3รัฐมนตรีตอกย้ำพร้อมแบน3สารพิษ


   

 "อนุทิน" ติดเทอร์โบลุยแบน 3 สารเคมีเกษตร เมินหมาเห่าแต่ไม่กัด เด็ก "สุริยะ" ยัน รมว.อุตฯ จุดยืนชัดไม่เอาพาราควอต กรมวิชาการเกษตรแจงยิบเงื่อนไขยกเลิก ปชป.เต้นขู่ฟ้องปั้นข่าวเท็จเอกชนล็อบบี้ การันตี "เฉลิมชัย" ต้านใช้สารพิษ องค์กรต้านโกงบี้เปิดเผยการลงมติ คกก.วัตถุอันตราย 

    เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการยกเลิกการใช้ 3 สารเคมีอันตราย คือ พาราควอต, ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส ที่กำลังเป็นประเด็นในสังคมขณะนี้ว่า การจะแบนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการลงมติของคณะกรรมวัตถุอันตราย ซึ่งมีทั้งสิ้น 29 คน เป็นส่วนผสมจากหลายหน่วยงาน ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข มีสัดส่วนอยู่ที่ 3 คน ขณะที่ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ดูแลกรมวิชาการเกษตร ก็มีคนเข้าไปนั่งเป็นคณะกรรมการเช่นกัน ซึ่งเมื่อตนและ น.ส.มนัญญามีจุดยืนอย่างไร ตัวแทนต้องคิดเห็นตามนั้น แต่คณะกรรมการคนอื่นจะคิดเห็นอย่างไรตนไม่ทราบ
    ทั้งนี้ ในการลงมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายนั้น ทางกระทรวงสาธารณสุขอยากให้ดำเนินการอย่างเปิดเผย ให้สาธารณชนรู้กันไปเลยว่าใครแบนสารพิษ ใครสนับสนุนสารพิษ ในส่วนของคณะรัฐมนตรี ทั้งนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ล้วนมีเจตนารมณ์ไม่เอาสารพิษ
    รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุขกล่าวว่า ได้รับข้อมูลจากบุคลากรในกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่าสารพิษเหล่านี้เมื่อฉีดลงไปแล้วจะตกค้างอยู่ตามส่วนต่างๆ ของพืช และไหลลงดิน เมื่อมีฝนตก น้ำจะชะลงแม่น้ำ กระจายไปสร้างผลกระทบในพื้นที่อื่น ผู้ที่ได้รับสารพิษมีชีวิตที่ทุกข์ทรมาน บางครั้งไปตรวจตามโรงเรียนพบว่าเด็กๆ ได้รับสารพิษ ที่ผ่านมามีการอธิบายว่าต้องใช้ต่อเพราะเป็นสารที่มีราคาถูกกว่า ขอถามกลับว่า แล้วชีวิตคนสำคัญหรือไม่ ส่วนใครที่เสนอว่าต้องค่อยๆ เลิกใช้นั้น ตนไม่ต้องการต่อรองอะไรทั้งนั้น ชีวิตคนมีค่าที่สุด
    “งานนี้ไม่มี ต. มีแต่ ง. กับ ก. ซึ่ง ง. คือ เงิน และ ก. คือ เกียรติยศ หลักการทำงานของผมคือเกียรติยศ เพราะทำให้ยิ้มได้ มีความสุข ตราบนานเท่านาน เงินมี เดี๋ยวก็หมดไป ส่วนเรื่องการข่มขู่ ให้ถือคติว่าหมาเห่าไม่กัด สำหรับเรื่องสุขภาพของคนไทย คุณภาพชีวิตของคนไทย มันไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว เร่งเครื่องติดเทอร์โบชนเลย เอาให้รู้เรื่อง” นายอนุทินระบุ
    นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขยืนยันมาตลอดว่าขอให้มีการยกเลิกการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ตั้งแต่สมัย ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร เป็น รมว.สาธารณสุข จนถึงตอนนี้นายอนุทินก็ยืนยันอะไรที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน กระทรวงสาธารณสุขยอมไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้รับรายงานกรณีที่มีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงที่ทำเรื่องสารเคมีอันตรายถูกข่มขู่ แต่ยืนยันว่าข้อมูลผลกระทบด้านสุขภาพนั้น กระทรวงมีการเก็บข้อมูลจริง เราไม่ได้ไปฟังแค่คำพูดใคร หรือหยิบเอาข้อมูลที่ส่งต่อกันทางโซเชียลมีเดียมาพูด
         พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยได้รับหนังสือจากเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง ให้ชี้แจงกรณีที่เผยแพร่ข้อมูลผลกระทบด้านสุขภาพที่เกิดจากการใช้สารเคมีในภาคเกษตรทั้ง 3 ชนิดว่าเป็นข้อมูลที่มีการยืนยันจริงหรือไม่ ซึ่งขอยืนยันว่าข้อมูลที่มีการเผยแพร่ผ่านกรมอนามัย เป็นข้อมูลที่ชัดเจน ได้เก็บข้อมูลมาตลอด
ยันสุริยะไม่เอา 3 สารพิษ
    ทางด้านนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า รมว.อุตสาหกรรมมีจุดยืนชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับการมีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อชีวิตประชาชน และเมื่อมีการปนเปื้อนออกไปสู่สิ่งแวดล้อมระยะยาว ทำให้เป็นอันตรายตายผ่อนส่ง อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อถกเถียงอยู่ว่ายังมีความจำเป็นใช้ในภาคการเกษตรอยู่หรือไม่ ทั้งนี้ กรมวิชาการเกษตรเป็นตัวแทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยู่ในคณะกรรมการวัตถุอันตราย จะต้องศึกษาและมีความชัดเจนว่าต้องการอย่างไร จะจำกัดการใช้ 3 สารเคมี หรือควบคุมไม่ให้ใช้เลย คณะกรรมการวัตถุอันตรายสามารถลงมติได้ทันที เพราะกระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานอื่นๆ พร้อมอยู่แล้วที่จะทำตาม เพราะกระทรวงเกษตรฯ จะเป็นหน่วยงานที่ทราบรายละเอียดต่างๆ ดีที่สุด
     ส่วนที่สังคมยังมีความสับสนว่า กระทรวงอุตสาหกรรมมีบทบาทหน้าที่ในการยกเลิกการใช้ 3 สารเคมีมากน้อยเพียงใดนั้น นายสรวุฒิกล่าวว่า คณะกรรมการวัตถุอันตรายประกอบด้วยตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ 29 คน หลักๆ มาจากตัวแทนหน่วยงานภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และจากหน่วยงานและกระทรวงอื่นๆ ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรมมีเพียง 3 คนเท่านั้น และหลังจากวันที่ 27 ต.ค.2562 พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2562 คณะกรรมการฯ จะลดจาก 29 คน เหลือ 27 คน
    น.ส.เสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ชี้แจงว่า หลักเกณฑ์และเงื่อนไขกรณีที่จะยกเลิกการใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตรไม่ว่าจะเป็นชนิดก็ตาม ต้องใช้ข้อมูลทางวิชาการพิจารณาในประเด็นต่างๆ ได้แก่ ข้อมูลความเป็นอันตรายต่อมนุษย์ มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างชัดเจน ข้อมูลการตกค้างพบว่ามีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม เป็นสารที่มีพิษเฉียบพลันสูง และเป็นอันตรายต่อมนุษย์และสัตว์ได้ง่าย เป็นสารที่อยู่ภายใต้อนุสัญญาระหว่างประเทศ และมีสารใช้ทดแทนที่เหมาะสม
       ดังนั้น เมื่อกรมวิชาการเกษตรได้พิจารณาภายใต้ข้อมูลทางวิชาการที่ชัดเจนตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว ก็จะเสนอคณะกรรมการวัตถุอันตรายเพื่อประกาศเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 คือห้ามผลิต นำเข้า ส่งออก และขาย เพื่อออกประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตรายต่อไป โดยปัจจุบันกรมวิชาการเกษตรได้เสนอห้ามใช้วัตถุอันตรายไปแล้ว 98 ชนิด โดยมีเหตุผล ได้แก่ เป็นสารที่อาจก่อให้เกิดมะเร็ง มีพิษตกค้างนาน ทำให้เกิดพิษสะสมในดินได้นาน และเป็นสารที่ทำให้ตัวอ่อนในครรภ์ผิดปกติ 
    นอกจากนี้ เพื่อเป็นการเฝ้าระวังความเป็นอันตรายของวัตถุอันตรายทางการเกษตรที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน กรมวิชาการเกษตรได้แต่งตั้งคณะทำงานดำเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายที่ต้องเฝ้าระวัง โดยมีหลักเกณฑ์การจัดวัตถุอันตรายเข้าอยู่ในรายการเฝ้าระวัง ได้แก่ เป็นสารที่มีพิษเฉียบพลันสูง เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสัตว์ได้ง่าย มีข้อมูลว่าเป็นสารที่มีพิษเรื้อรัง และเป็นผลร้ายต่อมนุษย์และสัตว์ทดลอง 
