งงติดคุก‘ออสซี่’ ‘ธรรมนัส’โต้ลั่น 31เรียนจปร.ปี4


   

 "ธรรมนัส" งง! โต้ติดคุกออสเตรเลียปี 2531 ได้ไง ยังเป็นนักเรียนนายร้อยปี 4 สั่งทนายเช็กบิลคนปูดข้อมูลเท็จ ส่วนเรื่องวุฒิการศึกษาทำหนังสือไปถึงกระทรวงการต่างประเทศที่ประเทศต้นทางแล้ว แต่ "เสรีพิศุทธ์" ยันติดคุก 2 รอบจริง เวลาอาจจะขาดๆ เกินๆ เล็กน้อย จี้ลาออกจะได้ไม่ลามถึง "บิ๊กตู่" 

    เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์กรณีที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎรเตรียมเชิญไปให้ข้อมูลชี้แจงกรณีที่มีผู้ร้องให้ตรวจสอบคุณสมบัติและวุฒิการศึกษา รวมถึงจะต้องทำหนังสือไปสอบถามศาลออสเตรเลียว่าคดียาเสพติดมีทั้งปี 2531 และปี 2536 หรือไม่ ว่า ยังไม่ได้รับแจ้งหรือมีหนังสือจากสภา หากแจ้งมาก็ตอบไปไม่มีปัญหาติดขัดอะไร เพราะเห็นว่าเป็นการทำหน้าที่ตรวจสอบตามกลไกของสภา โดยได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายเป็นผู้ไปทำหน้าที่ชี้แจง
     "ขอย้ำปี 2531 ผมยังเป็นนักเรียนนายร้อยชั้นปี 4 อยู่เลย ไม่รู้ว่าคนที่มาระบุเอามาจากไหน ไม่ได้ศึกษาข้อมูลมาก่อนแล้วนำเอาไปเผยแพร่ต่อสาธารณะทำให้ผมเสื่อมเสียชื่อเสียง ขอให้คนที่ทำเตรียมตัวรอรับหมายได้เลย ให้รอรับผลการกระทำในเรื่องต่างๆ ซึ่งผมได้มอบหมายให้ทีมทนายไปดำเนินการทางกฎหมายเรียบร้อยแล้ว"
         ผู้สื่อข่าวถามว่า นอกจากฟ้อง พล.ต.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานกมธ.ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎรแล้ว จะฟ้องบุคคลที่นำข้อมูลไปเผยแพร่รวมถึงสื่อเพิ่มเติมหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ไม่ทำสื่อ สื่อไม่รู้เรื่อง และไม่คิดจะทำ ส่วนคนที่ให้ข้อมูลเท็จก็บอกให้ทีมทนายไปดำเนินการแล้ว
         “กำลังศึกษา เมื่อปี 31 ยังเป็นนายร้อยอยู่เลย จะไปติดคุกที่ประเทศออสเตรเลียได้อย่างไร พูดกันไปเรื่อย อยู่ๆ ก็มีข่าวไปพาดหัวหนังสือพิมพ์ ไม่ตรวจสอบกันเลย อีกทั้งเรื่องวุฒิการศึกษา ผมได้ทำหนังสือไปถึงกระทรวงการต่างประเทศที่ประเทศต้นทางแล้ว ไม่ต้องสิ้นเปลืองงบค่าเดินทาง ส่วนใครจะไปหาข้อมูลที่เมืองนอก ก็เป็นสิทธิตามหน้าที่ ทุกคนก็ต่างทำหน้าที่ใครหน้าที่มัน ไม่อยากยุ่งอะไร กมธ.เขามีหน้าที่พิสูจน์ อย่าไปวิพากษ์วิจารณ์กัน ส่วนผมไม่หนักใจ ผมจบปริญญาตรีนายร้อย” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว
    ด้าน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า คดีในปี 2531 เกิดขึ้นในช่วงที่ร.อ.ธรรมนัสเดินทางเป็นคณะไปประเทศออสเตรเลีย และไปพักที่โรงแรม ปรากฏว่าผู้ที่ร่วมคณะไปด้วยกันที่พักอยู่ห้องข้างๆ ร.อ.ธรรมนัสถูกตำรวจค้นเจอยาเสพติดในห้องพัก ทำให้ ร.อ.ธรรมนัสมีความผิดไปด้วยตามกฎหมายออสเตรเลียในข้อหาไม่แจ้งเบาะแสยาเสพติดในฐานะเพื่อนบ้าน ส่งผลให้ ร.อ.ธรรมนัสติดคุกอยู่ 8 เดือน 
    เมื่อพ้นโทษออกมาจะต้องถูกส่งตัวกลับประเทศไทย แต่ ร.อ.ธรรมนัสขออยู่ต่อ โดยวางเงินประกันไว้ แต่พอถึงเวลา ร.อ.ธรรมนัสกลับหนีจนถูกจับตัวได้ และส่งตัวกลับประเทศไทย จากนั้นพอปี 2536 ร.อ.ธรรมนัสเดินทางไปประเทศออสเตรเลียอีกครั้ง จึงถูกทางการออสเตรเลียจับตามอง เพราะมีประวัติอยู่ ในที่สุดจึงถูกจับอีกครั้ง และติดคุก 4 ปี ตามกระบวนการพรีบาร์เกนนิง ถ้าไม่เข้าสู่กระบวนการดังกล่าวอาจติดคุกนานกว่านั้น เท่ากับว่า ร.อ.ธรรมนัสติดคุกที่ออสเตรเลีย 2 ครั้ง แต่เวลาที่มาชี้แจงในสภา ร.อ.ธรรมนัสพยายามโยงทั้งสองกรณีให้มาเป็นเรื่องเดียวกัน
