ท้าโชว์หลักฐานหนุนม็อบฝรั่ง!


เพิ่มเพื่อน    


    "ธนาธร" แจงจ้างล็อบบี้ยิสต์ใช้เงินส่วนตัว ปัดปลุกชังชาติ ท้าโชว์หลักฐานพันม็อบไล่บิ๊กตู่ พปชร.ข้องใจพิรุธเพียบ บี้ทำการเมืองโปร่งใส "ชัช เตาปูน" ยันยังหนุนรัฐบาล รวม 4 พรรคเล็กแค่ดันนโยบาย ส.ส.โคตรเหล็กไหลจ่อยื่น กกต.เปลี่ยนชื่อพรรคเป็น "ไทยรักไทย"
    เมื่อวันที่ 29 กันยายน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่เอกสารจ้างบริษัท APCO Worldwide ในประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อให้สร้างการรับรู้เกี่ยวกับการเมืองไทยว่า ได้ชี้แจงไปแล้วว่าเป็นการกระทำที่ทำตามกฎหมายของสหรัฐอเมริกาทุกอย่าง โดยเป็นการจ้างองค์กรเพื่อทำหน้าที่ช่วยติดต่อประสานงานในการเดินทางไปพบกับองค์กรและบุคคลต่างๆ ในสหรัฐ ในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และเมื่อจบงานแล้วไม่ได้มีการติดต่อกับองค์กรดังกล่าวอีกเลย
    เมื่อถามว่า พรรคพลังประชารัฐตั้งข้อสังเกตว่าการใช้เงินว่าจ้างบริษัทดังกล่าวเป็นเงินส่วนตัว หรือใช้เงินของพรรคนั้น นายธนาธรกล่าวว่า เป็นการใช้เงินส่วนตัว เพราะในสัญญามีชื่อของตนอย่างชัดเจน แต่ส่วนตัวจำเนื้อหาไม่ค่อยได้ ขอให้ไปอ่านรายละเอียดในเอกสารว่าเป็นอย่างไร แต่ยืนยันว่าเป็นเรื่องทั่วไป ส่วนที่มีการเชื่อมโยงกับม็อบที่ไปประท้วง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ขณะไปประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญ ครั้งที่ 74 ที่นครนิวยอร์กนั้น มองว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะรัฐบาลที่สืบทอดมาจากรัฐประหาร จำเป็นต้องสร้างศัตรูสมมติ เพื่อป้ายสีให้ตนเป็นคนชังชาติ
    “ขอยืนยันใน 2 ประเด็นคือ 1.ผมไม่ได้เกี่ยวข้องกับม็อบ หากใครมีหลักฐานขอให้นำมาแสดง ผมทำถูกต้องตามกฎหมายของสหรัฐมาตลอด หากอยากจะตรวจสอบ ขอให้ไปตรวจสอบคนที่ทำผิดกฎหมายประเทศออสเตรเลีย และ 2.ยืนยันว่าไม่ได้ชังชาติหรือสร้างความแตกแยก เรามีแต่เจตนาดี อยากพาสังคมไทยไปข้างหน้า กลับไปเป็นประชาธิปไตย ไม่มีรัฐประหาร” นายธนาธรระบุ
    ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เท่าที่ฟังการชี้แจงจากพรรคอนาคตใหม่พบพิรุธหลายอย่าง และตอบไม่เคลียร์จนนักวิชาการและหลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก โดยหลายฝ่ายมองว่านายธนาธรอาจจะเกี่ยวพันกับม็อบที่ไปยืนประท้วง พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งไม่อยากไปกล่าวหา เพราะมองว่าพรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่ที่ไม่สมควรทำการเมืองแบบมีวาระซ่อนเร้น แต่เท่าที่ดูข้อมูลของ ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และ ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ นักวิจัยนั้น มีข้อสงสัยมากมาย และสัญญาจ้างล็อบบี้ยิสต์ยังอาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมายอีกด้วย
    ทั้งนี้ ม็อบที่ไปประท้วงนายกรัฐมนตรีอาจจะมีพรรคการเมืองบางพรรคอยู่เบื้องหลังหรือไม่ เพราะเป็นคนต่างชาติ พูดไทยไม่ได้เลย อีกทั้งกรณีนายนัชชชา กองอุดม ที่ถือป้ายประท้วงอยู่ในกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ซึ่งคุ้นเคยกับพรรคการเมืองใหม่ แม้นายธนาธรจะออกมาปฏิเสธไม่เกี่ยวข้อง แต่มีหลายอย่างเป็นที่น่าสงสัย จึงอยากฝากไปยังพรรคอนาคตใหม่ว่า ขอให้ทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ตามฉบับคนรุ่นใหม่ อย่าพยายามโจมตีนายกฯ ด้วยวิธีการบางอย่าง ทำการเมืองอย่างโปร่งใส อย่ามีวาระแอบแฝง เพราะไม่ดีและไม่เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ทำอะไรอยากให้เห็นแก่ชาติบ้านเมืองบ้าง เพราะการเล่นเกมการเมืองมากเกินไปก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษ์ของประเทศ
ปัดรวม 4 พรรคต่อรอง รบ.
