บิ๊กตู่ชิงเย้ยฝ่ายค้าน ‘ซักฟอก’ไม่มีอะไรตื่นเต้น/จับตา‘ตีรวน-วอล์กเอาต์’ป่วนสภา


   

 ดีเดย์อภิปรายปม “ถวายสัตย์ฯ-งบประมาณ” ประยุทธ์ชิวๆ ไม่ตื่นเต้น จะนั่งในสภาให้นานที่สุด ครม.พร้อมใจไปร่วมเวที เชื่อมีสีสันครบทุกรสแน่ ฝ่ายค้านคึกคัก ประกาศมี 15 ขุนพลรอชำแหละ โดยเฉพาะระดับหัวหน้าพรรค อึ้ง! เตรียมวอล์กเอาต์หากเจอซีกรัฐบาลป่วนประชุม

วันพุธที่ 18 กันยายน นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้นัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 1 ครั้งที่ 24 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เป็นพิเศษ ในเวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมใหญ่วุฒิสภา อาคารรัฐสภา (เกียกกาย) ชั้น 2 เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงและเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 152 ซึ่งนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านกับคณะ 205 คน เป็นผู้เสนอ
โดยนายชวนยอมรับว่า เป็นการประชุมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ซึ่งไม่เคยทำมาก่อน แต่เชื่อว่าคงไม่มีอะไรมาก เพราะกฎหมายระบุชัดเจนทั้งเรื่องการซักถามและการแนะนำ ส่วนประเด็นการแสดงที่มาของรายได้รัฐบาล ก็เป็นการอภิปรายตามปกติ ซึ่งไม่มีความกังวลใดๆ เนื่องจากการประชุมมีข้อบังคับกำหนดไว้ ทุกคนมีหน้าที่ปฏิบัติตามข้อบังคับและกฎหมาย
     ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยืนยันในเรื่องนี้ว่า มีความพร้อมเสมอมา เมื่อไหร่ที่สามารถดำเนินการได้ ก็จะไปตอบ และไปรับฟังความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์จากทุกคน จึงไม่มีอะไรตื่นเต้นสักอย่าง เพราะมันเลยเวลา เกินขั้นตอนที่จะตื่นเต้นแล้ว
เมื่อซักว่า ในวันที่ 18 ก.ย. มีงานทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็น แต่ระหว่างนั้นจะอยู่ที่สภาทั้งวันเลยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า คิดว่าจะอยู่ให้ได้มากที่สุด แต่ก็ต้องทำงานด้วย สำหรับการอภิปรายนั้น ไม่ได้ขัดข้องหรือขัดแย้งกับใคร เพราะไม่ว่านายกฯ จะอยู่หรือไม่อยู่ ก็สามารถอภิปรายกันได้อยู่แล้ว แต่คิดว่าอยากอยู่ให้ได้มากที่สุด ส่วนข้อมูลที่จะชี้แจงนั้นมีอยู่แล้ว มีฝ่ายกฎหมายเตรียมข้อมูลทั้งหมดให้ ไม่ได้เตรียมข้อมูลด้วยตัวเอง จึงต้องฟังข้อมูลจากฝ่ายกฎหมายและคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญว่าความมุ่งหมายและวัตถุประสงค์แต่ละอย่างนั้นเป็นอย่างไร และคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญก็มีผลในส่วนนี้ด้วย ขอให้ฟังกันบ้างก็แล้วกัน
ถามถึงการให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่บอกว่าจะเอานายกฯ แบบเดิมหรือแบบใหม่นั้น หมายถึงอะไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เป็นเรื่องการทำงานแต่ก่อนนี้กับปัจจุบัน ซึ่งวันนี้อารมณ์ดี
ทั้งนี้ ระหว่างการแถลงข่าว พล.อ.ประยุทธ์พยายามมีสมาธิในการตอบคำถามสื่อมวลชน โดยระมัดระวังคำพูด ใช้น้ำเสียงราบเรียบ ไม่ตอบโต้และมีอารมณ์ฉุนเฉียวเหมือนวันที่ 16 ก.ย.
    ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการรับมือการอภิปรายในวันที่ 18 ก.ย.ว่า ได้กำชับ ส.ส.ในพรรคไปแล้ว และเขามีคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) จึงไม่จำเป็นต้องไปกำชับอะไรเพิ่มเติม โดยในวันที่ 18 ก.ย. จะเดินทางไปสภาเพื่อร่วมรับฟังการอภิปรายด้วยตนเอง
