ตั้งไข่รถไฟฟ้า สีส้มตะวันตก เชื่อมตอ.ปี69


   

 ครม.เศรษฐกิจสรุปมหาเมกะโปรเจ็กต์รวม 44 โครงการ มูลค่า 1.9 ล้านล้านบาท กระตุ้นการลงทุน พร้อมเริ่มนับหนึ่งรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก มูลค่า 1.2 แสนล้าน หวังเชื่อมฝั่งตะวันออกสมบูรณ์ในปี 2569 

เมื่อวันศุกร์ เวลา 10.30 น. ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ครั้งที่ 3/2562 โดยนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล เลขานุการคณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงภายหลังการประชุม ครม.เศรษฐกิจว่า ที่ประชุมได้สรุปวงเงินโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของกระทรวงคมนาคมทั้งหมด 44 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวม 1,947,310 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นงบประมาณแผ่นดิน 259,791 ล้านบาท, เงินกู้ 1,201,056 ล้านบาท, เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พีพีพี) 338,810 ล้านบาท และเงินจากรายได้และกองทุนเงินได้ 147,654 ล้านบาท
    นายกอบศักดิ์แถลงต่อว่า ใน 44 โครงการมีโครงการที่ ครม.อนุมัติแล้วและอยู่ระหว่างก่อสร้าง 17 โครงการ วงเงินรวม 782,329 ล้านบาท, โครงการที่ ครม.อนุมัติแล้ว และอยู่ระหว่างเตรียมดำเนินการ 12 โครงการ วงเงิน 412,739 ล้านบาท, โครงการที่คณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พีพีพี) เห็นชอบแล้ว และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เตรียมเสนอ ครม. 2 โครงการ วงเงิน 201,073 ล้านบาท และโครงการที่จะนำเสนอ ครม.ในระยะต่อไป 13 โครงการ วงเงินรวม 551,170 ล้านบาท โดยทั้ง 44 โครงการมีการเบิกจ่ายเงินลงทุนในปี 2561 แล้ว 210,788 ล้านบาท, ปี 2562 เบิกจ่ายแล้ว 90,254 ล้านบาท ส่วนในปี 2563 จะเบิกจ่าย 206,040 ล้านบาท และในปี 2564 จะเบิกจ่ายที่ 1,392,972 ล้านบาท
    "เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลงส่งผลกระทบต่อตัวเลขส่งออก ซึ่งแนวทางแก้ไขคือต้องเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศก่อน รวมถึงการใช้จ่ายและการลงทุนขนาดใหญ่ หากเบิกจ่ายได้เร็วก็จะเกิดการลงทุนและการจ้างงานกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศตามมา ซึ่งนายกฯ เห็นว่าการนำโครงการลงทุนเข้ามาหารือใน ครม.เศรษฐกิจ จะเป็นผลดีทำให้ช่วยกันแก้ปัญหาอุปสรรคให้การลงทุนเดินหน้า” นายกอบศักดิ์ กล่าว
    นายกอบศักดิ์กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังได้เห็นชอบให้กระทรวงคมนาคมดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มภาคตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม มูลค่าการลงทุน 122,000 ล้านบาท โดยนายกฯ ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือรายละเอียดกันอีกครั้งในสัปดาห์หน้า และเสนอให้ ครม.ชุดใหญ่พิจารณาต่อไป โดยสำนักงบประมาณได้ให้ความเห็นในเรื่องกรอบวงเงินลงทุนว่าไม่สามารถดำเนินการในปี 2562 ได้ทัน เนื่องจากวงเงินลงทุนเกินเพดานไป 8% ดังนั้นจะให้ใช้กรอบวงเงินในปี 2563 ดำเนินโครงการแทน
    "กระทรวงการคลังมีความเห็นว่ารูปแบบการดำเนินงานกรณีให้รัฐลงทุนก่อสร้างงานโยธาเองจะถูกกว่า เพราะรถไฟฟ้าที่ผ่านมามีการดำเนินงานในหลายรูปแบบ ทั้งที่รัฐลงงานโยธาเอง หรือให้เอกชนดำเนินการ ดังนั้นจึงอยากให้พิจารณารูปแบบที่เหมากับสายสีส้มมากที่สุด" นายกอบศักดิ์กล่าว
    สำหรับรถไฟฟ้าสายสีส้มภาคตะวันตก ถือว่ามีมูลค่าโครงการสูง โดยเมื่อเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีส้มภาคตะวันออกที่คาดว่าจะมีผู้โดยวันละ 121,000 คนต่อวัน และเมื่อสายสีส้มภาคตะวันตกสร้างเสร็จ จะเชื่อมต่อสมบูรณ์ในปี 2569 ทำให้มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 500,00 ต่อวัน โดยโครงการนี้ได้ผ่านความเห็นชอบของพีพีพีตั้งแต่รัฐบาลก่อน โดยในวันนี้ได้หารือกันถึงการก่อหนี้ผูกพันในโครงการตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วินัยการเงินและการคลัง จึงจะเร่งรัดนำโครงการเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.โดยเร็ว เพื่อให้ก่อสร้างและเปิดบริการได้ตามแผนในปี 2569.


ผม "หายไป" ด้วยท้องไส้ไม่สบายซะหลายวันแต่วันนี้ ๒๑ ตุลาไม่หายก็ต้องหาย เพราะเป็นวันครบรอบอีกขวบของไทยโพสต์ ยังไงๆ ก็ต้องเอาหน้ามาเจอกัน ที่สำคัญ........

'ทอน' ไม่รู้! แล้วจะรอดหรือ
ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓
อย่าให้ฝ่ายแค้นแหกตา
ธนาธร:ไก่อ่อนเผยอเป็นอินทรี