‘เอ๊ะ อิศริยา’กับชีวิต2บทบาท บนเส้นทางของผู้จัดฯและด็อกเตอร์


   

 

          ขึ้นแท่นเป็นผู้จัดละครมาพักใหญ่แล้ว สำหรับอดีตนางเอกสาวหน้าหวาน เอ๊ะ-อิศริยา สายสนั่น ที่ก่อนหน้านี้ทั้งทำงาน ทั้งเรียนปริญญาเอก ทำให้เจ้าตัวต้องเหนื่อยเป็นสองเท่า แต่เมื่อประสบความสำเร็จแล้วก็หายเนื่อย ล่าสุดอดีตนางเอกสาวได้มาเผยถึงชีวิตการทำเบื้องหลังตั้งแต่เริ่มจนมาถึงผลงานละครเรื่องใหม่  “สางนางพราย”

          “เหนื่อยนะคะก่อนหน้านั้นรู้สึกว่ามันเหนื่อยมาก แต่ว่าก็ดีใจที่ผ่านมาได้ 4 ปีมันเหมือนเร็วมาก แต่ระหว่างวันตอนนั้นมันยาก แต่พอวันนี้มองกลับไป 4 ปีแล้วก็สำเร็จด้วยดี แฮปปี้มากๆ คือมันเป็นความฝันตั้งแต่เด็กนะคะ เรารู้สึกว่าการเป็นดารามันไม่ใช่ความฝันเพราะว่ามันเหนือฝัน แต่สำหรับการเรียนปริญญาเอกเป็นความฝันซึ่งคิดว่าเราต้องเป็นให้ได้ เราต้องทำได้ อย่างน้อยมันก็เป็นเหมือนการต่อสู้กับตัวเอง ที่เราฝืนตอนนั้น ก่อนที่จะมาสอบก็คิดว่าจะได้เหรอ เวลามันจะได้เหรอเพราะว่าผู้จัดก็ยังเพิ่งเริ่มมันก็เครียด แต่ว่าคุณแม่ก็บอกว่าสอบไปให้ได้ เราก็เลยรู้เลยว่าถ้าเราตั้งใจมันจะต้องได้ค่ะ

การผันตัวจากนักแสดงสู่บทบาทผู้จัดละคร

          “เป็นผู้จัดมา 6 ปีกว่าค่ะ ทำละครมา 10 เรื่อง จากตอนที่เป็นนางเอกแล้วผันตัวเองมาเป็นผู้จัดคือเร็วมาก เอ๊ะเป็นผู้จัดก่อนอายุ 30 ค่ะ ถือว่าเร็วมากนะคะ แต่เรารู้ว่าเรามีไอเดียอยู่ในหัวเราตลอด เพราะว่าตั้งแต่อยู่กันตนาเราเป็นเด็กที่ชอบเข้าไปในห้องตัดต่อ ชอบอยู่บนรถโอบี ใฝ่รู้ ชอบเรียนรู้อะไรไปเรื่อยๆ จนพอวันที่มันเป็น มันก็ช่วยเราได้เยอะมาก เจอปัญหาอะไรเราก็จะนึกได้ว่า อ๋อตอนที่เราเป็นนักแสดงเราเคยเจอแบบนั้น ก็เลยทำให้เรารู้สึกว่าโชคดีที่เราได้เริ่มเร็ว

          จริงๆตอนนั้นรู้สึกว่ายังรักละครเสมอ ทุกวันนี้ก็ยังรักละครเสมอ เพียงแต่ยอมรับว่าเราเล่นมามันเยอะมากแล้ว แล้วเราข้าใจในฐานะผู้จัดว่าเขาก็คงจะมองว่าจะให้เราเล่นเป็นนางเอกน่าสงสารเหรอ ก็เล่นมาจนไม่รู้จะยังไง จะให้เล่นบู๊มันก็ไม่ใช่ทาง เหมือนจะรับละครแต่ละเรื่องเราก็จะคิดเยอะ เรารู้สึกว่ามันมีข้อจำกัดเยอะแล้ว เพราะฉะนั้นเราเปิดโลกของเราใหม่ ให้เหมือนไปเริ่มต้นอะไรใหม่ เริ่มเรียนรู้สิ่งใหม่ๆมันจะทำให้เราตื่นตัวมากขึ้น ก็ไม่คิดว่าเร็วเกินไปนะคะ”

 

 

การเป็นนางเอก เป็นผู้จัดฯ และการเรียน ทุกอย่างเป็นเรื่องยากในแต่ละช่วงวัย แต่เมื่อเลือกแล้วผู้หญิงคนนี้จะไม่ยอมแพ้!

