งานแรก'กมธ.' เร่งผลาญภาษี 'หมอระวี'เมิน


เพิ่มเพื่อน    

    ประเดิมงานแรก กมธ.ละเลงภาษีชาวบ้านกันสนุก ไล่แจกหัวละแสน เชิญใช้เงินให้หมดก่อนสิ้นเดือน หลังงบเหลือจ่าย 87.5 ล้าน ไม่คิดส่งคืนคลังกลัวปีหน้าถูกตัดงบ ด้านหมอระวีทำตัวอย่างให้ดู ประกาศคืนเงิน ชี้เหลือเวลาแค่ 17 วันทำโครงการมีประโยชน์ไม่ทัน ตอกหน้าใช้เงินแผ่นดินต้องมีประสิทธิภาพ 
    ภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้แต่งตั้งคณะกรรมาธิการทั้ง 35 คณะ โดยมีการแบ่งโควตา ประธานกรรมาธิการพรรครัฐบาล 18 คณะ และพรรคฝ่ายค้าน 17 คณะไปเรียบร้อยแล้ว กรรมาธิการแต่ละคณะได้มีการประชุมกัน โดยเรื่องแรกที่จะดำเนินการคือการใช้จ่ายงบประมาณค้างท่อ ในปีงบประมาณ 2562 ที่คณะกรรมาธิการทุกชุดต้องใช้ให้หมดภายในวันที่ 30 กันยายนนี้ โดยสัดส่วนงบประมาณที่เหลืออยู่ของคณะกรรมาธิการ รวม 87.5 ล้านบาท แบ่งเป็นคณะ 2.5 ล้านบาท 
    รายงานข่าวแจ้งว่า กรรมาธิการแต่ละคณะเตรียมแจกจ่ายเงินให้ ส.ส.ที่เป็นกรรมาธิการคนละ 1 แสนบาท ให้นำงบไปใช้ให้เสร็จก่อนสิ้นเดือนกันยายน เพื่อใช้งบประมาณที่เหลือให้หมด จะได้ไม่ต้องส่งเงินคืนคลัง เพราะเกรงว่าหากมีงบประมาณเหลือในปีนี้ ปีหน้าจะถูกตัดงบประมาณ จึงต้องใช้ให้หมด เป็นสิ่งที่หน่วยงานราชการทุกหน่วยดำเนินการกันมาตลอด ทำให้ช่วงใกล้สิ้นปีงบประมาณ จะมีการจัดสัมมนากันบ่อยครั้ง เพื่อใช้งบประมาณให้หมด โดยไม่คำนึงถึงประโยชน์และความคุ้มค่าที่จะได้รับจากการใช้งบประมาณ
    ด้าน นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง โดยกรรมาธิการเพิ่งได้รับแจ้งให้ทราบ ในวันที่ 13 กันยายน 62 ระยะเวลาเพียง 17 วันเท่านั้น ในการเร่งทำโครงการให้ทันกับที่ได้รับการจัดสรรให้
    "ผมพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่สามารถทำโครงการที่คุ้มค่ากับภาษีประชาชนได้ทัน จึงเลือกที่จะคืนเงิน 100,000 บาทส่งคลังต่อไป ส่วนโครงการอื่นใดของ กมธ.ที่สามารถทำได้คุ้มค่าภาษีประชาชน ผมก็ยินดีที่จะสนับสนุนและเข้าร่วม ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาของประเทศตอนนี้ต้องเริ่มจากการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ และมีการวางแผนที่ดีมาตั้งแต่ช่วงต้นปีงบประมาณ โดยหากมีงบประมาณส่วนไหนที่เห็นแล้วว่าจะเป็นงบเหลือจ่าย ก็ควรรีบทำแผนเปลี่ยนแปลงรายการเพื่อนำงบประมาณไปใช้ทำกิจกรรมอื่นๆ ที่จำเป็นภายในปีงบประมาณนั้น ให้เกิดเป็นผลผลิตเพิ่มขึ้น" นพ.ระวีระบุ 
    นพ.ระวีกล่าวต่อว่า เรื่องนี้จึงถือว่าเป็นปัญหาเชิงระบบด้วยที่ต้องเร่งแก้ไขเพื่อให้เกิดความสมดุล เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้เงินแผ่นดิน ในส่วนของกรรมาธิการท่านอื่น ก็ถือเป็นเรื่องของสิทธิส่วนบุคคลว่าจะใช้หรือไม่ใช้ แต่สำหรับพลังธรรมใหม่ เราขอเลือกที่จะไม่ใช้ภาษีของประชาชนโดยไม่คุ้มค่า 
