"คุณหญิงกัลยา"ชูนโยบายมุ่งพัฒนาวิทยาลัยเกษตร-ประมง หวังเป็นต้นแบบเกษตรกร


   


26ก.ย.62-คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวว่า ตามที่ตนรับผิดชอบดูแลวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี และวิทยาลัยประมง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ทั้ง 47 แห่ง โดยตนได้มอบนโยบายหลัก 4 เรื่อง คือ 1.ให้ทุกวิทยาลัยปลูกต้นไม้ใหญ่ ไม้ยืนตัวที่มีค่าเหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ให้ได้จำนวนมากที่สุด เพื่อที่จะเป็นตัวอย่างให้กับประชาชนและเกษตรกรในเรื่องการปลูกไม้มีค่า 2.การสร้างชลกร  จำนวน 100 คน มาจากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 10 วิทยาลัย ซึ่งตนได้พานักศึกษากลุ่มนี้ไปดูงานการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ในหลวง รัชกาลที่ 9 เพื่อที่จะให้ครูและนักศึกษานำความรู้ที่ได้รับมาช่วยเหลือเกษตรกรเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ให้มีน้ำใช้ตลอดปี น้ำไม่ท่วม ไม่แล้ง และตนเตรียมวางแผนที่จะขยายไปยัง วิทยาลัยทั้ง 47 แห่ง 3.การเสริมทักษะใหม่และพัฒนาทักษะที่มีอยู่เดิม ทั้งในส่วนของนักศึกษาและประชาชน ให้กลุ่มคนเหล่านี้มีทักษะด้านการทำการเกษตรเพิ่มขึ้น หรือ เปลี่ยนทักษะให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกโดยใช้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี นวัตกรรมต่างๆ เข้ามาเสริม เพื่อสร้างการทำเกษตรอัจฉริยะ ที่มีความแม่นยำสูง และ 4.การทำให้วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี และวิทยาลัยประมง เป็นต้นแบบการผลิตอาหารที่มีคุณภาพ ซึ่งขณะนี้ที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครราชสีมาได้ทำความร่วมมือกับ 14 โรงเรียนในพื้นที่ เข้าร่วมโครงการอิ่ม สุข มื้อเที่ยง ถือเป็นการนำร่องการดำเนินการ

“สำหรับการติดตามนโยบายต่างๆ นั้น ดิฉันมีคณะทำงานที่ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามการขับเคลื่อนนโยบายของแต่ละวิทยาลัยอย่างใกล้ชิด พร้อมทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้คำแนะนำแก่วิทยาลัยด้วย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ดิฉันต้องการที่จะเห็นมากที่สุด คือ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี และวิทยาลัยประมง ทั้ง 47 แห่ง สามารถเป็นที่พึ่งทั้งในด้านวิชาการและเป็นต้นแบบในการลงมือทำให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ได้”รมช.ศธ.กล่าว


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน