ฝากขัง'มาหะมะรอมือลี'อุสตาซคดีบึ้ม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้-ซุ่มยิง 2 อาสา


   

4 ต.ค 62 -ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายพงศธร อินอำนวย พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) คุมตัวนายมาหะมะรอมือลี สาแม อายุ 56 ปี ครูสอนศาสนา (อุสตาซ) โรงเรียนรุ่งอรุณวิทยา ใน จ.สตูล ชาว จ.ยะลา ผู้ต้องหาตามหมายจับเลขที่ 87/2548 ลงวันที่ 7 ม.ค. 2548 ข้อหาร่วมกันใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อแบ่งแยกราชอาณาจักรหรือยึดอำนาจปกครองในส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งราชอาณาจักร อันเป็นความผิดฐานกบฏ, สะสมกำลังพลหรืออาวุธตระเตรียมการอื่นใดหรอสมคบกันเพื่อเป็นกบฏหรือกระทำความผิดใดๆ อันเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเพื่อเป็นกบฏหรอรู้ว่ามีผู้จะเป็นกบฏแล้วกระทำการใดเป็นการช่วยปกปิดไว้, ใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการใดอันก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต หรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อร่างกาย กระทำการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของรัฐ หรือน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างสำคัญ การกระทำนั้นได้กระทำโดยมีความมุ่งหมายเพื่อขู่เข็ญหรือเพื่อสร้างความปั่นป่วนโดยให้เกิดความหวาดหวั่นในหมู่ประชาชน อันเป็นลักษณะการกระทำผิดฐานก่อการร้าย, สะสมกำลังพลหรืออาวุธจัดหาหรือรวบรวมทรัพยสินหรือรับการฝึกการก่อการร้าย สมคบกันเพื่อก่อการร้ายหรือกระทำความผิดใดๆ อันเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเพื่อก่อการร้าย มาฝากขังครั้งแรกมีกำหนด 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 4-15 ต.ค. 2562

คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า ผู้ต้องหาได้ร่วมกับผู้ต้องหาอื่นๆ ในคดีนี้ กระทำความผิดโดยร่วมกันเป็นกลุ่มบุคคล ร่วมกรรมดำเนินการเป็นขบวนการและมีวัตถุประสงค์แบ่งแยกดินแดนใน 5 จังหวัดชายแดนใต้คือ นราธิวาส ยะลา ปัตตานี สตูล และสงขลา มีการวางแผนและดำเนินการในลักษณะใช้วิธีการกระทำความผิดร่วมใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อแบ่งแยกราชอาณาจักรหรือยึดอำนาจปกครองในส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งราชอาณาจักรอันเป็นความผิดฐานกบฏ จากการสอบสวนข้อเท็จจริงคือการสืบสวนสอบสวนติดตามอาวุธปืนและคนร้ายในคดีปล้นปืนของทางราชการจำนวน 4 คดี ซึ่งเป็นคดีพิเศษมีอาวุธปืนที่ถูกปล้นจำนวน 4 ครั้ง รวม 478 กระบอก ยังไม่สามารถติดตามคืนได้ เหตุปล้นปืนทั้ง 4 คดีดังกล่าวเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับขบวนการแบ่งแยกดินแดนในจังหวัดชายแดนใต้ มีนายสะแปอิง บาซอ ครูใหญ่โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ เป็นหัวหน้าขบวนการแบ่งแยกดินแดน เกี่ยวข้องกับการปล้นอาวุธปืนของทางราชการ รวมทั้งก่อคดีความไม่สงบที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้อีกหลายคดี

โดยมีพยานซึ่งเป็นสมาชิกในขบวนการให้การสนับสนุนจำนวนหลายปาก และในทางสอบสวนเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดอาวุธปืนชนิด เอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก มาตรวจสอบพิสูจน์แล้วเป็นปืนที่ถูกปล้นไปจากกองพันพัฒนาที่ 4 อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส และการยึดอาวุธปืนชนิด เฮชเค 33 จำนวน 1 กระบอก เมื่อได้ตรวจพิสูจน์แล้วพบว่า เป็นปืนที่ปล้นมาจากอุทยานบางลาง อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา จากการวิเคราะห์ผลการซักถามบุคคลจำนวนหลายร้อยคนยืนยันว่ามีขบวนการแบ่งแยกดินแดนจริงใช้ชื่อว่า บีอาร์เอ็น โค-ออร์ดิเนต (BRN co-ordinate) ในการสอบสวนพบว่า เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันคือปี 2545 เกิดเหตุ 51 ครั้ง, ปี 2546 เกิดเหตุ 54 ครั้ง, ปี 2547 เกิดเหตุ 496 ครั้ง โดยเฉพาะในปี 2547 พบว่ามีการลอบยิงประมาณ 600 ครั้ง มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตและบาดเจ็บ 136 คน กำนันผู้ใหญ่บ้าน 30 คน เจ้าหน้าที่รัฐอื่นๆ 120 คน