          “มันยากคนละแบบค่ะ ตอนนั้นที่แสดงเราเด็กแค่ 14 เราก็จะรู้สึกว่าเราทำไม่ได้เรานู่นนี่นั่นเป็นปัญหาคนอื่น มันก็ดูใหญ่สำหรับคนวัยนั้น แต่การเป็นผู้จัดเราต้องคุมคนเป็นร้อย มันก็ยากสำหรับวัยนั้นเพราะเราก็เด็กเหมือนกัน แต่ถ้าถามว่ายากมากกว่าน้อยกว่า เอ๊ะว่ามันยากคล้ายๆกัน เพราะว่าตอนนั้นวัยวุฒิวัยเราก็ต่างกัน เพียงแต่ว่าข้อดีขอองเราอย่างหนึ่งคือเป็นคนที่เจออะไรยาก จะไม่ท้อ  เป็นคนกลัวนะคะเวลาที่เจออะไรยากแต่พอเจอปุ๊บเราสู้ตายค่ะ  เหมือนการเรียนก็เหมือนกัน พอจะสอบเราก็จะกลัวแต่ว่าพอได้สอบปุ๊บให้ตายยังไงฉันก็จะสู้ แบบสู้ยิบตาค่ะ ทำให้เรารู้สึกว่าเราก็มีความสุขกับทุกอย่างที่เราทำค่ะ แต่เราเลือกแล้วนะคะ ข้อดีของเอ๊ะก็คือเอ๊ะเป็นคนเลือกแล้วเอ๊ะไม่ได้ถูกบีบบังคับให้ทำ ถ้าเอ๊ะถูกบังคับ เอ๊ะอาจจะฝ่อไปเลย แต่เอ๊ะเลือกแล้วว่าเอ๊ะจะทำอันนี้  เพราะฉะนั้นเอ๊ะเป็นคนเลือกยากค่ะ เหมือนเอ๊ะจะเล่นละครแต่ละเรื่องเอ๊ะเลือกยากมาก แต่ถ้าเลือกแล้วเจออะไรยากเอ๊ะก็สู้ตาย”

 

 

ถือเป็นผู้จัดละครสายสยองขวัญ ที่มักจะเห็นสาวเอ๊ะทำละครผีตลอด ซึ่งเจ้าตัวเผยว่า

          "สำคัญที่สุดเอ๊ะว่ากลุ่มเป้าหมาย แฟนละครช่อง 8 ก็จะมีความเป็นคนทำงานผู้ใหญ่ ซึ่งถ้าเป็นวัยรุ่นเอ๊ะว่ามันก็อาจจะไม่ใช่ อาจจะไม่ถูก เราทำเพื่อให้คนดูเขามีความสุขเพราะฉะนั้นเราต้องรู้ว่าความสุขของคนดูคืออะไร เราก็จะรู้ว่าคนดูช่อง 8 โตหน่อย คนทำงานไม่ใช่วัยรุ่นสิบกว่า ก็จะมีแบบยี่สิบกว่าสามสิบสี่สิบ เราก็ต้องทำเพื่อให้เขาชื่นชอบ

          ละครผีความเชื่อมันอาจจะเข้าถึงได้ง่าย แต่สิ่งสำคัญไม่ว่าเอ๊ะจะทำผี พีเรียด ยุคปัจจุบัน หรือยุคอดีต สิ่งสำคัญที่สุดคือละครมันไม่ลึกลับเกินไป ดูได้ง่ายแล้วครบรสสนุก สำคัญคือความสนุกค่ะ คือทุกวันนี้เรารู้สึกอยากขอบคุณคนดูว่าแป๊บๆ เราทำละครมา 10 เรื่องแล้วเหรอเนี่ย ถ้าคนดูไม่ตอบรับดีเราอาจจะไม่มีโอกาส ก็พยายามทำให้แปลกใหม่ให้คนดูชื่นชอบมากที่สุด

          ส่วนนักแสดง อย่างพี่อั๋น เราก็เคยเล่นละครด้วยกันมาก่อน  ก็บอกพี่อั๋นไปว่าบทมันเหมาะกับพี่อั๋นนะ แล้วมันไม่ได้เล่นเป็นแค่สุภาพบุรุษ มันมีพาร์ตที่เป็นแรงๆ ใช้อำนาจ ซึ่งเขาก็เป็นนักแสดงมีฝีมือเขาเล่นได้อยู่แล้ว และเขามีเสน่ห์ของความเป็นสุภาพบุรุษซึ่งเอ๊ะว่าคนดูน่าจะรับได้ไม่ยาก จริงๆเห็นจากสาปภูษาที่เล่นด้วยกัน คือตัวนี้มันต้องมีความเป็นสุภาพบุรุษ เราก็เลยติดต่อเขา ซึ่งก็คอนเฟิร์มกันมาสักพักแล้ว”

 

 

พอใจแล้วกับเส้นทางที่เลือก...

