เฮงซวยทุกมาตรา! 'คุณช่อ'สับรัฐธรรมนูญ60 โพลฉีกหน้าชำเราหวังโกง


   


    ซูเปอร์โพลเผย ปชช. 84.4% ไม่เคยอ่านรธน.ฉบับใดเลย มีแต่ฟังเขาว่ามา  53% ชี้เหตุนักการเมืองต้องการแก้ รธน.เพื่อเปิดช่องโกง-จัดสรรงบลงพื้นที่ตัวเอง ส.ส.ปชป.ระบุแก้ รธน.ไม่ยากแม้ต้องทำประชามติ ฝ่ายค้านสัญจรคึกคัก "หน่อย" ซัด รธน.ส่งเสริมการโกง โอดไม่มีเส้นรัฐบาลทำผิดศาลไม่รับพิจารณา แต่ถ้าเป็นฝ่ายค้านติดคุก ประธานวิปฯ ยุ ปชช.ล่า 5 หมื่นชื่อร่วมแก้ไข เชื่อ ส.ว.หน้าด้านขวางไม่ได้ "หนูช่อ" ของขึ้นด่าเฮงซวยทุกมาตรา เปิดโรดแมปต้องรื้อทั้งฉบับ พท.อ้างซักฟอกปมถวายสัตย์ฯ เพื่อให้ได้ข้อยุติ  
    เมื่อวันอาทิตย์ นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ม.144 แห่งรัฐธรรมนูญของคนไทย กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,014 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 10-14 กันยายน พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 88.2 ไม่เคยอ่านมาตรา 144 แห่งรัฐธรรมนูญปี 60 ในขณะที่เพียงร้อยละ 11.8 เคยอ่าน เป็นเรื่องการห้าม ส.ส. ส.ว. และคณะรัฐมนตรี ดัดแปลงงบประมาณหรือแก้ไขเพิ่มงบประมาณ เพิ่มรายการ เป็นต้น และที่น่าพิจารณาคือ เกินครึ่งหรือร้อยละ 53 ระบุเหตุผลที่นักการเมืองต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญคือ เปิดช่องโกง เปิดช่องจัดสรรงบประมาณลงพื้นที่หาเสียงของตนเอง ในขณะที่ร้อยละ 47 ต้องการให้เป็นประชาธิปไตยมากกว่า
    ที่น่าเป็นห่วงคือ ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 84.4 ไม่เคยอ่านรัฐธรรมนูญฉบับใดเลย มีเพียงร้อยละ 7.4 เคยอ่านรัฐธรรมนูญปี 40 แบบอ่านบางส่วนถึงอ่านละเอียด ในขณะที่ร้อยละ 6.7 เคยอ่านรัฐธรรมนูญปี 50 และร้อยละ 12.7 เคยอ่านรัฐธรรมนูญปี 60 นอกจากนี้ เมื่อถามว่าที่จะต้องแก้รัฐธรรมนูญนั้น ได้อ่านมาแล้วด้วยตนเองหรือฟังเขาว่ามา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 84.4 ไม่ได้อ่านด้วยตนเอง แต่ฟังเขาว่ามา ในขณะที่ร้อยละ 15.6 เคยอ่านด้วยตนเอง
     ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง เพราะประชาชนส่วนใหญ่กำลังสนใจเฉพาะเรื่องใกล้ตัวกระจัดกระจายกันไปเพื่อหาทางให้ตัวเองอยู่รอดได้ ทำให้ไม่ได้มองถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับประเทศชาติและบ้านเมือง ที่ฝ่ายการเมืองมักจะมีวาระซ่อนเร้นในความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 144 ที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เคยอ่านเป็นมาตราที่ป้องกันได้ไม่ให้นักการเมืองหาทางโกง ไม่ให้โยกงบประมาณไปลงพื้นที่หาเสียงของตน อันเป็นต้นตอของความเหลื่อมล้ำความแตกแยก จึงขอส่งสัญญาณเตือนว่า อย่าไปแตะหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตราที่จะเอื้อประโยชน์ต่อฝ่ายการเมืองขณะมีอำนาจไปแสวงหาผลประโยชน์ และเอางบประมาณลงพื้นที่ฐานเสียงของพรรคพวกตนเอง 
     นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า อยากจะให้ทุกฝ่ายได้ตระหนักถึงเป้าหมายและความสำเร็จในการแก้ไขรัฐธรรมนูญมากกว่าสิ่งอื่นใด และความเป็นไปได้มากที่สุดน่าจะเป็นการแก้ไขตามแนวทางข้อเสนอของพรรคประชาธิปัตย์ คือแก้ไขมาตรา 256 ก่อน จะทำให้ลดแรงเสียดทานได้ เพราะไม่มีผลกระทบต่อฝ่ายใดเลย แม้แต่ในส่วนของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ก็ไม่ได้ลิดรอนสิทธิใดๆ ทั้งสิ้น แต่การแก้รัฐธรรมนูญในทุกมาตรา ก็ต้องใช้เสียงสนับสนุนจาก ส.ว.ในวาระ 1 คือต้องมีเสียงจาก ส.ว.จำนวน 1ใน 3 ของจำนวน ส.ว.ที่มีอยู่ ถ้าไม่ได้เสียงสนับสนุนจาก ส.ว. ก็ตกม้าตายตั้งแต่ด่านแรก
เชื่อแก้ รธน.ไม่ยาก
     “เมื่อเราสามารถแก้ไขมาตรา 256 ได้ก่อน ก็เปรียบเสมือนการปลดล็อก สะเดาะกุญแจดอกแรกได้สำเร็จแล้ว ก็เป็นเรื่องง่ายสำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตราอื่นๆ ให้เป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ตามที่ทุกฝ่ายต้องการ แม้ว่าการแก้มาตรา 256 เป็นการแก้ไขหมวด 15 ซึ่งรัฐธรรมนูญบังคับให้ต้องทำประชามติ ก็ไม่ได้เป็นเรื่องยากสำหรับการแก้ไขมาตรานี้แต่ประการใด” นายเทพไทกล่าว
    พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร  ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า รัฐธรรมนูญถือเป็นประเด็นร้อนที่หลายฝ่ายเริ่มเห็นตรงกันแล้วว่าเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประชาธิปไตยอย่างมาก แม้จะผ่านประชามติแต่ก็ผ่านในบรรยากาศที่ขาดเสรีภาพและไม่เป็นธรรมเสมือนเป็นการกลัดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก แล้วดันทุรังกลัดเม็ดต่อไปจนสร้างความเสียหายให้กับบ้านเมือง กระทั่งเปิดช่องให้คนที่มีจิตสำนึกบกพร่องไร้ยางอายเข้ามาเป็นผู้นำได้ โดยให้สิทธิ ส.ว.ที่มาจากระบบพวกพ้องยกมือสนับสนุน การจะเอาออกจากตำแหน่งก็เหลือมีแต่พี่น้องประชาชนต้องร่วมกันประจานประณามและโห่ไล่เท่านั้น 
    ขณะเดียวกัน เวลา 09.30 น. ที่ตลาดเกษตรมหาสารคาม อ.เมืองฯ จ.มหาสารคาม 7 พรรคการเมืองฝ่ายค้าน เดินทางสัญจรจัดเสวนาร่วมกับวิทยาลัยการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม หัวข้อ "รัฐธรรมนูญนี้เพื่อใคร? รัฐธรรมนูญใหม่เพื่อคนไทยทุกคน" ท่ามกลางประชาชนร่วมรับฟังแน่นขนัด โดยพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ เปิดงานเสวนาว่า รัฐธรรมนูญ 2560 เป็นรัฐธรรมนูญต้องการสืบทอดอำนาจของรัฐประหาร แม้ประชาชนส่วนใหญ่จะเลือกพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยและเลือกบางพรรคที่ไม่เอาเผด็จการที่ไปร่วมรัฐบาล แต่รัฐธรรมนูญกลับทำให้คนที่ประชาชนไม่ได้เลือกได้เป็นนายกฯ เกิดความไม่เป็นประชาธิปไตย 
เราต้องมาร่วมจัดทำรัฐธรรมนูญคืนสิทธิคืนอำนาจให้ประชาชน 
     คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ปาฐกถาพิเศษว่า วันนี้เศรษฐกิจกับกฎเกณฑ์มีความเกี่ยวกัน เศรษฐกิจจะดีได้ต้องมีความมั่นใจถึงจะกล้าใช้เงิน ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ทำให้กระเป๋าแฟบ แต่รัฐธรรมนูญนี้ทำลายความเชื่อมั่นและนักลงทุนทั้งหมด ทำไมต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะต้องการให้เศรษฐกิจกลับมาแข็งแกร่ง รัฐธรรมนูญนี้ทำลายเชื่อมั่น ความหวังของคนไทยและนานาชาติ เมื่อเขียนรัฐธรรมนูญบิดเบี้ยว มีการใช้อำนาจรัฐ อำนาจเงิน เป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ พรรครัฐบาลมีเกือบ 20 พรรค จึงไร้เอกภาพ จึงเห็นการต่อรองตั้งแต่ยังไม่ตั้งรัฐบาล วันนี้มีใครต่อรองให้พี่น้องบ้าง ทำให้ได้รัฐบาลที่จ้องขโมยงูเห่าทุกสัปดาห์ที่โหวต ทำให้ได้รัฐบาลเลี้ยงลิง หากล้วยมาป้อนลิงให้ลิงอิ่ม ไม่ได้หาอะไรให้ประชาชนอิ่มท้อง 
    คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 ยังขัดขวางอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ ใช้มาตรา 44 ยกเว้นการไม่ทำตามรัฐธรรมนูญร่วม 10 ครั้ง เขียนเองยังไม่ทำตามเลย รัฐบาลทำผิดเรื่องถวายสัตย์ฯ และแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ที่ไม่ได้บอกที่มาของเงิน ในวันที่ 18 ก.ย. พรรคฝ่ายค้านจะเปิดอภิปรายทั่วไป พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งกระทำการขัดรัฐธรรมนูญทั้งสองอย่าง ถ้าเราเป็นรัฐบาลคงโดนฟ้อง เพราะเราไม่มีเส้น ของเขาทำผิดแค่ไหน ศาลก็ไม่รับพิจารณา แต่ถ้าเป็นเราคุกโลด อย่างนี้ต้องแก้หรือไม่
รธน.เฮงซวยทุกมาตรา
    "รัฐธรรมนูญนี้ไม่ตรงปก เพราะเป็นรัฐธรรมนูญปราบโกง และเมื่อใช้ก็ปราบได้ไม่จริง ต้องใช้คำว่ารัฐธรรมนูญส่งเสริมการโกง โกงตั้งแต่การเลือกตั้ง ตรวจสอบลงโทษฝั่งตัวเองไม่ได้เลย แต่ฝั่งตัวเองนาฬิกาหลายเรือน หลายล้าน ไม่ผิด ลืมได้ กำลังสร้างมาตรฐานให้เกิดการโกง อีกหน่อยนักการเมืองยื่นทรัพย์สินไม่ครบก็บอกยืมเพื่อนมา ดังนั้นรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ตรงปก ต้องฟ้อง สคบ. และต้องถูกแก้ไข ส่วนตัวดีใจที่สภาจะศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และให้ส่งเสียงถึงทุกพรรคการเมืองในสภา อย่าหลอกประชาชนอีก อย่าสร้างรัฐธรรมนูญของพรรคใดพรรคหนึ่งที่มีการบอกว่ารัฐธรรมนูญดีไซน์เพื่อพวกเรา แต่ต้องเป็นรัฐธรรมนูญเพื่อประชาชน อีกทั้งรัฐธรรมนูญต้องเร่งแก้ไข แต่ไม่แตะต้องหมวด 1 รูปแบบของรัฐ หมวด 2 พระมหากษัตริย์ และต้องแก้ไขบางหมวดเพื่อลดความเหลื่อมล้ำให้ประชาชน" คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว 
    น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่(อนค.) กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญใหม่สมควรทำ เพราะรัฐธรรมนูญนี้เฮงซวยทุกมาตรา กระบวนการไม่ชอบธรรม ไม่มีประชาชนไปร่วมร่างรัฐธรรมนูญ ไม่มีความชอบธรรม ต้องร่างใหม่ทั้งฉบับ ด้วยการให้ประชาชนเข้าไปร่วม การใช้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)  ก็ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะได้รัฐธรรมนูญ แต่ต้องทำแม้จะลงมติในรัฐสภา และต้องจูงใจ ส.ว.ให้ความเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญ ดังนั้นเมื่อร่างใหม่ ก็ต้องเดินหน้าแก้ฉบับปี 2560 ทีละมาตรา ซึ่งต้องทำไปด้วย
     "สภาได้แสดงสัญลักษณ์ทุกพรรคแล้ว ทุกเสียงที่อยู่ในสภาเมื่อวันที่ 13 ก.ย. จะต้องมีการตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยพรรคอนาคตใหม่ได้เสนอแก้ไขอำนาจ ส.ว.ที่ยกมือโหวตนายกฯ และมาตรา 279 ที่ให้อำนาจประกาศ คำสั่ง คสช. ถูกต้องตั้งแต่ชาติที่แล้วไปถึงชาติหน้า ทำให้รัฐธรรมนูญไม่มีความหมาย ดังนั้นการแก้ไขรายมาตรากำลังดำเนินการอยู่โดยทำทันที หากจูงใจให้ทุกพรรคเห็นด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็สามารถจูงใจ ส.ว.ได้" น.ส.พรรณิการ์กล่าว  
    นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรค พท. ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนมาเพื่อกำจัดพรรคเพื่อไทย เมื่อพรรคเพื่อไทยมีอำนาจ ประชาชนมีอำนาจ เขาก็ฉีกรัฐธรรมนูญ ยุบพรรคไทยรักษาชาติ และมี ส.ว. 250 คน ไม่มีประเทศไหนที่เอาพรรคการเมืองได้ที่ 2 เป็นนายกรัฐมนตรี เราจึงต้องแก้ไขเพื่อเอาอำนาจคืนกับประชาชน ส่วนเมื่อวันที่ 13  ก.ย.ที่ผ่านมา สภาผู้แทนราษฎรลงมติให้เลื่อนญัตติตั้ง กมธ.ศึกษา อย่าไว้ใจ เพราะเป็นยกแรก โดยระหว่างทางต้องดูว่าจะมีพรรคการเมืองบางพรรคเบี้ยวเราหรือไม่ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส.ว.ต้องยกมือไม่น้อยกว่า 84 คนถึงผ่านได้ วิธีทำได้ต้องให้ประชาชนกดดันช่วย ประชาชนต้องมีส่วนช่วย ถ้าให้สภาแก้ไขอย่างเดียวเขาไม่ให้แน่นอน ถ้าเป็นประชาชน ต้องฟังจริงๆ ส.ว.ก็หน้าด้านขวางไม่ได้ ชาวบ้านต้องเสนอฉบับชาวบ้านแก้ไขได้ลงชื่อ 50,000 คนเสนอได้ 
ถกปมถวายสัตย์ฯ ให้ยุติ
    ด้านนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. และรองเลขาธิการพรรค พท. กล่าวถึงความพร้อมในการอภิปรายในญัตติเพื่อเสนอแนะตามมาตรา 152 ในวันพุธที่18 ก.ย.นี้ว่า ผลของคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญระบุอย่างชัดเจนว่าการกระทำของนายกรัฐมนตรีในกรณีดังกล่าวนี้ตีความว่าเป็นเรื่องทางการเมืองที่ฝ่ายการเมืองต้องนำไปพิจารณา หมายความว่าไม่มีทางอื่นใดที่จะแก้ไขปัญหาคาราคาซังของรัฐบาลชุดนี้ได้ นอกจากใช้ที่ประชุมรัฐสภาในการแก้ไขปัญหา ซึ่งถือว่าเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ทั้งนี้ ถือเป็นข้อยุติที่ฝ่ายรัฐบาลพยายามนำมาเป็นข้ออ้างที่จะไม่ตอบคำถามของสังคมไม่ได้อีกต่อไป ดังนั้นการอภิปรายของฝ่ายค้านในกรณีนี้ ถือเป็นข้อยุติที่จะดำเนินการในวันพุธนี้เพื่อหาข้อยุติในเรื่องนี้
    นายจิรายุกล่าวว่า ฝ่ายค้านพร้อมมากว่า 2 สัปดาห์ โดยจะเน้นใช้ข้อกฎหมายและคำวินิจฉัยที่ศาลรัฐธรรมนูญที่ให้รัฐสภาเป็นผู้พิจารณา โดยชี้ให้เห็นถึงการปฏิบัติดังกล่าวของนายกฯ ที่จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะหากกรณีดังกล่าวเป็นโมฆะ หรืออาจจะเป็นบรรทัดฐานที่มิชอบในอนาคตของการบริหารราชการแผ่นดินของนายกฯ หรือหน่วยงานสำคัญที่ต้องเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณต่อไป นอกจากนี้ จะอภิปรายตามญัตติที่ยื่นไว้ เช่น การเสนอแนะและการสอบถาม ครม. และนโยบายการหาเงินของรัฐบาล นอกจากการรีดภาษีประชาชนและการกู้เงินรัฐบาลชุดนี้มีอะไรบ้างที่จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำของประเทศได้บ้าง เป็นต้น 
    คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กล่าวถึงความกังวลจะมีการใช้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมาสกัดไม่ให้พรรคฝ่ายค้านได้อภิปรายทั่วไปฯ ว่า ไม่ห่วงในเรื่องนี้ เพราะเป็นบทบาทและอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร ไม่ควรสร้างอะไรที่เป็นการผิดวัตถุประสงค์ เพราะเราต้องการใช้เวทีสภา ในการแก้ไขปัญหา เมื่อทำผิดแล้วแต่ไม่แก้ไขเอง แล้วจะปล่อยให้ผิดแบบนี้ต่อไป เราจึงจำเป็นต้องใช้เวทีสภาในการแก้ไข ยืนยันว่าเราจะไม่พูดอะไรที่ไปกระทบหรือให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันฯ เพราะหน้าที่ของเราคือปกป้อง พิทักษ์ไว้ และเทิดทูนซึ่งสถาบันฯ
     นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาวิปรัฐบาล กล่าวถึงการรับมือฝ่ายค้านในการเปิดอภิปรายตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ในวันที่ 18 ก.ย.นี้ว่า นายกฯ ได้กำชับในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ ครม.ทุกคนไปร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียงในวันที่ 18 ก.ย.นี้ เพราะถือเป็นการอภิปราย ครม.ทั้งคณะ ใน 2 ประเด็น 1.การถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ 2.การแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา โดยไม่แจ้งที่มาในการใช้จ่ายงบประมาณ นายกฯ จึงได้แจ้งไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงบประมาณ ฯลฯ ให้จัดเตรียมข้อมูลเพื่อรองรับการตอบการอภิปรายของฝ่ายค้านไว้ด้วย
นายกฯ ไปสภาแน่
    "ยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเดินทางไปร่วมประชุมในวันดังกล่าว แต่ยังไม่ทราบว่าจะตอบคำถามด้วยตัวเองหรือมอบหมายให้ผู้ที่เกี่ยวข้องตอบแทน ซึ่งคาดว่าจะมีการหารือเรื่องดังกล่าวในการประชุม ครม.วันที่ 17 ก.ย.นี้ เชื่อว่าการตอบคำถามจากฝ่ายค้านนั้นจะไม่มีปัญหาใดๆ เพราะเป็นสิ่งที่รัฐบาลสามารถชี้แจงได้อยู่แล้ว จึงไม่มีอะไรน่ากังวล เพราะเป็นการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ และประเด็นในการอภิปรายนั้น ก็อยู่ในกรอบจำกัด ไม่หลากหลายมากนัก เมื่อรัฐบาลชี้แจงได้ ทุกอย่างก็น่าจะจบ" นายเทวัญกล่าว
    นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า อยากให้ฝ่ายค้านเพลาๆ การเล่นเกมการเมืองตอบโต้ไปมาหรือการโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ลงบ้าง เพราะไม่เกิดประโยชน์อะไรกับประชาชน ฝ่ายค้านน่าจะเอาเวลาหลังจากทำงานในสภาลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจะดีกว่า อยากให้เข้าใจการทำงานของรัฐบาลด้วย ว่าช่วงนี้ประเทศกำลังประสบปัญหาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากสงครามการค้าโลกหรือปัญหาน้ำท่วม จึงไม่ใช่เวลาที่จะมาทะเลาะกัน อยากให้ทุกฝ่ายร่วมแรงร่วมใจกันช่วยชาวบ้านดีกว่า จะเห็นได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่ทำงานช่วยเหลือประชาชนทุกพื้นที่อย่างเดียว พยายามที่จะหลีกเลี่ยงการตอบโต้ทางการเมือง แต่พรรคร่วมฝ่านค้านก็ไม่หยุดพยายามสร้างเรื่องโจมตี พล.อ.ประยุทธ์รายวัน
    นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ เปิดเผยว่า การที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องของตน ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ว่าด้วยเรื่องการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กรณีการถวายสัตย์ปฏิญาณของ พล.อ.ประยุทธ์ แต่รับเรื่องการกระทำของพรรคอนาคตใหม่ จึงมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นการเลือกปฏิบัติแบบสองมาตรฐานหรือไม่ จึงต้องร้องขอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 234 (1) ว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าหรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่  โดยจะไปยื่นหนังสือด้วยตนเองที่สำนักงาน ป.ป.ช. สนามบินน้ำ ในวันที่ 16 ก.ย.นี้ เวลา 10.10 น.