เล็งแก้ฝุ่นท่วมกรุง ขึ้นภาษีรถควันดำ


เพิ่มเพื่อน    


    สถานการณ์ฝุ่นควันใน กทม.และปริมณฑลยังน่าห่วง ช่วงเช้าพบฝุ่นจิ๋วครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ ตกบ่ายได้เฮมีฝนโปรยปรายลงมาบ้าง ศธ.สั่งอาชีวะทำเครื่องฟอกอากาศติดตั้งตามโรงเรียนต่างๆ บิ๊กแดงสั่งกำลังพลช่วยฉีดน้ำ เตือนธันวา.-มกรา.เจอหนักอีกรอบ "ศักดิ์สยาม" สั่งตรวจรถควันดำถี่ยิบ เผยอาจถึงขั้นเพิ่มภาษีรถที่ก่อมลพิษ
    นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 ตุลาคมนี้ ว่า จากการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยกรมควบคุมมลพิษร่วมกับกรุงเทพมหานคร พบว่า ปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 ตรวจวัดได้ระหว่าง 40-81 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) พบส่วนใหญ่เกินเกณฑ์มาตรฐาน (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก.-ลบ.ม. เกือบทุกพื้นที่ ยกเว้นเขตพญาไท และเขตบางนา ในพื้นที่ จ.นนทบุรี บริเวณ อ.ปากเกร็ด, จ.ปทุมธานี บริเวณ อ.คลองหลวง, จ.สมุทรปราการ บริเวณ อ.บางเสาธง และ อ.เมือง, จ.สมุทรสาคร บริเวณ อ.เมือง, จ.นครปฐม บริเวณ อ.เมือง ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้ามากนัก คุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
    ขณะที่สำนักสิ่งแวดล้อม โดยกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานคร ช่วงเวลา 08.00 น. ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ตรวจวัดได้ 55-81 มคก./ลบ.ม. เกินมาตรฐาน 24 พื้นที่ โดยพื้นที่ที่มีค่าสูง ได้แก่ เขตสาทร สี่แยกหน้าสำนักงานเขตสาทร ซอยถนนเซนต์หลุยส์  69 มคก./ลบ.ม., เขตบางคอแหลม บริเวณป้อมตำรวจสี่แยกถนนตก 78 มคก./ลบ.ม., เขตยานนาวา ใกล้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำนักงานใหญ่ 64 มคก./ลบ.ม., เขตจตุจักร บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 64 มคก./ลบ.ม., เขตคลองสาน บริเวณหน้าห้องสมุดใต้สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน 67 มคก./ลบ.ม., เขตภาษีเจริญ หน้ามหาวิทยาลัยสยาม 66 มคก./ลบ.ม. เขตบางซื่อ ภายในสำนักงานเขตบางซื่อ 78 มคก./ลบ.ม., เขตหลักสี่ ภายในสำนักงานเขตหลักสี่ 75 มคก./ลบ.ม., เขตบางเขน ภายในสำนักงานเขตบางเขน ตรวจวัดได้ 67 มคก./ลบ.ม., เขตบึงกุ่ม ภายในสำนักงานเขตบึงกุ่ม ตรวจวัดได้ 65 มคก./ลบ.ม., เขตบางพลัด ภายในสำนักงานเขตบางพลัด 81 มคก./ลบ.ม., เขตราชเทวี บริเวณสำนักงานเขตราชเทวี ตรวจวัดได้ 70 มคก./ลบ.ม.
    อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายได้เกิดฝนตกในหลายเขต คาดว่าจะสามารถชะล้างฝุ่นละอองทำให้ เบาบางลงได้ 
ครม.งัด 3 มาตรการแก้ปัญหาฝุ่น
    ในการประชุมคณะรัฐมนตรีประจำสัปดาห์ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.เห็นชอบแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ที่จะมีแนวทางแก้ปัญหาใน 3 มาตรการ คือมาตรการที่ 1 การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ (การแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วนและในช่วงวิกฤติ) มาตรการที่ 2 การป้องกันและลดการเกิดมลพิษที่ต้นทาง (แหล่งกําเนิด) การแก้ไขปัญหาในระยะสั้นและระยะยาว และมาตรการที่ 3 การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการมลพิษ อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวได้มีการดำเนินการมาแล้วระยะหนึ่ง ซึ่งวิกฤติฝุ่น PM 2.5 ขณะนี้อยู่ในระยะก่อนเกิดวิกฤติ เพราะตัวเลขยังไม่ถึงขั้นวิกฤติ ทั้งนี้ ให้หน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงมหาดไทย (มท.) กรุงเทพมหานคร กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กระทรวงอุตสาหกรรม สํานักงานตํารวจแห่งชาติ (สตช.) และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ต้องร่วมกันรับผิดชอบและต้องปฏิบัติตามเมื่อเข้าสู่มาตรการขั้นต่างๆ
คมนาคมเล็งขึ้นภาษีรถก่อมลพิษ
    นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมเร่งดำเนินมาตรการลดฝุ่นละอองเป็นการเร่งด่วน 3 เรื่อง คือ รถ งานก่อสร้าง และการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ โดยในส่วนของรถ ให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ตรวจสอบสภาพและควันดำของรถโดยสารสาธารณะเข้มงวดมากขึ้น หากพบว่ารถคันใดไม่ผ่านหลักเกณฑ์การตรวจสภาพต้องสั่งห้ามวิ่งให้บริการเด็ดขาด จนกว่าจะมีการปรับปรุงแก้ไขให้ผ่านมาตรฐานแล้วจึงนำกลับมาให้บริการได้
    ส่วนโครงการก่อสร้าง ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการ อาทิ กรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ประสานงานกับผู้รับเหมาให้ติดตั้งจัดสเปรย์น้ำในพื้นที่ก่อสร้างทุกโครงการ เพื่อลดปริมาณฝุ่นละออง ส่วนการใช้ระบบขนส่งสาธารณะนั้น มีนโยบายให้ข้าราชการและพนักงานที่จำเป็นต้องเดินทางจากต่างจังหวัดเข้ากรุงเทพฯ หลีกเลี่ยงการใช้รถยนต์ โดยให้ใช้บริการขนส่งสาธารณะแทน เช่น รถไฟ รถทัวร์ เป็นต้น
    "นอกจากนี้ เตรียมหารือเกี่ยวกับการนำมาตรการด้านภาษีมาใช้กับรถที่ก่อมลพิษ เช่น รถที่ปล่อยควันดำหรือมีเกณฑ์ควันดำเกินมาตรฐาน จะต้องถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราที่สูงกว่ารถปกติที่ไม่ก่อมลพิษ ขณะเดียวกันก็จะลดภาษีหรือลดหย่อนค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนให้กับรถที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น รถยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น"
    มีรายงานว่า ขณะนี้กรมการขนส่งทางบกจะตรวจสอบสภาพรถและดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยจะตรวจวัดควันดำรถบรรทุกและรถโดยสารบนถนนสายหลักและสายรองใน กทม.และปริมณฑล เดือนละไม่น้อยกว่า 16 วัน พร้อมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก บก.จร. กทม. กรมควบคุมมลพิษ และผู้ประกอบการ ตรวจวัดควันดำรถบรรทุกและรถโดยสาร และอาจมีการปรับเวลาเดินรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไปเข้าเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้สอดคล้องกับสภาพการจราจรและการใช้รถใช้ถนนของประชาชนในปัจจุบัน โดยจะสามารถเดินรถได้หลังเวลา 24.00-04.00 น. 
ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศใน รร.
