บิ๊กปชป.ลุยซอ่ มนครปฐม สัปดาห์หน้าลุ้นชะตานวัธ


   

 "บิ๊กตู่" ส่ง "แรมโบ้อีสาน" รับเรื่องร้องทุกข์ประสานม็อบ พร้อมช่วยโต้แย้งประเด็นการเมือง "เลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 5 นครปฐม" เริ่มคึกคัก "ปชป." ขนชุดใหญ่ช่วย "สุรชัย" หาเสียง "ไพรัฏฐโชติก์" ฟุ้งกระแส "อนค." ดี "กกต." ยื่นศาล รธน.วินิจฉัยสถานภาพ "นวัธ" ลุ้นพิจารณาสัปดาห์หน้า "เชาว์" ซัด "กกต." ขี้ขลาด ไม่กล้าฟันธงสถานะ ส.ส.ขอนแก่น 

    ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 4 ต.ค. นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายให้อยู่ในบังคับบัญชาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางมาทำเนียบรัฐบาลโดยได้ทักทายกับบรรดาผู้สื่อข่าวพร้อมแนะนำตัวอย่างเป็นกันเอง ว่าได้รับมอบหมายให้มาช่วยงานที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล เพื่อดูแลเกี่ยวกับงานด้านความเดือดร้อนของประชาชน โดยจะคอยเป็นคนรับหนังสือจากพี่น้องประชาชนหลายๆ กลุ่มที่เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนหรือขอความเป็นธรรมต่อรัฐบาล 
    "เชื่อว่างานดังกล่าวเป็นงานที่หนักพอสมควร เพราะในแต่ละวันมีกลุ่มผู้ที่มายื่นจำนวนมาก และหลายกลุ่ม รวมทั้งยังได้รับมอบหมายให้ช่วยชี้แจงประเด็นทางการเมือง เสริมงานของโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในบางโอกาสอีกทางหนึ่งด้วย" นายสุภรณ์กล่าว
    ส่วนความคืบหน้าการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 5 จ.นครปฐม เพื่อแทนตำแหน่งที่ว่าง ในวันพุธที่ 23 ต.ค.2562 ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.นั้น ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน กล่าวว่า เพื่อให้ลูกจ้างสามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้อย่างอิสระตามบทบัญญัติ มาตรา 50 (7) รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 จึงได้สั่งการให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ออกประกาศวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา ขอความร่วมมือสถานประกอบกิจการ นายจ้าง อนุญาตให้ลูกจ้างที่ทำงานอยู่ในสถานประกอบกิจการในพื้นที่ข้างต้นที่มีสิทธิเลือกตั้งไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามวันเวลาดังกล่าว 
    ที่พรรคประชาธิปัตย์ มีการแจ้งกำหนดการหาเสียงช่วยผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นครปฐม เขต 5 ของพรรคคือ นายสุรชัย อนุตธโต เบอร์ 3 ระหว่างวันที่ 5-6 ต.ค. ภายใต้แคมเปญว่า "รวมพลคนประชาธิปัตย์" ร่วมเป็นกำลังใจให้ “สุรชัย อนุตธโต” คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อม นครปฐม เขต 5 กับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ และชูสโลแกน "ประเทศไทยเดินหน้าทันที" 
    โดยในวันเสาร์ที่ 5 ต.ค. เวลา 09.00-09.30 น. นายจุรินทร์เป็นประธานปล่อยขบวนรถแห่ ณ ศูนย์ประสานงานพรรคประชาธิปัตย์ เขต 5 นครปฐม ร้านอาหารส้มแก้ว ถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี หลังจากนั้นเดินทางไปหาเสียงที่ตลาดน้ำดอนหวาย ต.บางระทึก ตลาดนัดวัดเทียนดัด ต.บ้านใหม่ หมู่บ้านเทียนดัดวิลเลจ ต.บ้านใหม่ ตามลำดับ ส่วนวันอาทิตย์ที่ 6 ต.ค. นัดพบที่วัดนักบุญเปโตร ต.ท่าข้าม หลังจากนั้นพบพี่น้องชาวคริสตจักร วัดนักบุญเปโตร ต. ท่าข้าม หลังพิธีมิสซา เดินหาเสียงในตลาดนัดหน้าวัดนักบุญเปโตร ต.ท่าข้าม ชุมชนท่าข้าม หมู่ที่ 1, หมู่ที่ 2, หมู่ที่ 4, หมู่ที่ 5 ต.ท่าข้าม
    เช่นเดียวกับ นายไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร ผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.เขต 5 จ.นครปฐม พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) หมายเลข 6 พร้อมทีมงาน เดินแนะนำตัวและหาเสียงกับประชาชน ต.คลองใหม่ อ.สามพราน แบบเคาะประตูบ้านเข้าหา เข้าถึง 
    "วันนี้ยิ่งเดินกระแสตัวบุคคลยิ่งดี ประกอบกับกระแสพรรคทำให้เราทำงานง่ายขึ้น สิ่งที่เราได้พบและประชาชนระบายความรู้สึกกับเรา เพื่ออยากให้เราช่วย คือเรื่องเศรษฐกิจ ทุกวันนี้เศรษฐกิจแย่มาก และอีกเรื่องสำคัญมากคือทุกคนบอกเลยว่าเบื่อลุง ไม่อยากได้ลุง และเมื่อไหร่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จะมาเป็นนายกฯ” นายไพรัฏฐโชติก์กล่าว