       รวมทั้งเป็นสารที่อยู่ภายใต้อนุสัญญาระหว่างประเทศ เช่น อนุสัญญารอตเตอร์ดัม โดยสารที่อยู่ภายใต้อนุสัญญานี้ต้องมีการแจ้งก่อนการนำเข้า อนุสัญญาสตอกโฮล์ม ซึ่งสารที่อยู่ภายใต้อนุสัญญานี้เป็นสารที่มีความเป็นพิษตกค้างในสิ่งแวดล้อมยาวนาน และพิธีสารมอนทรีออล โดยสารที่อยู่ภายใต้อนุสัญญานี้เป็นสารที่ทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน นอกจากนี้ยังเป็นสารที่มีพิษตกค้างสะสมในสิ่งมีชีวิตและถ่ายทอดได้ในห่วงโซ่อาหาร เป็นสารที่สลายตัวยาก และมีความคงทนในสภาพแวดล้อม เป็นสารที่เป็นอันตรายอย่างรุนแรงต่อพืชหรือสัตว์ที่เป็นประโยชน์ และเป็นสารที่ถูกห้ามใช้ หรือเฝ้าระวัง หรือจำกัดการใช้ในต่างประเทศ 
       "ปัจจุบันกรมวิชาการเกษตรมีวัตถุอันตรายที่อยู่ในบัญชีที่ต้องเฝ้าระวังตามหลักเกณฑ์การพิจารณาดังกล่าวแล้วรวม 18 ชนิด ซึ่งพาราควอต, ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส ก็ถูกจัดรวมอยู่ด้วย โดยหากคณะกรรมการที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายมีมติประการใดเกี่ยวกับวัตถุอันตราย กรมวิชาการเกษตรก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามทุกประการ" อธิบดีกรมวิชาการเกษตรระบุ
ปชป.ปัดเอกชนล็อบบี้ขู่ฟ้อง
    นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวบริษัทสารเคมีรายใหญ่ล็อบบี้พรรคประชาธิปัตย์ไม่ให้ยกเลิก 3 สารเคมีเกษตรว่า เป็นการโจมตีใส่ร้าย และเป็นกระบวนการบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ประเด็นทางการเมือง อีกทั้งยังเป็นการกล่าวอ้างพาดพิงลอยๆ หากผู้ที่กล่าวอ้างพาดพิงมีข้อมูลหลักฐานที่แน่ชัด ต้องกล้าออกมาเปิดเผยรายละเอียดดังกล่าว ไม่ใช่เพียงกล่าวอ้างโดยไม่มีพยานหลักฐาน เพื่อทำให้พรรคประชาธิปัตย์ได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ หากยังมีการกล่าวอ้างพาดพิงพรรคประชาธิปัตย์ทำให้ได้รับความเสียหายอีก ทางพรรคพร้อมจะดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุดต่อไป
    “นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้ตอบคำถามชัดเจนและยืนยันมาตลอดว่าไม่เห็นด้วยที่จะยอมให้ประชาชนได้รับอันตรายจากสารพิษ ซึ่งสารเคมีทั้ง 3 ชนิดนี้ก็เป็นสารเคมีที่เป็นอันตรายแก่ประชาชนอย่างมาก แต่ยังมีความพยายามบิดเบือนเพื่อให้เกิดความเสียหายในทางการเมือง ขณะนี้ตามหลักการกระบวนการทางกฎหมายอยู่ในกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง เมื่อคณะกรรมการวัตถุอันตรายยังไม่มีมติยกเลิกการใช้สารเคมี กระทรวงเกษตรฯ จึงยังต้องบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ระบุ
         วันเดียวกัน องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย ) ACT ออกแถลงการณ์สนับสนุนให้รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า เห็นควรให้ยกเลิกการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายร้ายแรงทั้ง 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต, คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า รัฐบาลมิได้เพิกเฉยต่อชีวิตและสุขภาพของคนไทยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ พร้อมทั้งเสนอแนวทางให้ดำเนินการเพิ่มเติม เพื่อความโปร่งใสและมิให้เกิดข้อกังวลใจของทุกฝ่าย 3 ข้อ ดังนี้ 
