เพื่อแม้วโวยรัฐบาลสร้างความสบสนให้ปชช. กล่าวหาฝ่ายค้านอยากแก้รธน.มาตรา1


   

5 ต.ค 62 - นพ.ชลน่าน  ศรีแก้ว  รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย  กล่าวว่า การที่กอ.รมน.แจ้งความดำเนินคดีมาตรา 116 กับบรรดาหัวหน้าพรรคและนักวิชาการที่ไปรณรงค์ในการร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จังหวัดปัตตานีนั้นถือเป็นความพยามยามในการรักษาอำนาจของคณะผู้ก่อการยึดอำนาจเพราะเป็นที่ยอมรับว่าผู้มีอำนาจมีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าในการที่จะสืบทอดอำนาจและส่งต่ออำนาจผ่านทางรัฐธรรมนูญ   แม้อำนาจของคสช.จะหมดไปตามรัฐธรรมนูญ แต่คณะผู้มีอำนาจมีการเตรียมการไว้ โดยส่งต่ออำนาจคสช.ไปที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในหรือ กอ.รมน.  พร้อมกับมีการเพิ่มอำนาจและงบประมาณให้กับกอ.รมน.เพื่อดำเนินการได้อย่างเต็มที่ ข้อหาดังกล่าวทางผู้มีอำนาจ มีไว้เพื่อกำจัดนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม และนักวิชาการฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล รวมทั้งนักการเมืองหลายคน เคยโดนฝ่ายความมั่นคง แจ้งข้อกล่าวหานี้เมื่อครั้งที่ที่มีการแจกขันแดงให้ชาวบ้านไว้เล่นน้ำช่วงสงกรานต์  

นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า จากพฤติกรรมของฝ่ายรัฐบาล ที่พยายามสร้างความสับสนแก่ประชาชนและการปฏิบัติการทางการข่าวเพื่อสร้างกระแสในสังคม ว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะแก้รัฐธรรมนูญในมาตร 1และมาตรา 2  การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่เลวร้ายมาก ทั้งนี้พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยืนยันมาตลอดว่าการรณรงค์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีความชัดเจนมาตลอดว่าไม่แก้ในมาตรา 1 และมาตรา 2 ซึ่งเป็นข้อห้ามในรัฐธรรมนูญ ดังนั้นแก้ไม่ได้อยู่แล้ว การพยายามสร้างกระแสให้เกิดความปั่นป่วนในสังคม ถือว่าปฏิบัติการด้านการข่าวที่รัฐพยายามสร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชน  เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติอย่างแท้จริง 

“อยากให้มีหน่วยงานไหนแจ้งความเอาผิดรัฐในการสร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชนเป็นที่ทราบกันว่ารัฐบาลพยายามที่จะไม่ให้มีการเคลื่อนไหวในการรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ  เพราะรัฐบาลจะเสียประโยชน์  ทั้งนี้เพราะหากแก้รัฐธรรมนูญสำเร็จแผนยึดอำนาจประเทศไทย 20 ปีจะเสียของ ดังนั้นคณะผู้ยึดอำนาจจึงยอมไม่ได้” นพ.ชลน่าน กล่าว.


ขอโทษที............ จู่ๆ ผมหายต๋อม บางท่านอาจตำหนิ ที่ไม่บอกกล่าวอะไรกันเลย ตามประสา "ชราชน" น่ะครับ ปุปปับ พรรคพวกต้องหามเข้าโรงพยาบาล นอนดูน้ำเกลือหยด ติ๊ก..ติ๊ก..อยู่ ๔ คืน

คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'