    ที่ศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่นำคำร้องกรณีปัญหาสถานภาพ ส.ส.ของนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.เขต 7 จ.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย (พท.) สิ้นสุดลงหรือไม่ จากเหตุศาลจังหวัดขอนแก่นมีคำพิพากษาประหารชีวิตในคดีฆ่าปลัดจังหวัด และมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวระหว่างยื่นอุทธรณ์มายื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว หลังที่ประชุม กกต.พิจารณาและมีมติส่งเรื่องดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคท้าย ที่กำหนดให้ กกต.มีอำนาจในการยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ในกรณีที่ กกต.เห็นว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภาคนใดคนหนึ่งมีเหตุสิ้นสุดลงตามวรรคหนึ่ง ให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยตามวรรคหนึ่งได้ด้วย
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าว ทำให้มีการถกเถียงกันว่า นายนวัธสิ้นสภาพการเป็น ส.ส.หรือยัง ประกอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 98 ที่กำหนดลักษณะต้องห้ามในการใช้สิทธิ์สมัคร ส.ส.ไว้ว่า (6) ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายศาล แต่ขณะที่มาตรา 101 ที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกสภาพ ส.ส.สิ้นสุดลงเมื่อ (13) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก แม้จะมีการรอการลงโทษ เว้นแต่เป็นการรอการลงโทษในความผิดลหุโทษ จึงมีการโต้แย้งว่านายนวัธจะสิ้นสภาพ ส.ส.ก็ต่อเมื่อเป็นคำพิพาษาถึงที่สุดโดยศาลฎีกา
    "ต้องรอลุ้นว่าศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณารับหรือไม่ ในการประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญสัปดาห์หน้า" แหล่งข่าวระบุ
    อย่างไรก็ดี นายเชาว์ มีขวด ทนายอาสา และอดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊ก Chao Meekhuad เรื่อง "สถานภาพ ส.ส. "นวัธ" คือความขี้ขลาดของ กกต." เนื้อหาระบุว่า เมื่อวันที่ 3 ต.ค. กกต.มีมติให้ส่งเรื่องสมาชิกภาพของนายนวัธให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ผมเคยแสดงความเห็นตั้งแต่วันแรกที่ศาลมีคำพิพากษาให้ประหารชีวิตก่อนคำสั่งร้องขอประกันตัว หากไม่ได้รับการประกันตัว หรือศาลไม่สั่งคำร้อง ต้องถูกควบคุมตัวตามคำสั่งศาล ทำให้สิ้นสภาพความเป็น ส.ส.ทันที ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 ประกอบมาตรา 98 (6) เนื่องจากเข้าข่ายลักษณะต้องห้าม "ต้องคำพิพากษาให้จำคุก และถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล" โดยไม่จำต้องรอให้คดีถึงที่สุด
    นายเชาว์กล่าวว่า หลายวันที่ผ่านมีหลายคนออกมาให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ส.ส.นวัธสิ้นสมาชิกภาพไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ไม่จำเป็นต้องไปตีความอะไรให้วุ่นวายเสียเวลาอีก แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ กกต. กลับไม่กล้าฟันธง ทั้งๆ ที่จะต้องจัดเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน นับจากวันที่ตำแหน่งว่างลง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 102 ประกอบมาตรา 105 (1) ซึ่งนับจากวันที่นายนวัธถูกคุมขังจะครบกำหนดในวันที่ 8 พ.ย.นี้ 
    "การที่ กกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแทน นอกจากสะท้อนถึงความขี้ขลาด ไม่กล้าหาญในการปฏิบัติหน้าที่แล้ว ยังขัดกับสิ่งที่กำหนดไว้ในคุณสมบัติสำคัญตามมาตรา 12 พ.ร.ป.กกต. ว่าผู้ที่จะได้รับการสรรหาเป็น กกต. ต้องมีความกล้าหาญในการปฏิบัติหน้าที่ จริงอยู่ว่าการส่งศาลรัฐธรรมนูญมีข้อดีในการสร้างบรรทัดฐานที่ชัดเจนโดยปราศจากการโต้แย้ง และรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสี่ เปิดช่องให้ กกต.ส่งศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดได้ แต่ต้องเป็นกรณีมีเหตุอันควรสงสัย แต่ข้อกฎหมายมีความชัดเจนอยู่ในตัว ไม่จำเป็นต้องตีความอะไรให้ยุ่งยากเสียเวลาอีก" นายเชาว์กล่าว
    เขากล่าวว่า การถูกหมายขังโดยมีหมายศาลยืนยันและถูกควบคุมตัวจริงเหมือนกับกรณีตายมีใบมรณบัตรยืนยัน หรือกรณีลาออกมีหนังสือลาออกยืนยันมีชัดเจนอยู่ในตัวแล้ว ไม่จำต้องตีความ หากนายนวัธเห็นว่ายังมีสถานะหรือสมาชิกภาพอยู่ ก็เป็นเรื่องของนายนวัธที่จะต้องไปโต้แย้งคัดค้านเอง กกต.อย่าไปเกรงกลัวว่าจะถูกฟ้องร้องเหมือนกับที่เคยทำมาในอดีต กรณีความคลุมเครือเกี่ยวกับสถานะเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐหรือไม่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในตอนต้น กกต.ยังฟันธงโดยไม่รอศาลรัฐธรรมนูญว่า ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ มีคุณสมบัติที่จะอยู่ในบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐได้ แต่กับกรณีนี้ท่านกลับไม่กล้าใช้ดุลพินิจ ซึ่งอาจทำให้ผู้คนเขาตั้งคำถามได้ว่ามาตรฐานของกกต.อยู่ตรงไหน ถ้าเป็นแบบนี้เราจะมี กกต.ไว้ทำไม.