    1.ขอให้รัฐบาลได้พิจารณาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรที่อาจได้รับความเดือดร้อน หากยกเลิกการใช้สารเคมีดังกล่าว 2.ขอให้ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องประกาศนโยบายในประเด็นนี้อย่างชัดเจน ให้ประชาชนและผู้แทนของกระทรวงที่ปฏิบัติหน้าที่ในคณะกรรมการวัตถุอันตรายได้รับทราบตรงกัน 3.ในการลงมติครั้งนี้ของ 
“คณะกรรมการวัตถุอันตราย” ควรกระทำโดยเปิดเผยต่อสาธารณะ และในกรณีที่กรรมการคนใดเห็นควรให้มีการใช้สารพิษเหล่านี้ต่อไป ก็ให้กรรมการผู้นั้นแสดงเหตุผลให้สังคมทราบ เพราะเรื่องนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตและสุขภาพของผู้คนอย่างรุนแรง จึงเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่ประชาชนทุกคนจะได้รับรู้ความจริงที่เกิดขึ้น
    นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" ในหัวข้อ “เปิดเบื้องหลัง ยื้อแบนพาราควอต” ตอนหนึ่งว่า วันนี้กรมวิชาการเกษตรถูกครอบงำด้วยทุนต่างชาติ แต่ปัญหานี้ไม่คิดว่า รมว.เกษตรฯ จะรู้เรื่อง เพราะนายเฉลิมชัยเป็นคนประชาธิปัตย์รุ่นเก่า ที่ทำงานโดยพึ่งพาข้าราชการเป็นตัวกำหนด นายเฉลิมชัยให้สัมภาษณ์ว่าไม่มีปัญหาในการแบนสารพิษ พร้อมจะเซ็นได้ทุกเมื่อถ้าคณะกรรมการฯ เสนอมติมา พูดแบบนี้เป็นการพูดแบบเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น ในข้อเท็จจริงนายเฉลิมชัยรู้ว่าคณะกรรมการฯ จะไม่มีวันเสนอให้แบนสารพิษนี้ เพราะฉะนั้นนายเฉลิมชัยไม่น่าจะมานั่งในตำแหน่งนี้ เพราะว่าทำงานตามระบบราชการเป๊ะๆ และนี่เป็นปัญหาใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย
       "ต้องขออนุญาตครับ ท่านสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เขาว่ากันว่า คือมีคนเปรียบเทียบพวกท่านว่าเป็นแมลงสาบ เพราะแมลงสาบมันตายยาก แต่เขากำลังบอกว่าตอนนี้พาราควอตกำลังจะทำให้แมลงสาบตายทั้งรัง นี่ก็เป็นคำที่เขาพูดกัน ซึ่งนายเฉลิมชัย ต้องปรับตัวเสียใหม่ เพราะถ้าไม่ปรับตัวเสียใหม่ อย่าว่าแต่จะตายยกรังเลย จะสูญพันธุ์จนกระทั่งพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีวันฟื้น" นายสนธิระบุ
       นายสนธิยังได้กล่าวชมเชย น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่มีนโยบายชัดเจนว่าจะต้องยกเลิกการใช้สารพิษทั้ง 3 ชนิดภายในสิ้นปี 2562 รวมถึงนายสุริยะที่บอกว่าต้องแบนสารพิษ และกำลังจะเรียกอธิบดีต่างๆ เข้าประชุม มาบอกว่านี่คือนโยบาย ต้องชมเชยเช่นกัน ส่วนนายอนุทินนั้น เรื่องการแบนสารพิษเป็นผลงานที่โดดเด่น พูดชัดเจนว่ากระทรวงสาธารณสุขไม่เอา  
    "ตอนนี้เลยกลายเป็น 3 ต่อ 1 เหลือนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ที่ยังมัวเต้นช่าช่าช่าอยู่ เดินหน้า 3 ก้าว ถอยหลัง 3 ก้าว ไม่จริงไม่จังเสียที ดังนั้นผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์หลายคนที่มีความคิดที่ดี น่าจะกดดันให้มากขึ้น หรือถ้ายังไม่มีความชัดเจนจากนายเฉลิมชัย ต่อไปก็อย่าไปเลือกประชาธิปัตย์ อย่าเลือกเด็ดขาด ไม่ว่าจะในกรณีใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าฯ กทม. เพราะว่าเลขาธิการพรรค ปฏิบัติตนไม่รักประชาชน ไม่จริงใจกับประชาชน" อดีตแกนนำพันธมิตรฯ กล่าว.
    
 


ผม "หายไป" ด้วยท้องไส้ไม่สบายซะหลายวันแต่วันนี้ ๒๑ ตุลาไม่หายก็ต้องหาย เพราะเป็นวันครบรอบอีกขวบของไทยโพสต์ ยังไงๆ ก็ต้องเอาหน้ามาเจอกัน ที่สำคัญ........

'ทอน' ไม่รู้! แล้วจะรอดหรือ
ธาตุแท้อนาคตใหม่
งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก
'ความเมือง' ในไทยยุคที่ ๓
อย่าให้ฝ่ายแค้นแหกตา
ธนาธร:ไก่อ่อนเผยอเป็นอินทรี