหมือนในบ้านนั้นมีเหล้า มีบุหรี่ มีเด็ก มีผู้ใหญ่ แล้วทำไมเด็กก็ยังไม่ได้ดื่มเหล้าเลย กัญชาก็เหมือนกัน ครอบครัวก็ต้องดูแล จะให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขไปนั่งบอกว่าอยู่ในบ้านจะต้องทำตัวอย่างไรก็ไม่ใช่แล้ว อย่างนี้ก็ไม่ต้องทำอะไรแล้ว
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจคนภูมิใจไทย ได้นำเสนอภาพประกอบข้อความ “มองกัญชาอย่างมิตร มองสารพิษเป็นศัตรู” พร้อมระบุถึงความสำคัญว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยได้ทำการเสนอกฎหมาย 12 ฉบับ โดย 2 ฉบับเป็นเรื่องของ “กัญชา”  โดยการเสนอแก้ไข พ.ร.บ.ยาเสพติด (ฉบับที่..) พ.ศ. ....  และร่างพ.ร.บ.สถาบันพืชยาเสพติดแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... เพื่อการพัฒนาเป็นยารักษาโรค เป็นประโยชน์แก่การรักษาทางการแพทย์ 
    ตลอดจนเปิดโอกาสให้มีการผลิต จำหน่าย หรือส่งออกเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจ และให้บุคคลธรรมดาสัญชาติไทยสามารถปลูกกัญชา เพื่อการบริโภคส่วนบุคคล เพื่อการรักษาทางการแพทย์ ผลิต จำหน่ายได้ไม่เกิน 6 ต้นต่อครอบครัว ภายใต้การควบคุม กำกับดูแล และการบริหารของสถาบันพืชยาเสพติดแห่งประเทศไทย เป็นเรื่องที่ยืนยันได้ว่าพรรคภูมิใจไทย “มองกัญชา อย่างมิตร”
    นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการคัดค้านการใช้สารเคมีพิษภาคการเกษตร 3 ตัว ประกอบไปด้วย  พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส ซึ่งได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม โดยที่พรรคภูมิใจไทย ได้เสนอตัวแทนของนักวิชาการ และภาคประชาสังคม จำนวนถึง  3 คน เข้ามาเป็นคณะกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย  
    ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม ในสัดส่วน 4 คน ประกอบไปด้วย  
    1.ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาสุขภาพ โรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ รพ.จุฬาฯ แกนนำการต่อต้าน 3 สารเคมี ที่มีมวลชนสนับสนุนจำนวนมาก เป็นที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข  
    2.รศ.ดร.จิราพร ลิ้มปานานนท์ นายกสภาเภสัชกรรม เป็นกรรมการวัตถุอันตราย  
    3.นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี (BioThai) ที่มีเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ใหญ่ที่สุด  
    4.นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ที่มีท่าทีไม่เห็นด้วยกับการใช้สารเคมีอันตรายในภาคการเกษตร เป็นเรื่องที่ยืนยันได้ว่าพรรคภูมิใจไทย “มองสารพิษ เป็นศัตรู”
    มีรายงานข่าวด้วยว่า คณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่เป็นผู้อนุมัติให้นำเข้าสารเคมีพิษภาคเกษตร ได้เรียกประชุมกันในวันที่ 18 กันยายน 2562 นี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้อนุมัติให้นำเข้าสารเคมีพิษภาคการเกษตรทั้ง 3 ตัว โดยมีการลงมติ “ลับ” ซึ่งสร้างความกังขาให้กับประชาชนจำนวนมาก
    มีข้อน่าสังเกตว่า เพจคนภูมิใจไทยได้ติดเครื่องหมายแฮชแท็ก Hastag (#)  #คนไทยไม่เอาสารเคมี #ต้นทุนชีวิตเกษตรกรแพงมากกว่าต้นทุนทำการเกษตรทั้งหมด  #อย่าปล่อยให้ชีวิต 67 ล้านคนอยู่ในกำมือ 29 กรรมการวัตถุอันตราย #ต้องลงมติโดยเปิดเผย #ทั่วโลกแบน 3 สารพิษหมดแล้ว
      ทั้งนี้ จากกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 13 ก.ย.2562 ขอให้นำเรื่องเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) สั่งการให้กระทรวงอุตสาหกรรมออกประกาศเพื่อปรับระดับการควบคุมพาราควอตให้เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่สี่ หรือห้ามนำเข้าหรือห้ามจำหน่าย ห้ามมีไว้ในครอบครอง ให้มีผลโดยเร็วตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2563 เป็นต้นไปนั้น 
    นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ยังไม่เห็นว่าหนังสือดังกล่าวมาถึงมือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แล้วหรือยัง ซึ่งตามขั้นตอน หากมีหนังสือมา จะผ่านทางเลขาธิการนายกรัฐมนตรีก่อน แต่ขณะนี้นายกฯ ยังไม่ได้มีข้อสั่งการใดๆ เพิ่มเติมในเรื่องดังกล่าว
    ด้าน น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินได้ส่งหนังสือเร่งรัดให้ดำเนินการตามข้อเสนอแนะในเรื่องดังกล่าวด้วยเช่นกัน เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือจากผู้ตรวจการฯ แต่แนวทางการดำเนินการของตนได้ทำไว้เรียบร้อยหมดแล้ว มีการจัดเตรียมข้อมูลไว้ครบถ้วนรอบด้าน เช่น เรื่องผลกระทบ มาตรการทดแทนสารเคมีที่ยกเลิกใช้ ยืนยันว่าสาร 3 ชนิด คือ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ไม่ได้อนุญาตให้ใช้มานานแล้ว ไม่ได้ออกใบอนุญาต เพียงแต่หากจะทำให้เด็ดขาด ต้องให้หลายๆ ฝ่ายร่วมมือกัน เช่น คณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่ต้องมีการประชุมและมีมติในเรื่องดังกล่าว. 


โรงเรียนเปิดเทอมเมื่อวาน (๑ ก.ค.๖๓) ท่านเห็นอะไร? ทุกคนจะบอก..... เห็นเด็กนักเรียนไปโรงเรียน เห็นรถติด เห็นเด็กอนุบาลร้องไห้ เห็นผู้ปกครองอุ้มลูก-จูงหลานไปส่งโรงเรียน

อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'
การเมืองเรื่อง 'คิดกันไปเอง'
ว่าด้วยเรื่อง"ลูกหลานจัญไร"
วิบากแห่งกรรม ๑๓ ปี
สำนึกรักจาก ผบ.และอดีต ผบ.ทบ.
มรดก ๘๘ ปีคณะราษฎร