          “ถามว่าคิดถึงการแสดงไหม เอ๊ะว่าความคิดถึงของเอ๊ะมันอาจจะไม่ได้มาก เพราะว่าเอ๊ะออกกองทุกวัน เอ๊ะก็จะคุ้นเคยกับกองถ่าย เพียงแต่ว่าหลายๆคนที่เขาอาจจะไปดูยูทูบย้อนหลังละครที่เอ๊ะเล่นแล้วเขาก็จะคิดถึง บางคนบอกว่าเนี่ยชอบมากเลยเงาอโศก เอ๊ะขนลุกเลย เงาอโศก 20 ปีแล้ว รู้สึกดีใจนะคะที่คนเขายังจำเราได้ในขณะที่นักแสดงก็เยอะมาก เราก็ดีใจแต่ว่าถ้าจะกลับมาเล่นก็ต้องพร้อมที่สุด จะไม่ทำให้เป็นปัญหากับกองถ่าย แล้วก็ต้องเป็นบทที่เรารู้สึกว่ากลับมาแล้วมันตื่นเต้น

          ตอนนี้เส้นทางที่เราเลือก พอใจมากเพราะว่าเราเลือกแล้วและเราสามารถเรียนได้ สิ่งที่สำคัญเลยคือตอนที่เป็นนักแสดง ปัญหาสำคัญที่สุดตอนที่มาเป็นผู้จัดเพราะว่าอยากเรียนด้วยค่ะ เพราะเรารู้ว่าถ้าเราเป็นนักแสดงเราเรียนไม่ได้หรอกปริญญาเอก ถึงเรียนได้เราจะเอาตัวเองเป็นหลักก็จะสร้างปัญหาให้กอง เราไม่อยากสร้างปัญหาให้ ก็เลยเบนเข็มมาว่าเราคงต้องเปลี่ยนอะไรที่มันไม่ได้ฟิกซ์เวลาในการทำงาน ก็รู้สึกว่าดีใจที่สุดก็คือสามารถเรียนจบได้

          ขอบคุณคนดู ขอบคุณผู้ใหญ่ที่ให้โอกาส ขอบคุณทุกโอกาส วันนี้ขอบคุณได้เต็มที่เพราะว่าเอ๊ะได้ทำในสิ่งที่เอ๊ะคาดหวัง คือการเรียน  เอ๊ะรู้สึกว่าแฮปปี้แล้ว คือบางคนจะมีเป้าหมายที่ต่างกัน แต่สำหรับเอ๊ะเป้าหมายของเอ๊ะคืออยากเป็นด๊อกเตอร์ก่อน 40 ซึ่งเอ๊ะ 30กว่า ก็เลยรู้สึกว่าเอ๊ะสบายใจแล้ว บางทีเราทำละครใช่ว่าจะมีแต่ชมนะคะ ด่าก็มี แต่ไม่โกรธเลย ขอบคุณที่อย่างน้อยเขาก็ยังดู เรารับฟังทุกอย่างฟีตแบ็คทุกคนที่เขามีมาไม่เคยทิ้งเลย ขอบคุณด้วยซ้ำที่เขาติเรา แล้วเราจะมีโอกาสทำละครให้เขาติได้ มันก็โอเคแล้ว ทั้งตอนที่เป็นนักแสดงและเป็นผู้จัดนะคะ ขอบคุณมาก”

 

 


เรื่อง "เรือดำน้ำ"..........ถูกทำให้กลับมาเป็นข่าวอีก!โฆษกคณะอนุกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ ปี ๖๓ "นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร" ส.ส.พรรคเพื่อไทย แถลง เมื่อศุกร์ที่ ๖ ธ.ค.๖๒ ว่าในส่วน "งบกองทัพเรือ"

ทหารเกณฑ์ 'เกณฑ์ไปทำไม?'
ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"
เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ
มีอะไรเสนอนอกจาก 'แบน'?