    ผู้สื่อข่าวถามว่า ร.อ.ธรรมนัสระบุว่า ช่วงปี 2531 ยังเรียนอยู่ เป็น จปร.รุ่น 36 จะถูกจับได้อย่างไร พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ตอบว่า เวลาอาจจะขาดๆ เกินๆ เล็กน้อย แต่ยืนยันได้ว่า ร.อ.ธรรมนัสติดคุกที่ออสเตรเลียจริง และข้อมูลดังกล่าวที่มีอดีตผู้สื่อข่าวแจ้งข้อมูลต่อ กมธ.นั้น เป็นข้อมูลที่มีน้ำหนักหนักแน่นเชื่อถือได้แน่นอน เพียงแต่ กมธ.จะต้องไปเอาหลักฐานเพิ่มเติมจากศาล อัยการ กรมราชทัณฑ์ของออสเตรเลียมาประกอบให้มีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น  
    "เรื่องนี้ถ้า ร.อ.ธรรมนัสลาออกถือว่าจบ เพราะถือว่าขาดคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรี เนื่องจากเคยติดคุก เรื่องจะไม่ลามไปถึงพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล แต่ถ้าปล่อยให้กระบวนการพิจารณาของ กมธ.ดำเนินการไปจนแล้วเสร็จ พล.อ.ประยุทธ์ต้องร่วมรับผิดชอบด้วย ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ให้คนขัดคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรี"
    พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัสระบุถูกหลอกลวงเรื่องวุฒิการศึกษาปริญญาเอกปลอม เหมือนที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ตั้งข้อสังเกตนั้น เชื่อว่านายสมชัยคงไม่กล้าพูดตรงๆ แต่ในฐานะเป็นตำรวจ ดูแล้วเชื่อว่า ร.อ.ธรรมนัสเป็นตัวการ เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่าไม่ได้เรียนปริญญาเอก ไม่ได้ทำวิทยานิพนธ์จริงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด แต่กลับนำวุฒิปริญญาเอกมาแสดงต่อ กกต.และหาเสียงว่าจบ ดร.
    นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ตรวจสอบ ร.อ.ธรรมนัส แถลงผลประชุมว่า ที่ประชุมจะส่งหนังสือไปยังหน่วยงานของประเทศออสเตรเลีย เพื่อขอข้อมูลประกอบการพิจารณา คือ 1.รายละเอียดของคำพิพากษาในคดีที่เกี่ยวข้องกับ ร.อ.ธรรมนัส จากศาลแขวงและศาลอุทธรณ์รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย 2. ร.อ.ธรรมนัสถูกจำคุกจริงหรือไม่ พร้อมรายละเอียด อาทิ ช่วงระยะเวลา ซึ่งจะขอจากกรมราชทัณฑ์ ประเทศออสเตรเลีย 3.กรณีที่กันร.อ.ธรรมนัสไว้เป็นพยาน ตามขั้นตอนของพรีบาร์เกนนิง  
    และ 4.รายละเอียดของคดีจากอัยการและตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดี ทั้งนี้ คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะนำเสนอรายละเอียดและส่งหนังสือไปยังหน่วยงานดังกล่าวของประเทศออสเตรเลีย ผ่านกระทรวงการต่างประเทศและสถานทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย
    นายธีรัจชัยกล่าวอีกว่า สำหรับเบาะแสที่ได้รับข้อมูลจากผู้สื่อข่าวสัญชาติไทยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นคดีที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2531 และถูกจำคุกเป็นเวลา 8 เดือนนั้น อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานและพยานก่อนจะสรุปข้อเท็จจริงอีกครั้ง และเป็นคนละเรื่องและคนละคดีกับที่ศาลประเทศออสเตรเลียมีคำพิพากษาปี 2538 ซึ่งมีข้อมูลที่เชื่อได้ และอนุ กมธ.ฯ พร้อมตรวจสอบต่อไป 
    อย่างไรก็ตาม คดีเมื่อปี 2531 นั้น ล่าสุดมีนายตำรวจยศนายพลจำนวน 3 คนลงนาม เพื่อยืนยันข้อมูลว่าเป็นข้อเท็จจริงด้วย ส่วนการเดินทางไปประเทศออสเตรเลียนั้น คาดว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน ภายหลังจากที่เดินเรื่องด้านเอกสารแล้วเสร็จ.


ขอโทษที............ จู่ๆ ผมหายต๋อม บางท่านอาจตำหนิ ที่ไม่บอกกล่าวอะไรกันเลย ตามประสา "ชราชน" น่ะครับ ปุปปับ พรรคพวกต้องหามเข้าโรงพยาบาล นอนดูน้ำเกลือหยด ติ๊ก..ติ๊ก..อยู่ ๔ คืน

คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'