26จังหวัดระทึก อากาศสุดวิปริต 'กทม.'โวเอาอยู่


   


    กรมอุตุฯ เตือนสภาพอากาศแปรปรวน 26 จังหวัดเตรียมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก ตั้งแต่ 23-26 ก.ย.นี้ "เฉลิมชัย-สนธิรัตน์" แบ่งสายลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ย้ำ "บิ๊กตู่" กำชับดูแลความเดือดร้อน ปชช.ทุกตารางนิ้ว "ผู้ว่าฯ กทม." ฟุ้งระบบระบายน้ำพร้อม ยันหากฝนถล่มกรุงมั่นใจท่วมไม่เกิน 1 ชม.แน่นอน
    เมื่อวันที่ 22 ก.ย. กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 15 เรื่อง "สภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน" มีผลกระทบจนถึงวันที่ 26 ก.ย.2562 ระบุว่า บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ตอนบน รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีฝนลดลง 
    สำหรับในช่วงวันที่ 23-26 ก.ย. ประเทศไทยตอนบนปริมาณฝนลดลง และอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส โดยจะเริ่มจากภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ภาคกลางตอนบนจะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากสภาพอากาศแปรปรวนที่มีฝนตกหนัก อุณหภูมิลดลงในช่วงเวลาดังกล่าว และดูแลรักษาสุขภาพในระยะนี้ไว้ด้วย
    โดยจังหวัดที่มีผลกระทบฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง มีดังนี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี, ภาคกลาง ได้แก่ จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม สุพรรณบุรี และพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล, ภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว   ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด, ภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง และพังงา 
    ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว ส่งผลทำให้ร่องมรสุมเลื่อนลงไปพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออกยังคงมีสภาพอากาศแปรปรวน
    อนึ่ง ในช่วงวันที่ 23-26 ก.ย. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนจะแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีปริมาณฝนลดลง และอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส ในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
    ขณะที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำ โดยรับฟังรายงานสถานการณ์น้ำแม่น้ำมูล จุดวัดน้ำท่า M.7 สะพานเสรีประชาธิปไตย ต.ในเมือง อ.เมืองฯ ซึ่งระดับน้ำปัจจุบันอยู่ที่ 114.84 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง อัตราการไหล 3905.50 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำลดลงจากเมื่อวันก่อน 0.13 เมตร แต่ถือว่าจุดนี้ยังวิกฤติ เพราะระดับน้ำสูงกว่าเกณฑ์การเฝ้าระวัง ซึ่งมีการปักธงแดงเป็นสัญลักษณ์ โดยเฉพาะริมฝั่งขวาของแม่น้ำมูล ในเขตอำเภอวารินชำราบ ที่มีพื้นที่ต่ำกว่าฝั่งซ้ายซึ่งเป็นอำเภอเมืองฯ ระดับน้ำยังสูงเกือบมิดหลังคาบ้านเรือนประชาชน
    นายเฉลิมชัยกล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่สั่งการทุกหน่วยให้ลงพื้นที่ดูแลประชาชนในจังหวัดที่ถูกน้ำท่วม ซึ่งกรมชลประทานก็เร่งผลักดันน้ำโดยติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 320 ตัวลงแม่น้ำโขง ทำให้การผลักดันน้ำทำได้ไวกว่าร้อยละ 30-40 ซึ่งจะส่งผลดีให้น้ำที่ท่วมบ้านเรือนประชาชนลดลงไวขึ้น 
    เช่นเดียวกับ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และคณะ ก็ลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ให้ความช่วยเหลือพี่น้องชาว อ.วารินชำราบ รวมทั้งยังลงเรือออกเยี่ยมผู้ประสบภัยที่ติดอยู่ในบ้านเรือน บริเวณชุมชนเกตุแก้วและชุมชนกุดปลาขาว ซึ่งบางจุดมีน้ำท่วมสูงเกือบถึงหลังคา 
    นายสนธิรัตน์กล่าวว่า นายกฯ ให้นโยบายทุกกระทรวงลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง และพยายามจัดสรรการช่วยเหลือให้ครอบคลุมทุกตารางนิ้ว ซึ่งนายกฯ และครม.รับทราบถึงความเดือดร้อนของพี่น้องเป็นอย่างดี 
    ส่วนนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง ลงพื้นที่ที่ว่าการอำเภอบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น มอบเงินสนับสนุนต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2562/63 จำนวน 2,000 ราย พร้อมมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบอุทกภัยจำนวน 1,000 ราย 
    ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ระบุรัฐบาลมีงบประมาณซื้อรถหุ้มเกราะ แต่ต้องเปิดรับบริจาคช่วยน้ำท่วม ว่าการเปิดรับบริจาคเป็นคนละเรื่องกับงบประมาณของรัฐบาล การบริจาคร่วมกันคือน้ำใจของคนไทยที่มีความเห็นอกเห็นใจ เอื้ออาทร รักใคร่สามัคคี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ช่วยเหลือกันยามเกิดภัยพิบัติ ซึ่งต่างประเทศและทั่วโลกก็ทำกันเวลามีภัยพิบัติ นายธนาธรไปอยู่ไหนมา หรือแกล้งโง่ หวังดิสเครดิตรัฐบาลโดยไม่สนใจความเดือดร้อนของประชาชน
    วันเดียวกัน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วยสำนักระบายน้ำ กทม. ลงพื้นที่ตรวจระบบระบายน้ำ ที่แก้มลิงบึงรางเข้ ถนนบางขุนเทียนชายทะเล, สถานีสูบน้ำคลองพระยาราชมนตรี, สถานีสูบน้ำคลองสนามชัย และสถานีสูบน้ำพระโขนง เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ฝนตก ซึ่งตกสะสมต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน 
    พล.อ.อัศวินกล่าวว่า ทั้ง 4 จุดมีการพร่องน้ำให้ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 1 เมตร เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนที่ตกหนักเกิน 100 มิลลิเมตร สำหรับสถานีสูบน้ำคลองพระยาราชมนตรี ถือว่ายังรับมือได้ ยังไม่กระทบกับพื้นที่ถนนพระราม 2 ส่วนอีกจุดอ่อนไหวที่น่าห่วงคือ หน้าวัดศรีเอี่ยม ถนนศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นที่ลุ่มแอ่งกระทะ กทม.ได้ประสานไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อถมถนนขึ้นอีก เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมระยะยาว
    สำหรับจุดเสี่ยงน้ำท่วม 14 จุด ในพื้นที่ กทม. ประกอบด้วย 1.ถนนแจ้งวัฒนะ จากคลองประปาถึงคลองเปรมประชากร เขตหลักสี่ 2.ถนนรัชดาภิเษก หน้าศาลอาญา 3.ถนนพหลโยธิน ช่วงหน้าตลาดอมรพันธ์ และแยกเกษตรศาสตร์ เขตจตุจักร 4.ถนนประชาราษฎร์สาย 2 ช่วงแยกเตาปูน เขตบางซื่อ 5.ถนนราชวิถี ช่วงหน้ามหาวิทยาลัยสวนดุสิตถึงเชิงสะพานกรุงธน เขตดุสิต 6.ถนนพญาไท ช่วงหน้ากรมปศุสัตว์ เขตราชเทวี 7.ถนนศรีอยุธยา ช่วงหน้า สน.พญาไท เขตพญาไท 8.ถนนจันทร์ จากซอยบำเพ็ญกุศลถึงไปรษณีย์ยานนาวา เขตสาทร 9.ถนนสวนพลู จากสาทรใต้-นางลิ้นจี่ เขตสาทร 10.ถนนสาธุประดิษฐ์ บริเวณแยกตัดถนนจันทน์ เขตสาทร 11.ถนนสุวินทวงศ์ ช่วงจากคลองสามวาถึงคลองแสนแสบ เขตมีนบุรี 12. ถนนเพชรเกษม จากคลองทวีวัฒนาถึงคลองราชมนตรี เขตบางแค 13.ถนนหมู่บ้านเศรษฐกิจ จากถนนเพชรเกษมถึงวงเวียนกาญจนาเษก เขตบางแค และ 14.ถนนบางขุนเทียนชายทะเล จากถนนพระรามที่ 2 ถึงคลองสะแกงาม เขตบางขุนเทียน 
    "หากวันจันทร์นี้จะเกิดฝนถล่ม กทม. ยืนยันท่วมไม่เกิน 1 ชม.แน่นอน มั่นใจหากฝนตกในปริมาณไม่เกิน 70-80 มิลลิเมตร น้ำระบายได้ทัน แต่หากตกเกิน 100 มิลลิเมตร น้ำอาจระบายช้า แต่ไม่ท่วมนาน 4-5 ชม.เหมือนที่แล้วๆ มาแน่นอน" ผู้ว่าฯ กทม.กล่าว.


ผม "หายไป" ด้วยท้องไส้ไม่สบายซะหลายวันแต่วันนี้ ๒๑ ตุลาไม่หายก็ต้องหาย เพราะเป็นวันครบรอบอีกขวบของไทยโพสต์ ยังไงๆ ก็ต้องเอาหน้ามาเจอกัน ที่สำคัญ........

'ทอน' ไม่รู้! แล้วจะรอดหรือ
ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓
อย่าให้ฝ่ายแค้นแหกตา
ธนาธร:ไก่อ่อนเผยอเป็นอินทรี