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวเช่นกันว่า ไม่มีความกังวลแต่อย่างใด เพียงแต่เป็นระเบียบวาระที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญที่ต้องถาม-ตอบกันไปตามปกติ เชื่อว่าในวันที่ 18 ก.ย. ทุกอย่างจะทำให้มีความชัดเจนในหลายๆ เรื่อง ครบทุกรส
ส่วนนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรฯ กล่าวว่า จะเดินทางไปร่วมประชุมในฐานะ ครม. ซึ่งเราทุกคนจะเป็นกำลังใจให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ แต่มั่นใจว่าจะผ่านไปได้ด้วยดี ถือเป็นมรสุมลูกหนึ่งที่พวกเราต้องฝ่าฟันไปด้วยกัน ซึ่งแน่นอนว่าคงมีสีสันเกิดขึ้นในสภาบ้าง
ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลว่าจะมีแผลบาดเจ็บถึงขั้นทำให้ต้องปรับ ครม.ในส่วนของรัฐมนตรีที่มีบาดแผลหรือไม่ นายวราวุธตอบว่า ขุนศึกจะเข้มแข็งได้ต้องมีบาดแผลจากสงคราม ถ้าไม่มีบาดแผลก็ไม่ได้เรียกว่าขุนศึก
นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวภายหลังประชุม ครม.ว่า ในที่ประชุมนายเทวัญ ลิปตภัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ได้รายงานในที่ประชุมถึงรายละเอียดการอภิปรายโดยไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 เรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน และที่มาของงบประมาณ ในวันที่ 18 ก.ย. ที่รัฐสภา ว่าจะเริ่มตั้งแต่กี่โมงถึงกี่โมง แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดเชิงลึก คาดว่ารัฐมนตรีแต่ละคนจะมีการเตรียมข้อมูลไว้อยู่แล้ว โดยมีรัฐมนตรีท่านหนึ่งกล่าวในที่ประชุมว่า มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับทุกท่าน ขอให้ทุกคนไปร่วมด้วย ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตรเพียงรับฟังและไม่ได้กล่าวอะไรเพิ่มเติม ซึ่งเรื่องนี้ในที่ประชุมใช้เวลาพูดคุยไม่นานนัก
สำหรับความเคลื่อนไหวของพรรคฝ่ายค้านนั้น ที่ทำการพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้มีการประชุมตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน 7 พรรคการเมือง เพื่อเตรียมอภิปราย โดย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค พท. กล่าวภายหลังการประชุมว่า การอภิปรายของพรรคร่วมฝ่ายค้านในวันที่ 18 ก.ย. หวังว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเดินทางมาชี้แจงด้วยตัวเอง เพื่อสร้างความกระจ่างให้สังคม ว่าข้อความที่หายไปมีนัยสำคัญอะไรหรือไม่ หากไม่มีนัยพิเศษ ท่านควรมาตอบด้วยตัวเอง นายกฯ กล้าที่จะพูดความจริง ทุกอย่างก็จะมีทางออก โดยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณไปปรับฮวงจุ้ยที่ทำเนียบรัฐบาล ควรนำงบส่วนนี้ไปช่วยประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมดีกว่า 
“หวังว่านายกฯ จะไม่ทำตัวลับลวงพราง ไม่อ้างภารกิจด่วนอื่นบังหน้า มอบหมายให้คนอื่นมาชี้แจง เพราะกำหนดการอภิปราย ฝ่ายค้านได้ชี้แจงให้ทราบล่วงหน้านานพอสมควร ซึ่งพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ประชาชนต่างฝากบอกให้เราบอกนายกฯ อย่าหนีสภา เพราะวันนี้ประชาชนอยากรู้นายกฯ ทำไมถึงถวายสัตย์ฯ ไม่ครบถ้วน มีเจตนาพิเศษ ซ่อนเร้นอะไรหรือไม่ นายกฯ ควรใช้เวทีสภาหาข้อยุติ หาทางออกร่วมกัน เพื่อให้มีบรรทัดฐานที่ชัดเจน นอกจากนี้ นายกฯ ไม่ควรใช้เวทีเปิดสัมมนาบุคลากรภาครัฐ เป็นเวทีระบายความคับข้องหมองใจ การจัดเวทีแต่ละครั้งใช้งบประมาณหลายล้านบาท แทนที่ข้าราชการจะได้รับฟังนโยบาย เพื่อนำไปใช้งาน แต่กลับต้องมาฟังนายกฯ ระบายความในใจ แก้ต่างให้ตัวเอง ซึ่งไม่มีผู้นำที่ไหนเขาทำกัน” น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว
นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรค พท. ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ผู้จะอภิปรายนายกฯ วันที่ 18 ก.ย. มีเพียง 15 คน อาทิ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์, น.อ.อนุดิษฐ์, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, น.ส.จิราพร สินธุไพร, นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ และตน  ส่วนจากพรรคอนาคตใหม่ จะมีนายปิยบุตร แสงกนกกุล, นางศิริกัญญา ตันสกุล และนายคารม พลพรกลาง, พรรคประชาชาติ มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา, พรรคเสรีรวมไทย มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส และพรรคพลังปวงชนไทย มีนายนิคม บุญวิเศษ เป็นต้น 
“การอภิปรายจะเน้นที่ความกระชับ ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่สนใจว่าการอภิปรายจะจบในเวลา 6 ทุ่มหรือไม่ หากรัฐบาลจนมุม เพราะเราเสนอเนื้อหาอย่างสมบูรณ์ ก็อาจจบก่อนเวลา แต่ถ้าไม่มีความชัดเจน นายกฯ ตอบไม่ได้ก็อาจถึงเวลา 6 ทุ่มก็เป็นได้ และขอฝากไปถึงฝ่ายรัฐบาลอย่าทำลายจังหวะพวกเรา อย่าใช้เสียงมากกว่า ขอปิดประชุมก่อนกำหนด ขออภิปรายลับ ขอนับองค์ประชุม หรือแม้แต่การที่ฝ่ายรัฐไม่มาลงชื่อเพื่อเปิดประชุม ที่จะทำให้การประชุมล่าช้าออกไป ซึ่งทำให้เวลาอภิปรายฝ่ายรัฐบาลที่น้อยอยู่แล้ว ยิ่งน้อยลง ขอฝ่ายรัฐบาลอย่าทำ” นายสุทินกล่าว
ทั้งนี้ ก่อนการประชุม นายสุทินระบุว่า คิดว่า ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลอาจยกคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมาประท้วง ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการอภิปรายของฝ่ายค้าน ซึ่งจะทำให้เสียเวลาหรืออาจหาเหตุจนต้องทำให้มีการขอเปิดประชุมลับ หรือหาเหตุมาประท้วงจนทำให้อภิปรายไม่ได้ โดยหากรัฐบาลตีรวนโดยไม่มีเหตุผล การวอล์กเอาต์จากห้องประชุมก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่พรรคฝ่ายค้านวางไว้ แต่จะเป็นแนวทางสุดท้าย เพราะฝ่ายค้านต้องการชี้แจงหาทางออกของปัญหานี้ ไม่ใช่จ้องทำลาย หากรัฐบาลชี้แจงได้ ก็จะเป็นผลดีกับรัฐบาลเอง เพราะประชาชนจับตาดู
ส่วนที่พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ได้มีการงดการประชุมประจำสัปดาห์ของ ส.ส. เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมในวันที่ 18 ก.ย.นี้ ซึ่งนายปิยบุตรจะมีการอภิปรายประมาณ 1 ชั่วโมง โดยจะขึ้นอภิปรายเป็นคนแรกของพรรคในเวลา 10.30 น. ส่วนคนอื่นในพรรคที่จะอภิปรายก็จะมีทั้ง น.ส.ศิริกัญญา, นายคารม, นายรังสิมันต์ โรม, นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ และนายณัฐวุฒิ บัวประทุม. 
 


ผม "หายไป" ด้วยท้องไส้ไม่สบายซะหลายวันแต่วันนี้ ๒๑ ตุลาไม่หายก็ต้องหาย เพราะเป็นวันครบรอบอีกขวบของไทยโพสต์ ยังไงๆ ก็ต้องเอาหน้ามาเจอกัน ที่สำคัญ........

'ทอน' ไม่รู้! แล้วจะรอดหรือ
ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓
อย่าให้ฝ่ายแค้นแหกตา
ธนาธร:ไก่อ่อนเผยอเป็นอินทรี