จากการตรวจพิสูจน์ปลอกกระสุนในที่เกิดเหตุพบว่า มีการนำอาวุธปืนกระบอกเดียวกันมาใช้ก่อเหตุตามสถานที่ต่างๆ ชี้ให้เห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวมีกลุ่มบุคคลที่ได้ร่วมกันวางแผนเป็นขั้นเป็นตอนในการดำเนินการอย่างเป็นขบวนการ เริ่มตั้งแต่มีการจัดตั้งมวลชน ปลุกระดม ปลูกฝังแนวความคิดโดยนำประวัติศาสตร์บางตอนและคำสอนของศาสนามาบิดเบือนในการใช้ปลุกระดม นำความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐมาอ้างเป็นเงื่อนไข จากการสอบสวนพบว่ากระบวนการดังกล่าวได้มีการวางแผนมาเป็นเวลานานเป็นแผนบันได 7 ขั้น เพื่อไปสู่การแบ่งแยกดินแดน ได้ใช้โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาโรงเรียนปอเนาะและตาดีกาในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส ใช้บังหน้าและแฝงตัวใช้เป็นฐานในการปฏิบัติการเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย

แกนนำของขบวนการ ได้แก่ นายสะแปอิง บาซอ, นายอดุลย์ มูณี, นายการียา ยะลาแป, นายแวยูโซะ แวดือราแม และ นายหีพนี มะเร๊ะ โดยเป็นผู้ร่วมกันกำหนดนโยบายเช่น การปล้นอาวุธปืนของทางราชการ ตามนโยบายของกลุ่มที่ว่า "ปืนของรัฐคือปืนของเรา" การทำลายพืชผลทางการเกษตรและการวางนโยบายว่า หากสมาชิกคนใดจะถอนตัวออกจากขบวนการ หรือให้ข้อมูลกับทางราชการ หรือไปเป็นพยานให้กับทางราชการ แกนนำของขบวนการจะมีคำสั่งให้ฆ่าบุคคลดังกล่าว

พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้สืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ทุกชนิด ทั้งจากพยานหลักฐานเดิมที่ได้มีแนวทางในการสืบสวนไว้ จากหน่วยงานต่างๆ ของเจ้าหน้าที่รัฐและคดีสำคัญๆ ที่เกิดขึ้นที่สามารถแสดงได้ว่าเป็นการกระทำของกลุ่มบุคคล ซึ่งการกระทำเป็นขบวนการและมีวัตถุประสงค์พิเศษซึ่งเป็นเรื่องของกบฏ ก่อการร้าย อังยี่ ซ่องโจร รวมถึงการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานใหม่ มีพยานหลักฐานที่พิสูจน์ข้อเท็จจริงแห่งคดีในความผิดที่กล่าวหา ในคดีนี้ได้ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเห็นว่า นายมะหะมะรอมือลี สาแม ผู้ต้องหา เป็นผู้จัดตั้งมวลชนแนวร่วมเป็นกองกำลังจัดการประชุม เพื่อหาผู้ที่จะเข้าเป็นแนวร่วมของกระบวนการโดยการปลุกระดม เผยแพร่อุดมการณ์ชาตินิยม โดยบิดเบือนคำสอนในศาสนาเป็นผู้ที่มีความคิดรุนแรงในอุดมการณ์ชาติปัตตานี

โดยเมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2562 เวลาประมาณ 10.00 น.เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ติดตามจับกุมตัวนายมะหะมะรอมือลี สาแม ผู้ต้องหาได้ที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาไม่ขอให้การใดๆ ทั้งนี้ การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากอยู่ระหว่างการรอผลตรวจประวัติอาชญากรรมของผู้ต้องหา ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงขอศาลฝากขังผู้ต้องหารายนี้

อนึ่งผู้ต้องหารายนี้มีหมายจับตั้งแต่ปี 2548 และมีการประกาศให้เงินรางวัลผู้นำจับจากหน่วยงานรัฐตั้งแต่ปี 2551 เชื่อว่าผู้ต้องหาทราบถึงการถูกออกหมายจับมาโดยตลอดแต่ได้หลบหนี ในระหว่างหลบหนีได้กระทำการในลักษณะเดียวกันกับความผิดในคดีนี้อยู่อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน พบว่าเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2562 มีกลุ่มบุคคลลอบวางระเบิดและซุ่มยิงเจ้าหน้าที่อาสาสมัครชุดคุ้มครองตำบลนาประดู่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ขณะปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยครูโรงเรียนควนปะ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 2 คนและได้รับบาดเจ็บ 4 คน จากการสืบสวนสอบสวนพบว่า ผู้ต้องหาเป็นผู้ร่วมดำเนินการด้วยการเป็นคนจัดหาโทรศัพท์และซิมการ์ด ให้ผู้ก่อเหตุไปใช้ในการวางระเบิด ทั้งนี้ หากผู้ต้องหาขอปล่อยชั่วคราวพนักงานสอบสวนคดีพิเศษขอคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีและไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานได้

ศาลพิจารณาคำร้องแล้วสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ไม่ปรากฏว่า มีญาติหรือทนายความของนายมาหะมะรอมือลี ผู้ต้องหา ยื่นคำร้องและหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวผู้ต้องหาไปคุมขังไวัที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพต่อไป


ดูไว้.....ไม่เสียหลาย การชุมนุมอันยืดเยื้อของ อาตี๋ อาหมวย ฮ่องกง จากค้านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน มาเป็นให้คนฮ่องกงเลือกผู้นำของตนเอง เพราะคนฮ่องกงไม่ใช่คนจีน 

ธนาธร:ไก่อ่อนเผยอเป็นอินทรี
ความพิเศษของ "บิ๊กแดง"
อย่าลืม...เรามีนัดกัน "๒๑ ตุลา."
อนุทิน 'อย่าห้าวริมปากเหว'
เมื่อ 'อนาคตใหม่' ผิดแผน
อย่าให้เป็น 'วิกฤติตุลาการ'