ปลาบปลื้มศาล ยกฟ้องแกนนำ ‘อยากเลือกตั้ง’


   

  6 แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งเฮ! ศาลยกฟ้องระบุชุมนุมใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ พาเหรดชื่นชมคำพิพากษา “โบว์” ย้ำหมดจดงดงาม “อานนท์” หวังเป็นบรรทัดฐานคดีเกี่ยวเนื่อง อึ้ง! “ลูกเกด” บอกไทยยังไม่เป็นประชาธิปไตย เชิญฝรั่งจับตาใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ที่ห้องพิจารณา 701 ศาลอาญา  ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.2893/2562 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ ฟ้องนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว, นายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์, นายอานนท์ นำภา, น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์, นายสุกฤษฏิ์ เพียรสุวรรณ และ น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือลูกเกด ซึ่งเป็นแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐานยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน ขัดคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558 ข้อ 12
โดยคำฟ้องระบุว่า เมื่อวันที่ 10 ก.พ.2561 พวกจำเลยและนายรังสิมันต์ โรม จำเลยคดีอาญาหมายเลขดำ อ.1197/2561 กับพวก 42 คน ที่แยกฟ้องต่อศาลแขวงดุสิต ร่วมกันมั่วสุมและชุมนุมทางการเมือง โดยใช้รถยนต์ติดเครื่องกระจายเสียง ติดป้ายโจมตี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (ขณะนั้น) รวมทั้งโจมตีการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. (ขณะนั้น) โดยปลุกระดมให้เกิดการชุมนุมขับไล่รัฐบาล อันมิใช่การกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ ซึ่งจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ และได้รับการประกันตัวเดินทางมาศาล โดยมีญาติ คนใกล้ชิด ชาวต่างประเทศ และแนวร่วมกลุ่มคนอยากเลือกตั้งเดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ฟังคำพิพากษา
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า ก่อนการชุมนุมจำเลยได้ยื่นหนังสือแจ้งชุมนุมต่อ สน.สำราญราษฎร์ มีข้อเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการเลือกตั้ง เป็นสิทธิเสรีภาพที่ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ โดยได้ปราศรัยกับผู้ชุมนุมจะไม่ขัดขวางละเมิดสิทธิของผู้อื่น ใช้สันติวิธี ไม่หยาบคาย ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ต้องการให้ชุมนุมตามกฎหมาย มีจุดประสงค์ต้องการให้จัดการเลือกตั้งในปี 2561 ไม่เลื่อนการเลือกตั้ง และยุติการชุมนุมในช่วงเวลา 20.00 น. โดยจำเลยบางส่วนเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจตามหมายจับในคดีชุมนุมที่แยกปทุมวัน
ส่วนที่จำเลยได้พูดถึง พล.อ.ประวิตรเกี่ยวนาฬิกาเพื่อน และการตรวจสอบการทุจริตในโครงการอุทยานราชภักดิ์ ก็ปรากฏว่าเป็นเรื่องที่ประชาชนรับทราบทั่วไปและวิจารณ์ติชมได้โดยสุจริต จึงเห็นว่าจำเลยใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ชุมนุมฯ และหลังประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ส.ส. แล้วก็ไม่เรียกร้องอีก การชุมนุมเป็นไปโดยสงบ ไม่ยุยงให้ปั่นป่วนกระด้างกระเดื่อง เมื่อคำนึงถึงสภาพการณ์และหลักการตรวจสอบแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ติชมรัฐบาลตามหลักประชาธิปไตยแล้ว การกระทำของจำเลยทั้งหกไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 พิพากษายกฟ้อง
ต่อมานายสิรวิชญ์กล่าวหลังทราบคำพิพากษาว่า ขอขอบคุณองค์คณะผู้พิพากษา ที่เห็นว่าเราใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้สร้างความกระด้างกระเดื่องรุนแรง รวมทั้งเป็นการบอกกับเจ้าหน้าที่รัฐว่าคุณไม่สามารถใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 มาปิดปากหรือสร้างความยุ่งยากให้กับชีวิตประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิตามรัฐธรรมนูญได้
“คดีอื่นต้องดูตามเนื้อหา แต่ถ้าเป็นข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ไม่น่าจะมีปัญหาแล้ว นี่คือการวางแนวพื้นฐานว่าเราออกมาใช้สิทธิโดยสุจริต” นายสิรวิชญ์กล่าว และระบุถึงคดีถูกลอบทำร้ายว่า ตำรวจไม่ได้แจ้งความคืบหน้าอะไรมาเลย โดยหากใกล้ครบ 3 เดือน จะไปติดตามในท้องที่ ซึ่งต้องให้เวลากับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ไม่อยากจะเร่งรัดอะไร แต่ถ้าครบ 3 เดือนก็จะเริ่มติดตามอย่างเร่งรัด ส่วนการศึกษาต่อที่ประเทศอินเดียนั้น ในช่วงพักรักษาตัวทำให้รายงานตัวไม่ทัน แต่ได้ไปยื่นแล้ว โดยเขาก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา ซึ่งนัยการที่ไม่สามารถไปรายงานตัวได้ตามกำหนดนั้น เขาอาจไม่พิจารณาในส่วนนี้ให้
น.ส.ณัฏฐากล่าวว่า คำพิพากษาที่เราได้ฟังเป็นคำพิพากษาที่งดงามหมดจด ใครที่บอกว่าพวกเราเป็นคนชังชาติ คิดว่ารายงานขบวนการคนทำลายประเทศคงมีชื่อคนแถวนี้บ้างก็ได้ ถึงแม้เราชนะคดี แต่สิ่งที่ คสช.ทำให้เกิดขึ้นสำเร็จไปแล้ว พวกเรามีความยากลำบากเดือดร้อนในการเดินทางมาศาล ทำให้เกิดความหวาดกลัวในสังคมจากการที่คนเราออกมาใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อปกป้องระบอบประชาธิปไตย การปิดปากตัวเองของผู้คนได้เกิดขึ้นโดยสมบูรณ์
“วันนี้ขบวนการทำลายชาติไม่ใช่พวกเรา ขบวนการทำลายชาติคือขบวนการที่พยายามใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือเพื่อปิดปากประชาชน และเปิดทางให้ทรราชทำงานได้อย่างสะดวก คิดว่าวันนี้น่าจะเป็นคำตอบที่ดีสำหรับทุกคน ซึ่งโบว์ขอพูดอีกครั้งว่าเป็นคำพิพากษาที่งดงามหมดจด” น.ส.ณัฏฐากล่าว
    ด้านนายอานนท์กล่าวว่า เป็นการวางหลักกฎหมายที่ดีว่าการชุมนุมอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญคืออะไร และหวังว่าอีก 3-4 คดีจะวินิจฉัยให้อยู่ในกรอบเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นผลการต่อสู้ร่วมกันของคนอยากเลือกตั้งทุกคน โดยนอกจากแกนนำแล้วมีชาวบ้านถูกดำเนินคดีที่ศาลแขวงอีกหลายสิบคน เราก็ให้กำลังใจและหวังว่าคำพิพากษานี้เป็นบรรทัดฐานให้มวลชนด้วย
ส่วน น.ส.ชลธิชากล่าวว่า แม้ว่าจะมีการเลือกตั้งแล้ว แต่เรายังไม่ใช่ประเทศประชาธิปไตย ซึ่งคดีคนอยากเลือกตั้งนี่ไม่ใช่คดีสุดท้ายในยุคของ คสช. มีอีกหลายคดี จึงขอเชิญชวนประชาชนคนไทยทุกคน  องค์กรระหว่างประเทศ ช่วยกันเฝ้าจับตามองสถานการณ์ในประเทศไทยหลังจากนี้ด้วย.


ดูไว้.....ไม่เสียหลาย การชุมนุมอันยืดเยื้อของ อาตี๋ อาหมวย ฮ่องกง จากค้านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน มาเป็นให้คนฮ่องกงเลือกผู้นำของตนเอง เพราะคนฮ่องกงไม่ใช่คนจีน 

ธนาธร:ไก่อ่อนเผยอเป็นอินทรี
ความพิเศษของ "บิ๊กแดง"
อย่าลืม...เรามีนัดกัน "๒๑ ตุลา."
อนุทิน 'อย่าห้าวริมปากเหว'
เมื่อ 'อนาคตใหม่' ผิดแผน
อย่าให้เป็น 'วิกฤติตุลาการ'