    ขณะเดียวกัน มีความเคลื่อนไหวของกระบวนการสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กสม.ชุดใหม่ 7 คน ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่าดำเนินไปอย่างล่าช้าผิดปกติ โดยใช้เวลามานานกว่า 1 ปีเศษก็ยังไม่ได้ กสม.ทั้ง 7 คนมาปฏิบัติงาน ประกอบกับ กสม.ชุดปัจจุบันเหลือแค่ 3 คน ก็ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ เนื่องจากไม่ครบองค์ประชุม อย่างไรก็ตาม หากภายในสิ้นปี 2562  ยังไม่เกิด กสม.ชุดใหม่ 7 คนมาปฏิบัติหน้าที่ จะเกิดผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อการบริหารงานในหน่วยงาน เพราะจะขาดเงินงบประมาณที่จะนำมาใช้จ่ายเป็นเงินเดือนพนักงานและอื่นๆ 
    ทั้งนี้ มีรายงานว่าในส่วนของงบประมาณของ กสม.ปี 2563 แม้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณของรัฐบาลจะล่าช้า โดยขณะนี้รัฐบาลยังไม่เสนอเข้าสู่สภาผู้แทนฯ แต่กรรมการสิทธิฯ ก็ได้เสนอวงเงินงบประมาณไปตามขั้นตอนก่อนหน้านี้เรียบร้อยแล้ว แต่งบประมาณปี 2564 กำหนดให้หน่วยงานต่างๆ เสนอวงเงินไปยังสำนักงบประมาณในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2563 กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกรรมการสิทธิฯ กำหนดให้กรรมการสิทธิฯ เท่านั้นเป็นผู้เสนอ เจ้าหน้าที่ของสำนักงาน กสม.ไม่มีอำนาจเสนอ กสม. เป็นองค์กรอิสระองค์กรเดียว ที่มีปัญหาเรื่องนี้ ทำให้สำนักงบประมาณและคณะรัฐมนตรีไม่สามารถจัดสรรเงินงบประมาณให้กับ กสม.ไปบรรจุไว้ในร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 เสนอเข้าสู่การประชุมพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรเพื่อจะมาใช้จ่ายตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2563-30 กันยายน 2564 
    "ถ้าปลายปีนี้ยังไม่มี กสม.ชุดใหม่ งบประมาณปี 2564 ของ กสม.จะถูกชัตดาวน์ทันที การเงินจะชนักทั้งระบบ ไม่ต่างไปจากเจ้าชายนิทราที่เป็นคนไข้ อาการโคม่านอนบนเตียงเหมือนผัก ไม่รับรู้เรื่องราวใดๆ ทั้งสิ้น" รายงานข่าวระบุ 
    รายงานข่าวยังระบุด้วยว่า แนวทางการแก้ไขปัญหาจะต้องเร่งการสรรหา ทั้งในขั้นตอนของคณะกรรมการสรรหา ที่มีประธานศาลฎีกาเป็นประธาน ขณะนี้กำลังรอนัดประชุม เพื่อรับฟังการแสดงวิสัยทัศน์ของผู้สมัคร แล้วคัดไว้ 1 คน เพื่อไปสมทบกับอีก 4 คนที่ผ่านกรรมการสรรหาไปแล้ว รวมเป็น 5 คน ส่งให้วุฒิสภา ตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติและความประพฤติ จากนั้นเสนอให้ที่ประชุมวุฒิสภาลงมติให้ความเห็นชอบเป็นรายคน เมื่อผ่านความเห็นชอบทั้ง 5 คนแล้ว ประธานวุฒิสภาจะนำรายชื่อ 5 คนนี้ และอีก 2 คนที่ผ่านความเห็นชอบของสภานิติบัญญัติแห่งชาติเมื่อปลายปีที่แล้ว รวมเป็น 7 คน ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยแต่งตั้งเป็นกรรมการสิทธิฯ ต่อไป.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"