    นายชัชวาลล์ คงอุดม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท กล่าวถึงกรณีนายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย ระบุจะร่วมกัน 4 พรรค 7 คน ทำการเมืองเพื่อประโยชน์ประเทศ ถ้ารัฐบาลทำดีก็สนับสนุน ถ้าแย่ก็คัดค้านแน่นอน โดยมีพรรคพลังท้องถิ่นไทร่วมด้วยนั้น ว่าเรารวมกันจริง แต่เพื่อผลักดันนโยบายของแต่ละพรรค และเห็นด้วยที่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เดินหน้าตรวจสอบการทุจริต เพราะถ้ามีการทุจริตเกิดขึ้น ไม่ว่าฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน เราไม่เห็นด้วย และไม่ยอมเด็ดขาด ยืนยันว่าเป็นการรวมกันทำงานเพื่อผลักดันนโยบายของแต่ละพรรค ขออย่าเข้าใจผิดว่ารวมตัวกันเพื่อต่อรองอะไรกับรัฐบาล เพราะเราไม่ได้รวมกันเพื่อต่อรองอะไรกับรัฐบาล หรือไม่สนับสนุนรัฐบาล พรรคพลังท้องถิ่นไทยังสนับสนุนรัฐบาลเหมือนเดิม
    “ขอย้ำว่าพรรคพลังท้องถิ่นไทไม่มีปัญหา ไม่น้อยใจอะไร และในการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 63 ที่จะสู่สภาในเร็วๆ นี้ เราก็จะสนับสนุนรัฐบาล เพราะอยากให้ประเทศเดินหน้าไปให้ได้ แต่จากนี้คงจะต้องนัดเพื่อพูดคุยกันอีกครั้ง เพื่อให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน” นายชัชวาลล์ระบุ
    นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการลงพื้นที่ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน 7 พรรค จัดเวทีรณรงค์แก้รัฐธรรมนูญสัญจร ที่ จ.ปัตตานี ว่าเป็นเรื่องปกติของพรรคการเมืองที่ใช้เวลาช่วงปิดสมัยประชุมของสภา ออกเยี่ยมเยียนประชาชน รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และการนำปัญหาของรัฐธรรมนูญไปรณรงค์นั้น ถือได้ว่าเป็นการให้การศึกษากับประชาชน ทำให้ประชาชนมีความตื่นตัวทางการเมืองมากขึ้น ส่วนตัวสนับสนุนให้ทุกพรรคการเมืองและทุกภาคส่วนของสังคมมีความตื่นตัว และแสดงออกถึงเหตุผล ความเห็นต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ด้วย ขอเพียงการรณรงค์ใดๆ ในครั้งนี้อย่าสร้างความแตกแยก หรือสร้างเงื่อนไขความขัดแย้งในสังคมขึ้นมาอีกเท่านั้น
    ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์นั้น ตนได้เสนอชื่อคณะทำงานด้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อให้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ลงนามแต่งตั้งแล้ว เมื่อมีคำสั่งแต่งตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว คณะทำงานชุดนี้ที่มีนายบัญญัติ บรรทัดฐาน เป็นประธาน จะได้มีการประชุมกำหนดรูปแบบการทำงานต่อไป และจะต้องมีวิธีการรับฟังความเห็นจากสมาชิกพรรคและพี่น้องประชาชนทั่วประเทศอีกด้วย มั่นใจว่าช่วงเวลาจากนี้ไปจนถึงวันเปิดสมัยประชุมสามัญของสภาผู้แทนราษฎร พรรคการเมืองทุกพรรค คงจะมีข้อมูลและความพร้อมในการอภิปรายนำเสนอปัญหาต่างๆ ที่ได้รวบรวมมา เพื่อสนับสนุนญัตติ การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญของสภาในครั้งนี้อย่างแน่นอน
    นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังไทยรักไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมใหญ่พรรคพลังไทยรักไทยว่า ที่ประชุมใหญ่ของพรรคมีมติเห็นชอบให้เปลี่ยนชื่อพรรคจาก "พลังไทยรักไทย" เป็น "ไทยรักไทย" ใช้ตัวย่อว่า "ทรท." เพื่อให้เป็นที่จดจำได้ง่ายของประชาชน แม้ว่าชื่อจะไปซ้ำกับพรรคไทยรักไทย ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เคยถูกยุบพรรคไปแล้วนั้น แต่ถือว่าทำได้ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งในวันที่ 1 ต.ค.นี้ จะไปแจ้งเรื่องการเปลี่ยนชื่อพรรคต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้งนี้ ยืนยันพรรคนี้ไม่ใช่พรรคของนายทักษิณ ไม่ได้มีนัยการเมืองอื่นที่จะเปลี่ยนขั้ว ย้ายข้างไปอยู่กับฝ่ายค้าน เพราะจุดยืนของพรรคยังอยู่กับฝ่ายรัฐบาลเช่นเดิม
