ประหยัดพลังงาน พูดได้แต่ต้องปฏิบัติ


   

 

อากาศในช่วงนี้ร้อนแรงอย่างมาก ไม่แพ้กระแสละครแนวพีเรียดย้อนยุคของค่าวิกน้อยสี ที่สร้างเรตติ้งพุ่งกระฉูด และช่วงระยะเวลาที่ฉายนั้นเป็นเวลาที่ออกอากาศอยู่ในช่วงไพรม์ไทม์ หรือเป็นเวลาที่มีผู้ชมรายการทางโทรทัศน์มากที่สุด เมื่อมีคนดูเยอะการใช้ไฟฟ้าก็เพิ่มขึ้น ซึ่งประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว ยิ่งทำให้การใช้เครื่องปรับอากาศเพิ่มขึ้นไปด้วย 
ถือว่าตั้งแต่ต้นๆ เดือน มี.ค.ที่ผ่านมานั้นได้ก้าวสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ ทำให้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาอุณหภูมิตอนบนของประเทศไทยได้สูงขึ้นเกือบทั่วไป และมีอากาศร้อนในตอนกลางวันอย่างต่อเนื่อง จนมาล่าสุดอากาศร้อนกระจายไปทั่วทั้งประเทศ แม้ว่าจะมีพายุฤดูร้อนในบางพื้นที่ก็ตาม แต่ก็ยังไม่คลายความร้อนลง ทำให้การใช้เครื่องปรับอากาศเพื่อคลายความร้อนเพิ่มขึ้นเช่นกัน ยิ่งร้อยก็ยิ่งใช้ 
และโดยปกติในช่วงฤดูร้อนนี้ของทุกปี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน โดยเฉพาะ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ที่กำกับดูแลในด้านการใช้ไฟฟ้า ก็จะออกมารณรงค์ขอความร่วมมือลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงหน้าร้อนกันทุกๆ ปี อย่างในปีนี้ก็เริ่มกันตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงพฤษภาคม 2561 ด้วยมาตรการ 4 ป. คือ ปิดไฟ ดวงที่ไม่จำเป็น, ปรับแอร์ 25 องศา เพิ่ม 1 องศาเซลเซียล ประหยัดเพิ่ม 10% และปรับจาก Cool Mode เป็น Fan Mode, ปลดปลั๊ก เมื่อเลิกใช้ เปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง เบอร์ 5 และ เปลี่ยนเวลา การใช้ไฟฟ้า 2 ช่วง คือ หลีกเลี่ยงช่วงเวลา 13.00-15.00 น. และ 19.00-21.00 น.
อย่างไรก็ตาม เมื่อยิ่งร้อยก็ยิ่งใช้ ค่าไฟก็ยิ่งจ่ายแพงขึ้นตามไป ดังนั้น มาตรการ 4 ป.ของ สนพ.ถือว่าเป็นการรณรงค์ให้ผู้ใช้ไฟฟ้าสำรวจดูตัวเองว่ามีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงต่อการใช้พลังงานที่ก่อให้เกิดการเพิ่มขึ้นของค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือนหรือไม่ 
เพราะต้องยอมรับว่าวิถีชีวิตของคนในปัจจุบัน ช่วงไพรม์ไทม์นั้น เราไม่ได้จ้องแต่เพียงหน้าจอโทรทัศน์เพียงอย่างเดียว อาจมีการเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อทำงาน หรือเล่นเกมออนไลน์พ่วงไปด้วย หรือแม้กระทั่งการเสียบสายชาร์จโทรศัพท์มือถือ หลังจากที่ตรากตรําใช้งานมาตลอดทั้งวันจนแบตเตอรี่ที่โชว์เป็นตัวแดง เพื่อไม่ให้พลาดการเมาธ์กับเพื่อนๆ ผ่านสังคมออนไลน์ ในขณะที่ละครกำลังออกอากาศ
ซึ่งสิ่งเหล่านี้หลายๆ คนอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ  ที่ใครๆ ก็ทำกันทั้งนั้น แต่อย่าลืมว่าหากคนไทยทั้งประเทศเกือบ 70 ล้านคน ทำพฤติกรรมดังกล่าวพร้อมๆ กัน การใช้พลังงานโดยเฉพาะไฟฟ้าจะสูงขนาดไหน จริงอยู่ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกระทรวงพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จะออกมายืนยันว่า ทุกพื้นที่ของประเทศไทยที่ไฟฟ้าเข้าถึง ไฟติดสว่างไสวแน่นอน  
แต่ลองมาคิดเล่นๆ กันว่า สักวันไฟฟ้าที่เราใช้อยู่ทุกวันอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อนอาจเปิดไม่ติดขึ้นมาก็ได้ เราจะทำอย่างไร  เพราะที่ต้องยอมรับกันว่าในปัจจุบันนี้แหล่งผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยยังคงมีอยู่เท่าเดิม สวนทางกับประมาณการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปี เนื่องจากไม่ว่าจะไปสร้างโรงไฟฟ้าที่ไหนก็มักจะถูกคัดค้านจากชุมชน ดูได้จากโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ และเทพาที่เตรียมไว้เพื่อเลี้ยงภาคใต้ ที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามการเติบโตของภาคการท่องเที่ยว จนล่าสุดใกล้จะเต็มกำลังการผลิตที่มีอยู่ ซึ่งถือว่าเป็นความเสี่ยงอย่างมาก
แต่กลับถูกคัดค้านจากกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง และที่สำคัญกระทรวงพลังงานในฐานะที่กำกับดูแลในเรื่องพลังงานของประเทศ กลับออกมามาระบุอย่างชัดเจนว่า ปัญหาความมั่นคงของไฟฟ้าภาคใต้ในปัจจุบันไม่มี  
ถูกต้องคะ ปัจจุบันภาคใต้ไม่มีปัญหาความมั่นคงทางด้านไฟฟ้า แต่อนาคตไม่มีอะไรแน่นอน แต่ที่ชัดเจนคือ โรงไฟฟ้าไม่ได้สร้างแค่วันเดียวเสร็จแน่นอน ดังนั้น ในเรื่องของปัญหาไฟฟ้าภาคใต้คนที่เกี่ยวข้อง และสั่งให้ชะลอก็ต้องรับผิดชอบไป
แต่สำหรับเราๆ ท่านๆ ผู้ใช้ไฟฟ้า ก็ต้องเฝ้าดูการบริหารจัดการพลังงานของประเทศ แต่ที่สำคัญอย่าปล่อยให้เรื่องเล็กๆ ต้องสูญเปล่า เราสามารถที่จะช่วยลดการใช้พลังงานในสถานการณ์ปัจจุบันที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ได้ 
และต้องหันกลับไปตั้งคำถามเล่นๆ ในใจว่า เราจะประหยัดพลังงานได้อย่างไร เชื่อว่า... ทุกคนตอบได้ และเชื่อว่าตอบได้ไม่น้อยกว่า 1 ข้อแน่นอน... ประเด็นคือตอบได้แล้วจะทำไปปฏิบัติหรือไม่?.
 

บุญช่วย ค้ายาดี


พูดถึงเรื่อง "ดูด"........เจ้าของตำนานแห่งการดูด ส.ส.เข้าพรรค จนได้เป็นรัฐบาล-เป็นนายกฯ ในทันทีที่ตั้งพรรคจะใครที่ไหนล่ะ ถ้าไม่ใช่

แอมเนสตี้ที่ 'สังคมไม่ต้องการ'
อีกก้าวของ 'นายกฯ เผด็จการ'
คสช.คือกบฏแผ่นดิน?
ยุทธศาสตร์ชาติกับทิศทางโจร
วาทกรรม"ขายชาติ"สกัดสร้างชาติ
'ประยุทธ์วันนั้น-กับลุงตู่วันนี้'