    ที่กระทรวงศึกษาธิการ นายไกรเสริม โตทับเที่ยง เลขานุการ รมว.กระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายพีระ รัตนวิจิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.), นายพีระพล พูลทวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) และนายประลอง ดำรงไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ร่วมแถลงข่าวการแก้ไขปัญหาสภาวะอากาศฝุ่นละออง หมอกควัน PM 2.5 สูงเกินค่ามาตรฐาน
    นายไกรเสริมกล่าวว่า เนื่องจากปริมาณฝุ่นที่สูงในช่วงสัปดาห์นี้ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ได้สั่งการให้อาชีวะดำเนินการจัดทำเครื่องกรองอากาศ เพื่อนำไปมอบให้กับโรงเรียนต่างๆ โดยจะเริ่มนำร่องโรงเรียนใน กทม.สังกัด สพฐ.ทั้ง 37 โรงเรียนก่อน จำนวน 1,000 เครื่อง เพื่อนำไปใช้ลดปริมาณฝุ่นในห้องเรียน โดยสามารถลดปริมาณฝุ่นได้เกินครึ่ง อนาคตจะขยายให้บริการในชุมชนหรือหน่วยงานภายนอก เพื่อจัดทำเป็นพื้นที่เซฟโซน และเตรียมผลิตเพิ่มเติมเพื่อรองรับเปิดเทอม 
    ด้านนายประลอง ดำรงไทย อธิบดี คพ. กล่าวว่า วันนี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ลดลง เนื่องจากมีฝนตกและอิทธิพลจากลมมรสุมจากฟิลิปปินส์ แต่ทุกภาคส่วนยังต้องหามาตรการรับมือต่อไป เนื่องจากในช่วงเดือนธันวาคม กรุงเทพฯ จะกลับมาเผชิญกับฝุ่นละออง PM 2.5 อีกครั้ง ซึ่งต้นเหตุเกิดจากควันรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล หากทุกคนช่วยกันลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว จะช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศได้
    “อุตุฯ บอกว่าจะมีฝนตกโดยมรสุมจากประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งจะช่วยหอบฝุ่นขึ้นชั้นบรรยากาศ อากาศเย็นจางลง ฝุ่นที่สะสมจะลอยขึ้นไป ถ้าเป็นไปตามสถานการณ์ที่กรมอุตุฯ รายงาน ตัวเลขฝุ่นก็จะลดลงจนกลับสู่ปกติ แต่จะกลับมาเจออีกในช่วงธันวาคมถึงมกราคม ซึ่งจะมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงมาตรการที่จะเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในวันนี้ด้วย” นายประลองกล่าว
กทม.ทดลองหอฟอกอากาศ
    พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์คุณภาพอากาศของระดับค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง ได้แก่ เขตบางขุนเทียน เขตปทุมวัน เขตธนบุรี เขตวังทองหลาง เขตดินแดง เมื่อหายใจเอาฝุ่นละอองเข้าไปจะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานของอวัยวะต่างๆ ลดลง เช่น ปอด หัวใจ เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ทางกรุงเทพมหานครได้เฝ้าระวังสถานการณ์ฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่องและมีมาตรการเชิงรุก โดยรณรงค์ให้เจ้าของรถหรือผู้ขับขี่หมั่นบำรุงรักษาและตรวจสภาพรถ ควบคุมการเผาในที่โล่ง ไม่เผาขยะ ส่งเสริมการใช้เตาลดมลพิษในการประกอบการอาหารปิ้งย่าง ปลูกต้นไม้เพิ่มเพื่อดักฝุ่นละอองและมลพิษอากาศ
    นายชาตรี วัฒนเขจร ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า บริษัท มาสเตอร์คูล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เสนอการติดตั้งหอฟอกอากาศ ซึ่งเป็นนวัตกรรมป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 เบื้องต้นจะติดตั้ง 1 เครื่องเร็วๆ นี้บริเวณใต้สถานี BTS สยาม ทางเข้าศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน หากได้ผลดีจะขอความร่วมมือภาคเอกชน โดยเฉพาะอาคารสูง, ห้างสรรพสินค้า และสถานที่จัดงานขนาดใหญ่ ติดตั้งต่อไป
    สำหรับหอฟอกอากาศ มีขนาดสูงประมาณ 4 เมตร กว้าง 1.5 เมตร ตัวเครื่องทําจากสเตนเลส หนักประมาณ 200 กก. ระบบการทำงานจะใช้หลักการดึงอากาศจากรอบตัวเครื่อง เพื่อกรองฝุ่น 2 ขั้นตอน และปล่อยอากาศบริสุทธิ์ทางด้านบน ซึ่งมีอัตราการสร้างอากาศบริสุทธิ์ไม่น้อยกว่า 17,000 ลบ.ม./ชม. ครอบคลุมพื้นที่ไม่น้อยกว่า 1,000 ตร.ม. ราคาประมาณ 5.3 ล้านบาทต่อเครื่อง ทั้งนี้ ในอนาคตคาดว่าจะติดตั้งหอฟอกอากาศในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น หรือพื้นที่ที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก จำนวน 24 หอ เช่น สถานีรถไฟฟ้าซอยอารีย์ แยกราชประสงค์ฝั่งพระพรหม แยกอโศก สถานีรถไฟฟ้าจตุจักร ช่องนนทรี เซ็นทรัลลาดพร้าว พร้อมพงษ์ เพลินจิต ศาลาแดง และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นอกจากนี้ กทม.เตรียมจัดซื้อรถพ่นละอองน้ำ จำนวน 6 คัน กระจายตามกลุ่มเขตละ 1 คัน ราคาคันละ 9 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ
ทบ.ช่วยฉีดน้ำลดฝุ่น
    พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบหมายให้หน่วยทหารของกองทัพบก ประสานกับจังหวัดและส่วนราชการที่รับผิดชอบร่วมกันดูแลประชาชน และแก้ไขปัญหาตามแนวทางของรัฐบาลโดยด่วน นอกจากนี้ ผบ.ทบ.ยังได้สั่งการให้หน่วยทหารจัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ออกตรวจสุขภาพ แจกจ่ายหน้ากากป้องกันฝุ่น พร้อมให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันโรคภัยที่เกิดจากฝุ่นละออง ในขณะเดียวกันกองทัพบกจะสนับสนุนรถบรรทุกน้ำและกำลังพลเพื่อออกปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ และจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ในการล้างทำความสะอาดพื้นที่และฉีดพ่นละอองน้ำ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นและลดฝุ่นละอองในอากาศ รวมทั้งจะใช้สื่อในเครือข่ายกองทัพบกประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนทันต่อข้อมูลความคืบหน้าของสถานการณ์ฝุ่นละออง คำแนะนำในการดูแลสุขภาพ รวมถึงจุดบริการของภาครัฐต่างๆ ด้วย จนกว่าสถานการณ์ฝุ่นละอองเกินมาตรฐานจะคลี่คลาย
    ส่วน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยได้กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเตรียมการแก้ปัญหาฝุ่นละออง เช่น ในเดือนพฤศจิกายนที่เข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยว จะต้องมีมาตรการในการจัดเก็บ แปรรูป และนำไปใช้ประโยชน์ ทั้งฟางข้าว อ้อย ข้าวโพด เพราะหากนำไปเผาจะทำให้เกิดปัญหาหมอกควันขึ้นอีก นอกจากนี้ ผวจ.จะต้องแจ้งข้อมูลให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานกระทรวงสาธารณสุขแจกหน้ากากอนามัยให้กับประชาชนด้วย.


เชื่ออะไรผมอย่างได้มั้ย? คือผมจะบอกว่า..... เห็นความ "ดิบ-กระแดะ-ด้าน" ของนักเรียน-นักศึกษาใต้ปฏิบัติการล้างสมองของสามสัสแล้ว ไม่ต้องห่วงกันไปหรอกว่า เมื่อพวกนี้โตขึ้น จะเป็นผู้เข้ามากำหนดอนาคตประเทศ

ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