“ดอกไม้จากใจไว้อาลัยป๋า” 


   

         เป็นเวลา 3 เดือนกว่าแล้วที่ “ป๋าเปรม” หรือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยคนที่ 16 และอดีตประธานองคมนตรี ได้จากไปอย่างสงบด้วยวัย 99 ปี เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ที่ผ่านมา สร้างความโศกเศร้าอาลัยต่อคนไทยเป็นอย่างมาก เพราะป๋าเปรมได้สร้างคุณงามความดีเอาไว้แก่บ้านเมืองหลากหลายประการ หนึ่งในนั้นคือการเสริมความแข็งแกร่งให้กับวงการศิลปะ จากการก่อตั้ง “กองทุนส่งเสริมการศึกษาการสร้างสรรค์ศิลปะ มูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์” เป็นกองทุนที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการศึกษาด้านศิลปะ มีการมอบทุนการศึกษาให้กับนิสิตนักศึกษาที่กำลังศึกษาช่วงชั้นปีสุดท้าย ได้มีทุนสำหรับการจัดทำศิลปนิพนธ์

    และเพื่อเป็นการรำลึกถึงป๋าเปรม กองทุนส่งเสริมการศึกษาการสร้างสรรค์ศิลปะ มูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ จึงได้จัดนิทรรศการ “ดอกไม้จากใจ ไว้อาลัยป๋า” ขึ้น ซึ่งเป็นการรวบรวมผลงานศิลปะกว่า 200 ผลงานมาจัดแสดงที่หอศิลป์ ถนนเจ้าฟ้า โดยที่ส่วนหนึ่งเป็นผลงานมาจากการจัดประกวดงานศิลปกรรม ดอกไม้จากใจ ไว้อาลัยป๋า และอีกส่วนหนึ่งเป็นผลงานสะสมในกิจรรม Art Camp ของอดีตนิสิต นักศึกษาทุน “ป๋า” และผลงานของศิลปินอาวุโสที่ร่วมกิจกรรมนี้ด้วย

    พิธีเปืดนิทรรศการฯเมื่อวันที่ 10ก.ย.ที่ผ่านมา พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นประธานในพิธี พร้อมกับกล่าวว่า การที่ท่านได้มอบทุนให้แก่นักศึกษา เป็นการแสดงน้ำใจที่ดีงามต่อกัน ที่ทุกคนควรถือเป็นแบบอย่าง  พลเอกเปรมได้ส่งเสริมการศึกษาด้านศิลปะมาอย่างต่อเนื่องยาวนานตลอด 20 ปี ซึ่งได้เกิดคุณประโยชน์ที่สามารถจับต้องได้แก่ลูกหลานทั้งที่อยู่ในวงการศิลปะ หรือสาธารณะชนที่สนใจต่อศิลปะ แนวทางการสนับสนุนศิลปะของท่านก็เป็นปณิธานที่ยิ่งใหญ่ น่ายกย่อง ที่พวกเราควรยึดถือสืบสานต่อให้เป็นประโยชน์ แก่วงการศิลปะรุ่นต่อๆ ไป ดังที่ป๋าได้ทำเป็นตัวอย่างแก่พวกเราอย่างเห็นชัดตลอดมา ตามแนวความคิดของท่านที่อยากให้ลูกหลานทุกคน เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน

พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ชมนิทรรศการ


    ด้านอาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ และประธานกองทุนส่งเสริมการศึกษาการสร้างสรรค์ศิลปะ มูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เผยว่า การสร้างสรรค์ผลงานเพื่อเข้าประกวดในครั้งนี้ศิลปินแต่ละท่านมีเวลาที่ค่อนข้างสั้น เราเริ่มกันเมื่อเดือนกรกฎาคม สิ้นสุดต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา นับเป็นเวลาราว 1 เดือน มีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประมาณ 100 ผลงาน และมีการตัดสินทันทีภายหลังรับผลงานเพื่อให้ทันจัดนิทรรศการในครั้งนี้


    สำหรับผลงานที่ส่งเข้าร่วมประกวดในครั้งนี้ รางวัลชนะเลิศ เป็นผลงาน “สัญญะแห่งความดีงามนามป๋าเปรม ผู้ย้ำให้รู้และสำนึกว่าเกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน” ซึ่งเป็นผลงานของ ผศ.ชัยณรงค์ วิรุฬพัฒน์ อดีตนักศึกษาคณะจิตกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ที่ได้รับทุนส่งเสริมการศึกษาการสร้างสรรค์ศิลปะ มูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เมื่อปี 2545 และปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาออกแบบกราฟิกและอินโฟร์


    ผศ.ชัยณรงค์ กล่าวว่า ตอนที่ได้ทุนกับป๋าน่าจะประมาณปี 2545 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายที่กำลังทำศิลปนิพนธ์อยู่ เหตุที่ได้รับทุนเนื่องจากคุณสมบัติเข้าเกณฑ์การตัดสิน ซึ่งส่วนหนึ่งใช้เกรดเฉลี่ย ซึ่งเป็นเรื่องน่าดีใจมากในตอนนั้น ทำให้เรารู้สึกอยากจะขอบคุณท่านที่ทำให้เราทำศิลปนิพนธ์จนสามารถสำเร็จการศึกษาได้ ครั้งหนึ่งเคยมีความคิดว่าจะสร้างผลงานสักชิ้นไปให้ท่าน แต่ก็สายไปเสียแล้วเมื่อครั้งนี้มีโอกาสที่ทางกองทุนจัดประกวดขึ้น เลยได้สร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งมีชื่อผลงานว่า “สัญญะแห่งความดีงามนามป๋าเปรม ผู้ย้ำให้รู้และสำนึกว่าเกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน” ก็สื่อความหมายตรงอยู่แล้วว่าป๋าเปรมคือผู้ที่เปรียบเสมือนบุคคลต้นแบบของความดีงาม และท่านก็มักจะย้ำให้คนไทยได้สำนึกตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ประโยคเหล่านี้จึงทำให้สร้างผลงานด้วยเทคนิคจิตกรรมเป็นรูปใบหน้าท่านที่กำลังยิ้มอยู่ เราต้องการสื่อสารความดี ความงามของท่านออกมาผ่านดวงตาและรอยยิ้มที่มีความจริงใจซ่อนอยู่ เป็นภาพที่มีโทนอ่อนหวานนุ่มนวล มองแล้วรู้สึกอบอุ่น ภาพนี้ใช้เวลาสร้าง 1 เดือนเต็ม โดยวาดทุกวันลงรายละเอียดวันละ 2-3 ชั่วโมง ตั้งใจอย่างสุดฝีมือ เป็นการแสดงความเคารพนับถือต่อท่าน
    “ผมอยากจะขอบคุณที่ป๋ามีกองทุนแบบนี้ สนับสนุนคนที่ทำงานศิลปะ ผมว่าเป็นแนวทางที่ดีที่ผู้ใหญ่หันมาสนับสนุนงานศิลปะ เพราะศิลปะมันทำให้โลกได้เห็นความคิดของคนไทยได้เร็ว ไม่ว่าจะเป็นสาขาด้านไหนก็ตามที่เกี่ยวข้องกับศิลปะ ผมว่ามันเผยแพร่ได้เร็ว” ผศ.ชัยณรงค์ กล่าว

รางวัลที่2เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน


    ส่วนรางวัลชนะเลิศอันดับ 2 มี 3 รางวัล ประกอบด้วยผลงาน “เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน” ของนางสาวภัณฑิรา ไชยแก้ว เป็นผลงานสร้างด้วยเทคนิคสื่อผสม แกะ ฉลุกระดาษ และสีอะคริลิค


    นางสาวภัณฑิรา กล่าวว่า ผลงานชิ้นนี้ ต้องการสื่อถึงประโยคที่ท่านเคยกล่าวไว้ว่า เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ซึ่งเป็นคำที่คอยย้ำเตือนจิตใจของตนมาเสมอว่าไม่ว่าจะทำอะไรต่างๆ ก็ตามต้องรู้จักบุญคุณ ท่านมีบุญคุณต่อเรามาก ได้รับทุนจากท่านเมื่อปี 2559 ซึ่งกำลังจะเรียนจบปริญาตรีที่มหาวิทยาลัยศิลปากร คณะจิตกรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ โอกาสที่ได้รับทุนจากท่านมีความหมายมากที่ช่วยให้เราทำศิลปนิพนธ์จนจบ เรียกว่าเราจบได้เพราะทุนนี้


    "สิ่งที่เราจะตอบแทนป๋าได้ตอนนี้คือการตั้งใจศึกษาเล่าเรียน เพราะตอนนี้กำลังศึกษาระดับปริญญาโทที่คณะเดิม และครั้งนี้ได้สร้างสรรค์ผลงานสื่อผสม มาร่วมแสดงความเคารพต่อป๋า เป็นงาน สื่อผสมที่ใช้เทคนิคฉลุกระดาษ ในภาพจะสื่อว่าท่านกำลังอยู่บนสรวงสวรรค์ด้วยรัศมีสีทอง แล้วก็ผีเสื้อบินใกล้ๆ สื่อถึงโลกอีกโลกหนึ่ง อริยบถของป๋าในผลงานนี้ได้มาจากภาพๆ หนึ่งเมื่อป๋ากำลังไปดูงานในที่แห่งหนึ่งอย่างตั้งใจ เราเห็นแล้วชอบเลยเก็บภาพนั้นลงมาในผลงานเรา และยังใช้สีโทนสงบ เพราะคิดว่าท่านไปอย่างสงบ เป็นเทวดาบนสรวงสวรรค์" นางสาวภัณฑิรา กล่าว

ผลงาน "ดอกไม้จากใจอาลัยป๋า" ของนางสาวสิริรัตน์ฎา น้อยวิชัย


    และรางวัลที่ 2 อีกสองรางวัลเป็นผลงาน "ดอกไม้จากใจอาลัยป๋า" ของนางสาวสิริรัตน์ฎา น้อยวิชัย ที่สร้างสรรค์ด้วยเทคนิคสีน้ำมันอย่างสวยงาม ซึ่งเจ้าของภาพต้องการสื่อว่าดอกไม้คือสัญลักษณ์แทนความดีงาม โดยมีดอกกล้วยไม้ ซึ่งหมายถึงการระลึกถึง ดอกเบญจมาศ หมายถึงการแสดงความอาลัย และดอกไฮเดนเยียหมายถึงการขอบคุณศิลปิน

รางวัลที่ 2 ดอกไม้แห่งความภักดี

 และอีกผลงานชื่อ "ดอกไม้แห่งความภักดี" ของนายจิตติพันธ์พัชร ธรรมพัฒนากุล เป็นผลงานที่สร้างขึ้นด้วยเทคนิคสีน้ำมัน บนผ้าลินิน สร้างด้วยแนวคิดที่ว่า ดอกเบญจมาศสีขาวเป็นดอกไม้ที่สูงศักดิ์ทรงเกียรติ แสดงความซื่อสัตย์ภักดีต่อท่าน ที่มีบุญคุณกับลูกหลานชาวศิลปะ และเป็นอีกแสงหนึ่งที่ส่องประกาย นำพาศิลปะของชาติไทยให้พัฒนาก้าวหน้าไม่เป็นรองชาติใด และสำหรับรางวัลที่ 3 มีมากถึง 10 รางวัล
    โดยผลงานบางชิ้นในนิทรรศการครั้งนี้จะมีการนำขึ้นประมูลเพื่อหาทุนมอบให้กับนิสิต นักศึกษาต่อไปในวันที่ 27 พ.ย. ที่โรงแรมพูลแมน รางน้ำ กรุงเทพ และนิทรรศการจะจัดแสดงไปจนถึงวันที่ 29 ก.ย.นี้ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป์ ถนนเจ้าฟ้า

 

 

 

 


ดูไว้.....ไม่เสียหลาย การชุมนุมอันยืดเยื้อของ อาตี๋ อาหมวย ฮ่องกง จากค้านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน มาเป็นให้คนฮ่องกงเลือกผู้นำของตนเอง เพราะคนฮ่องกงไม่ใช่คนจีน 

ธนาธร:ไก่อ่อนเผยอเป็นอินทรี
ความพิเศษของ "บิ๊กแดง"
อย่าลืม...เรามีนัดกัน "๒๑ ตุลา."
อนุทิน 'อย่าห้าวริมปากเหว'
เมื่อ 'อนาคตใหม่' ผิดแผน
อย่าให้เป็น 'วิกฤติตุลาการ'