"ไทยเบฟ"เตรียม 7,000 ล้าน ลุยตลาดเครื่องดื่มอาเซียน


เพิ่มเพื่อน    

4 ต.ค. 2562 นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำเครื่องดื่มครบวงจรของภูมิภาคอาเซียน ทั้งในกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และนอนแอลกอฮอล์ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของวิสัยทัศน์ 2020 หรือปี 2563 โดยเตรียมเงินลงทุนสำหรับงบประมาณประจำปี 2563 ที่ 7,000 ล้านบาท ยังไม่รวมการควบรวมกิจการ โดยผลการดำเนินธุรกิจในปีหน้าจะนับเป็นฐานของการสร้างการเติบโตในอนาคต หรือภายใต้วิสัยทัศน์ 2025 ในปี 2568

สำหรับตลาดที่มองว่ามีศักยภาพคงเป็นซีแอลเอ็มวี ประกอบด้วย กัมพูชา สปป. ลาว เมียนมา และเวียดนาม ซึ่งมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างดี รวมถึงตลาดในบางประเทศ ยังมีช่องว่างให้บริษัทได้เข้าไปทำธุรกิจ อย่างที่ผ่านมาก็ได้เข้าไปลงทุนธุรกิจเบียร์ในเวียดนาม หรือไซง่อนเบียร์ เบื้องต้นมองว่าอาจมีการนำเข้ามาจำหน่ายในไทย แต่อยู่ระหว่างการศึกษา เนื่องจากไทยเบฟเองก็มีสินค้ากลุ่มเบียร์ค่อนข้างครอบคลุมและหลากหลายในปัจจุบัน ส่วนเบียร์ช้างได้มีการวางจำหน่าย "ช้าง 25 ปี โคลด์ บริว ลาเกอร์" เพื่อฉลอง 25 ปี เพื่อเข้ามาสร้างความคึกคักให้ตลาดเบียร์

ส่วนธุรกิจสุราก็มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง โดยในไทยได้เปลี่ยนขวดใหม่พร้อมการพิมพ์นูนคำว่า "รวงข้าว" ลงไปบนขวด ขณะที่สุราสีหงส์ทอง ก็จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ขนาด 1 ลิตร นอกจากนี้ในตลาดเมียนมากับแกรนด์รอยัล ยังมียอดขายทะลุ 10 ล้านลังในช่วงที่ผ่าน เป็นผลมาจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และกระจายสินค้าอย่างต่อเนื่อง

นายเลสเตอร์ ตัน ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และผู้บริหารสูงสุด สายธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ในประเทศไทย บมจ.ไทยเบฟ กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาสินค้าใหม่ที่ทำมาจากข้าว ถั่ว ธัญพืช และถั่วเหลือง เพื่อมาตอบโจทย์เทรนด์ของตลาดที่มีแนวโน้มได้รับความนิยมมากขึ้น ควบคู่ไปกับการมองหาตลาดใหม่ๆ จากที่ผ่านมาจะมีความแข็งแกร่งในไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งเติบโตมาเยอะแล้ว การขยายตัวในปัจจุบันอาจไม่มาก จึงเป็นปัจจัยที่มองว่าต่องขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ เพื่อสร้างโอกาสขายให้มากขึ้น

นางนงนุช บูรณะเศรษฐกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด สายธุรกิจอาหาร ประเทศไทย บมจ. ไทยเบฟ กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจอาหารยังสร้างการเติบโตต่อเนื่อง ทั้งการขยายสาขาใหม่ 59 สาขา ควบคู่ไปกับการทำตลาดและสร้างแบรนด์ ขณะเดียวกันยังออกสินค้าใหม่ เพราะเป็นปัจจัยที่ทำให้ลูกค้าอยากลองสินค้ากันมากขึ้น และยังเพิ่มบริการเดลิเวอรี่ในการตอบสนองความสะดวกให้กับผู้บริโภคยุคนี้อีกด้วย


สภาปลุกเสก "๓ พ.ร.ก. ๑.๙ ล้านล้าน" มา ๕ วัน บ่ายวาน (๓๑ พ.ค.๖๓) ก็ประสิทธิเมฉบับที่ ๑ ........"พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา, เยียวยา, ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ๑ ล้านล้าน

เมื่อ "ทัวร์ลง" เดือนพฤษภา.
"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้