    เมื่อถามว่า มาตรา 10 (3) พ.ร.ป.พรรคการเมือง ระบุชัดเจนว่า การตั้งพรรคการเมืองห้ามใช้ชื่อพรรค ชื่อย่อ โลโก้พรรคซ้ำกับพรรคที่จดทะเบียนไว้อยู่แล้ว หรือพรรคที่ถูกยุบและยังไม่พ้น 20 ปี นายคฑาเทพกล่าวว่า เป็นคนละกรณีกัน กรณีมาตรา 10 (3) ใช้เฉพาะกับการตั้งพรรคการเมืองใหม่ แต่กรณีพลังไทยรักไทยเป็นพรรคการเมืองที่ตั้งไว้อยู่แล้ว ซึ่งไม่มีข้อห้ามเรื่องเปลี่ยนชื่อพรรค จะว่าไปแล้วไม่ถือว่าเป็นการเปลี่ยนชื่อพรรคโดยตรง เป็นแค่การตัดอักษรคำว่า "พลัง" ที่อยู่ข้างหน้าทิ้ง กกต.จะไม่รับจดทะเบียนไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้ห้าม โลโก้พรรคก็ยังใช้โลโก้เดิม ถ้าไม่อยากให้ใช้ชื่อ "ไทยรักไทย" ต้องห้ามแต่แรกตั้งแต่ตอนตั้งชื่อพรรคพลังไทยรักไทยแล้ว
ชทพ.เปิดตัว"อัจฉริยะ"
    ที่ทำการพรรคชาติไทยพัฒนา สาขาสุพรรณบุรี ต.รั้วใหญ่ อ.เมืองฯ จ.สุพรรณบุรี นายสรชัด สุจิตต์ ส.ส.เขต 1 จ.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา เป็นตัวแทน น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ต้อนรับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ในโอกาสเป็นสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนาอย่างเต็มตัว พร้อมมอบเสื้อแจ็กเกตสีขาวให้กับนายอัจฉริยะด้วย
    นายสรชัดกล่าวว่า ได้มีการพูดคุยกันไว้ตั้งแต่ก่อนมีการเลือกตั้ง และมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการทำงาน ทำให้รู้สึกชื่นชมนายอัจฉริยะ ว่ามีความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความลำบากยากไร้อย่างจริงใจ โดยเฉพาะคดีที่สำคัญต่างๆ ได้ใช้ความรู้ความสามารถช่วยประชาชน จึงถือว่ามีบุคลากรคนสำคัญที่เข้ามาร่วมมือกันทำงานในพรรค และมานำเสนอในการทำงานที่สอดคล้องกันในเชิงนโยบายของพรรคต่อไป จึงได้นำเรียนที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค ทั้งหัวหน้าพรรค ประธานที่ปรึกษาพรรค และทุกคนในพรรค ต่างชื่นชมในความมุ่งมั่นและการทำงานของนายอัจฉริยะอยู่แล้ว ทางพรรคจึงยินดีต้อนรับสู่ชายคาพรรคชาติไทยพัฒนา และลงนามเป็นสมาชิกพรรคเรียบร้อยแล้ว
    โดยนายอัจฉริยะกล่าวว่า ได้พูดคุยกับนายสรชัดแล้วว่าชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมจะสามารถช่วยเหลือประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยเฉพาะคนยากจน และคิดว่าอุดมการณ์ที่ตรงกัน ซึ่งตอนแรกยังไม่ได้ตัดสินใจ เพราะเกรงจะถูกมองว่าต้องมาพึ่งพรรคการเมือง แต่นโยบายของเรานั้นมองเรื่องของอุดมการณ์ เมื่อคณะกรรมการบริหารพรรคมีอุดมการณ์ที่ตรงกัน และมีความเห็นสอดคล้องกันแนวทางในการที่จะช่วยเหลือประชาชนทั่วประเทศที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม หากไม่มีการขับเคลื่อนผ่านพรรคการเมือง จะทำให้การทำงานค่อนข้างยาก เพราะบางครั้งอาจจะไปเจอผู้มีอิทธิพลต่างๆ ที่มีเส้นสาย จึงต้องมีพรรคการเมืองไว้เป็นเกราะในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เพราะมั่นใจในพรรคชาติไทยพัฒนา จึงตัดสินใจเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรค.


วันนี้หลายเรื่อง "ควรสนใจ" ค่อยๆ ไล่เลียงไปทีละเรื่องนะ เรื่องแรก "๖๔ ส.ส.ถือหุ้นสื่อ" เมื่อวาน (๒๘ ต.ค.๖๓) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า "ผ่าน"!

เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก