7พรรคฝ่ายแค้นเอาคืน ฟ้อง‘กอ.รมน.’แจ้งเท็จ


   

 แกนนำ 7 พรรคฝ่ายแค้นแจ้งความกลับ กอ.รมน. ฐานแจ้งความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน "สุทิน" ด่าฐานจิตของคนมีอำนาจในปัจจุบันยังไม่ได้เปลี่ยนไป เผยคนนั่งเวทีเดียวกับ "ชลิตา" ไม่ห้ามเพราะฟังไม่ทัน หรืออาจจะไม่คาดคิดว่าจะถึงขั้นแบ่งประเทศ เตรียมเล่นงาน "บิ๊กตู่" ร้อง 157 ละเว้นไม่ยอมแก้รัฐธรรมนูญ

    กรณีที่ พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจ้งความร้องทุกข์เมื่อวันที่ 3 ต.ค. กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปัตตานี ให้ดำเนินคดีกับบุคคลรวม 12 คน ที่อยู่ใน 7 พรรคฝ่ายค้าน ซึ่งจัดเสวนา “พลวัตแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ปัตตานี มีเนื้อหายุยง ปลุกปั่นเมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา 
    นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า มาตรา 116 ใช้เอาผิดได้ทุกสมัย ไม่ใช่เฉพาะยุคคณะรักษาความสงงบแห่งชาติ (คสช.) เท่านั้น ต้องดูที่ว่าการแจ้งความจะฟังขึ้นหรือไม่ เพราะมีข้อหาในกฎหมายอยู่ สมัยไหนก็แจ้งความได้ทุกมาตรา 
    ผู้สื่อข่าวถามว่า การแสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 1 ของรัฐธรรมนูญ จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 116 หรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่า ไม่ขอให้ความเห็น แต่ทุกคนอย่าไปทำให้มันมีเรื่อง จะออกความเห็นอะไรก็ตาม ถนอมปากถนอมคำกันไว้บ้าง เพราะมาตรานี้มันละเอียดอ่อน และทุกคนก็รู้ว่าการไปพูดเรื่องนี้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มันละเอียดอ่อน ส่วนที่ฝ่ายค้านจะแจ้งความกลับกับผู้ที่แจ้งความดำเนินคดีนี้นั้น ก็ทำได้ทั้งนั้น 
    นายมุข สุไลมาน กรรมการบริหารพรรคประชาชาติ  1 ใน 12 คนที่ถูกแจ้งความ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า การกล่าวโทษว่าผิดกฎหมายมาตรา 116  ถือว่าเป็นความผิดที่สาหัส ถึงขั้นประหารชีวิต หรือติดคุกตลอดชีวิต แสดงว่าในประเทศไทยไม่มีใครสามารถที่จะแสดงออกอะไรเลย กลายเป็นยุคมืดที่อยู่ภายใต้ครอบงำของอำนาจที่เกินกว่าเหตุ แล้วความหวังของประเทศไทยที่จะให้สังคมยอมรับเป็นไปไม่ได้ บ้านเมืองจะเดินไปข้างหน้าไม่ได้ มีแต่จะถอยหลัง ถ้าอยู่อย่างนี้นานๆ บ้านเมืองก็จะยิ่งแย่ ประชาชนก็ลำบาก    
    "อย่าลืมว่า ณ วันนี้ เราไม่ได้อยู่ในแบบสมัยโบราณ วันนี้ทั่วประเทศเปิดกว้าง ความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าสังคมโลกไม่ยอมรับแล้ว สมมุติว่าเสมือนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรมเชื่อถือไม่ได้ หรืออำนาจรัฐมากดขี่ประชาชน ไม่สามารถแสดงออกได้ เชื่อว่าประเทศไทยจะอยู่ประเทศชาติต่างๆ ไม่ได้" นายมุขกล่าว
แจ้งกลับ "พรศักดิ์" 
    ขณะที่นายสุพจน์ อาวาส โฆษกพรรคประชาชาติ เปิดเผยว่า วันที่ 6 ต.ค. เวลา 14.00 น. แกนนำ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน อาทิ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ, นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.), นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ จะเดินทางไปที่กองบัญชาการกองปราบปราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ พล.ท.พรศักดิ์ ในความผิดฐานแจ้งความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวน ทำให้ได้รับความเสียหาย ฐานแจ้งความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาต่อพนักงานสอบสวนเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษ และฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามความผิดกฎหมายอาญา มาตรา 137, 172, 174, 326 และ 328 ขณะที่นักวิชาการซึ่งถูกแจ้งความดำเนินคดีด้วยนั้นจะไม่ฟ้องกลับ แต่ขอต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป
    นายสุทิน คลังแสง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อมีการใช้มาตรา 116 มาดำเนินคดี ก็เป็นการทำลายบรรยากาศ เป็นการข่มขู่ความคิดสร้างสรรค์ที่พยายามจะแก้ไขได้พังลง ซึ่งดูมูลความจริงแล้วไม่น่าจะคิดไปเลยเถิดถึงขนาดนั้น ทั้งๆ ที่ตนดูแล้วนักวิชาการก็พูดภายใต้รัฐธรรมนูญ เป็นเจตนาบริสุทธิ์ ไม่ได้ชี้ว่าจะต้องแก้ ทำให้หลายคนต้องหยุดความคิด ไม่กล้าที่จะเสี่ยง ประชาชนที่บริสุทธิ์ใจก็ไม่อยากเสี่ยง ถ้ามีเรื่องมีราวกันง่ายขนาดนี้ก็อาจจะต้องลาหรือถอยไป เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นในยุคนี้ 
    "การดำเนินคดีครั้งนี้เป็นการสะท้อนว่ากระบวนการการใช้อำนาจไม่ได้แตกต่างจากการใช้อำนาจเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว ผมคิดว่าโดยฐานจิตของคนมีอำนาจในปัจจุบันยังไม่ได้เปลี่ยนไป 4-5 ปีเป็นอย่างไร วันนี้ก็ยังคิดเหมือนเดิม และพยายามพลิกแพลงหากฎหมายหรือมาตรการมาเล่นงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ คงจะต้องมีมาตรการอะไรคืนบ้าง เพราะถ้าปล่อยไปแบบนี้เลย เชื่อว่าการคุกคามจะมีเรื่อยๆ ง่ายเกินไป ถ้าการที่ประชาชนออกมาเคลื่อนไหวและถูกมาตรา 116 ง่ายขนาดนี้ ไม่น่าจะใช่บ้านเมืองเรา"
     เมื่อถามว่า มีการให้ความเห็นว่าเนื่องจากนักการเมืองที่อยู่บนเวทีไม่มีการห้ามปราม จึงต้องมีการแจ้งความดำเนินคดีกันทั้งหมด นายสุทินตอบว่า คนบนเวทีวันนั้นฟังไม่ทัน หรืออาจจะไม่คาดคิด หรือคิดก็ไม่คิดว่าจะผิดอะไรขนาดนั้น เชื่อว่าเขาไม่ได้มีเจตนาให้ท้ายหรือยุยง ไม่คิดถึงขั้นแบ่งราชอาณาจักรแบ่งประเทศ การจัดเวทีเสวนาต่างๆ ต้องทำตามรัฐธรรมนูญตามกฎหมาย ไม่มีอะไรอยู่เหนือรัฐธรรมนูญ 
    นายสุทินกล่าวว่า ผ่านมาได้ยังไม่ถึง 2 เดือน พล.อ.ประยุทธ์ กลับมีท่าทีว่าจะไม่แก้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการให้นักกฎหมายศึกษาว่าจะมีกฎหมายหรือมาตราใดที่จะเอาผิดได้หรือไม่ อาจจะเป็นมาตรา 157 เพราะการแถลงนโยบายถือเป็นคำมั่นสัญญา แต่กลับไม่ดำเนินการ นับว่าเป็นการโกหกสภา โกหกประชาชน ส่วนเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องนี้มีแน่นอน 
อ้างต้องเรียกสอบเพราะมีคนร้อง
    นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงการเรียก พล.ต.บุรินทร์ชี้แจงต่อกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ว่ามีข้อร้องเรียนจากประชาชน ตรงนี้มีกลุ่มนักศึกษาและประชาชนที่ถูก พล.ต.บุรินทร์แจ้งความตลอด 5 ปี เขาทำหนังสือร้องมาที่กรรมาธิการที่ตนเป็นประธาน ซึ่งตนนำเรื่องบรรจุเข้าระเบียบวาระ ในท้ายที่สุดต้องสอบข้อเท็จจริง ซึ่งก็หนีไม่พ้นเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจง เป็นอำนาจของคณะกรรมาธิการตามรัฐธรรมนูญตามข้อบังคับ ไม่มีเกินกรอบกฎหมายแน่นอน 
    ผู้สื่อข่าวถามว่า ในแง่หนึ่งคนรู้สึกว่าเป็นการเอาคืนหรือไม่ เพราะฝ่ายรัฐก็ใช้กลไกของเขาแบบนี้ เราก็มีกลไกของฝ่ายค้านที่สามารถเรียกเข้ามาให้ข้อมูลแบบนี้ได้ นายปิยบุตรกล่าวว่า ตนไม่ได้เป็นคนริเริ่ม แต่เรื่องดังกล่าวมีคนมาร้อง หากมีคนมาร้องแล้วตนไม่ทำอะไรเลย ก็เป็นการละเว้นเหมือนกัน 
    "ผมก็อยากทราบว่าท่านอ่านมาตรา 116 อย่างไรถึงไปฟ้องเขาไปทั่ว อย่างกรณีที่ไปฟ้องร้องงานที่จังหวัดปัตตานี อ่านอย่างไรมันก็ไม่เข้ามาตรา 116 แล้วท่านไปฟ้องทำไม สุดท้ายใครก็ได้ที่ไปฟ้องอย่างนั้นหรือ กฎหมายเป็นเครื่องมือในการอำนวยความยุติธรรม หรือเป็นเครื่องมือนำมาใช้กลั่นแกล้งในทางการเมืองกันแน่ ในฐานะที่ท่านเป็นข้าราชการสังกัดกระทรวงกลาโหม ควรระมัดระวัง และยืนยันว่าการเชิญมาชี้แจงเป็นการดำเนินการตามกลไกของสภา เมื่อก่อนก็ทำเป็นเรื่องปกติ นอกจากนั้นยังมี พ.ร.บ.ให้อำนาจคณะกรรมาธิการฯ เรียกด้วย ใครไม่มามีโทษ ยืนยันคณะกรรมาธิการชุดนี้ไม่ทำอะไรในข่ายที่ไปกลั่นแกล้งคนอื่นแน่นอน" นายปิยบุตรกล่าว 
    นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า ปกติตนชื่นชมนายปิยบุตรว่าเป็น ส.ส.ที่มีคุณภาพและคุณค่าคนหนึ่งในสภา แต่ในประเด็นนี้นายปิยบุตรควรทบทวนให้ดีก่อน และถ้านายปิยบุตรจะดำเนินการต่อ ผมเชื่อว่ากรรมาธิการในชุดนี้หลายท่านน่าจะไม่เห็นด้วย
    นพ.ระวีกล่าวต่อว่า ในส่วนของ พล.ต.บุรินทร์นั้น แม้ว่าจะไม่ได้ฟังคำพูดในเวทีวันนั้น แต่ที่ผ่านมาจุดยืนของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านได้แถลงมาโดยตลอดว่า ต้องการแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ยกเว้นหมวด 1 และ 2 ดังนั้นจึงคิดว่า พล.ต.บุรินทร์ควรจะพิจารณาฟ้องเฉพาะผู้ที่กระทำผิดจริง และผู้ที่ได้สนับสนุนคำพูดของนางชลิตา บัณฑุวงศ์ อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่เสนอให้แก้ไขมาตรา 1 ให้ราชอาณาจักรไทยสามารถแบ่งแยกได้ ส่วนคนที่ไม่ได้พูดประเด็นนี้ก็ควรจะถอนฟ้อง จะได้ไม่เป็นการใช้อำนาจทางกฎหมายมาสกัดการแก้รัฐธรรมนูญของฝ่ายค้าน อย่างไรก็ตาม หาก พล.ต.บุรินทร์ยังยืนยันว่าจะฟ้องหว่านแหทั้ง 12 คนโดยไม่มีหลักฐานที่เพียงพอ ก็จะถูกพรรคร่วมฝ่ายค้านฟ้องกลับตามกระบวนการกฎหมายได้เช่นกัน
เตือน "ปิยบุตร" 
    นพ.ระวีกล่าวต่อว่า ส่วนนางชลิตาก็ถือว่ามีอิสระในการเสนอความคิดเห็นในฐานะนักวิชาการ แต่ถ้าเป็นการเสนอความคิดเห็นที่ผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดี ทั้งนี้ ตนไม่เห็นด้วยที่จะมีการแบ่งแยกราชอาณาจักรไทยที่บรรพบุรุษได้เสียสละชีวิต เลือดเนื้อต่อสู้รักษาความเป็นชาติไทยมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ที่มหาอำนาจในอดีตได้ใช้ความป่าเถื่อนมาแบ่งแยกดินแดนสยามไปอย่างมากมาย สร้างความเจ็บช้ำใจให้กับคนไทย ตนไม่ทราบว่านางชลิตาลืมเหตุการณ์เหล่านี้ในประวัติศาสตร์ไปหรือไม่ จึงมาเสนอความคิดเห็นแบบนี้ 
    “ส่วนการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดภาคใต้ ทำได้หลายแนวทาง ผมไม่เห็นด้วย และไม่ยินยอมที่จะแก้ปัญหาโดยการแบ่งแยก 4 จังหวัดภาคใต้ออกจากราชอาณาจักรไทยโดยเด็ดขาด” นพ.ระวีกล่าว
    เมื่อถามถึงประเด็นที่หลายพรรคการเมืองเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นพ.ระวีกล่าวว่า เห็นด้วยที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในบางประเด็นที่ไม่เหมาะสม และตนเป็นคนหนึ่งที่ลงมติสนับสนุนให้มีการเลื่อนญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญในสภา ที่จะมีการอภิปรายเมื่อเปิดประชุมสภาในสมัยที่ 2 ต้นเดือน พ.ย.นี้
    นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า พรรคประชาธิปัตย์จุดยืนชัดเจนมาโดยตลอดว่าไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะยังมีประเด็นที่จะต้องมีการแก้ไข และเรื่องดังกล่าวก็เป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญที่พรรควางไว้ในการเข้าร่วมรัฐบาล เราชัดเจนรื่องนี้มาโดยตลอด เพราะ 1.เราไม่รับรัฐธรรมนูญ 2.พรรคได้ผลักดันจนเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา และ 3.พรรคเสนอเป็นญัตติต่อสภาให้มีการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ
    เขากล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้นับหนึ่งให้กับกระบวนการทั้งหมดแล้ว ส่วนที่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเป็นจุดเริ่มต้นในการแก้ไข ตนเห็นว่าความชัดเจนในเรื่องนี้ปรากฏตั้งแต่รัฐบาลยอมบรรจุเรื่องดังกล่าวเป็น 1 ใน 12 เรื่องเร่งด่วน ในการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาแล้ว 
    นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงกรณีที่ฝ่ายรัฐบาลพยายามสร้างกระแสโจมตีการรณรงค์แก้รัฐธรรมนูญของพรรคร่วมฝ่ายค้านว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวด 1 และหมวด 2 ของรัฐธรรมนูญว่า เป็นความพยายามของฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล มีเจตนาที่ไม่สุจริต รวมทั้งต้องการสร้างความสับสนในสังคม และปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยกของคนในชาติ ทั้งนี้ฝ่ายค้านชัดเจนมาตลอดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่แตะในหมวดดังกล่าว
         การกระทำเช่นนี้ของรัฐบาลเป็นการเล่นเกมทางการเมือง ที่หวังโจมตีพรรคร่วมฝ่ายค้านเท่านั้น อยากให้ไปดูในร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่พรรคร่วมฝ่ายค้านนำเสนอไปต่อรัฐบาลและเปิดเผยต่อสาธารณะและประชาชน บนเวทีรณรงค์ที่จัดขึ้นมาทั้ง 4 ภาคของประเทศไทยมีความชัดเจนมาตลอดว่าไม่มีความต้องการที่จะแก้
สุมหัวแก้รัฐธรรมนูญ
         นายชูศักดิ์กล่าวด้วยว่า แน่นอนเป็นความพยายามที่จะไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะรัฐบาลได้รับประโยชน์จากรัฐธรรมนูญตั้งแต่เลือกตั้ง จนถึงการได้มาซึ่งความเป็นรัฐบาลและหวังต่อท่ออำนาจในอนาคต ดังนั้นจำเป็นที่จะต้องสร้างกระแสให้ประชาชนเชื่อให้ได้ว่าฝ่ายค้านจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ ดังนั้นฝ่ายค้านจึงจำเป็นที่จะต้องทำงานให้หนักขึ้น เพื่ออธิบายกับประชาชนให้ทราบเจตนาที่แท้จริงของพรรคร่วมฝ่ายค้าน
    ที่ห้องประชุมริมน้ำ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน จัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสครบรอบ 43 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ในงาน "สู่รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน" โดยเวลา 15.10 น. เป็นการเสวนาหัวข้อ “พรรคการเมืองกับการแก้รัฐธรรมนูญ” 
    นายสุทิน คลังแสง ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนับว่ามีปัญหา ไม่มีความเป็นประชาธิปไตย ไม่ศักดิ์สิทธิ์ ที่แม้แต่รัฐบาลยังไม่คิดจะทำตาม อย่างเช่น 1.การถวายสัตย์ปฏิญาณที่มีการถวายไม่ครบ 2.การแถลงนโยบายข้อ 12 เรื่องเร่งด่วนคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ไม่ทำ บอกว่ายังไม่ถึงเวลา นี่คือแถลงนโยบายแล้วไม่ทำตาม แต่ไม่มีใครทำอะไรได้ 
    ดังนั้นนับว่ารัฐธรรมนูญมีปัญหาที่ผู้มีอำนาจไม่ใส่ใจ อะไรที่ช่วยในการมีอำนาจก็ปฏิบัติตาม อะไรที่ไม่ช่วยให้มีอำนาจก็ไม่ปฏิบัติตาม หรือเรียกว่ารัฐธรรมนูญเป็นคู่มืออำนาจของรัฐบาล ดังนั้นต้องมีการแก้ไข โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชน เพราะลำพัง 7 พรรคการเมืองไม่สามารถเดินเดี่ยวได้ วิธีการคือต้องมีการตั้ง ส.ส.ร. ซึ่งมีที่มาจากประชาชน และนำมาสู่การจะได้รับความเห็นชอบจาก ส.ส. และ ส.ว.ที่ต้องการ 84 เสียง ว่านี่คือความต้องการของประชาชน ไม่ใช่ของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งเท่านั้น 
    ขณะที่ พ.ต.ท.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า วันนี้ประชาชนของประเทศไทยยังมีคุณภาพชีวิตที่ไม่ดี บ้านเมืองยังไม่เป็นประชาธิปไตย ที่ผ่านมารัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุด เรายังไม่ได้ร่าง ขณะเดียวกัน รัฐบาลที่ดีที่สุดก็ยังไม่ได้เกิด การที่จะต้องทำให้ประชาชน มีอำนาจอธิปไตยตามระบอบประชาธิปไตยสากล ทำประชาชนให้มีความสุขได้ เราต้องช่วยกันระดมสติปัญญาเพื่อหาทางออกให้กับประเทศ เพื่อเป็นการกำหนดชะตาชีวิต และสร้างความมั่นคงให้กับตัวเอง
ยังไม่เป็นประชาธิปไตย
    "เหตุที่ทำให้สังคมไทยยังไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะคนทั้งประเทศยังไม่ได้มีส่วนกับการกำหนดเรื่องความมั่นคงของตนเองเลย ที่ผ่านมามีแต่ความมั่นคงของรัฐ ไม่ใช่ความมั่นคงของประชาชน จึงเกิดความเหลื่อมล้ำมากมาย จนเป็นมะเร็งร้ายที่สำคัญ คือการพัฒนา โดยเฉพาะการพัฒนาที่เกิดจากคนที่มีอำนาจไปแย่งชิงทรัพยากร" พ.ต.ท.ทวีกล่าว 
    นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ปัญหาของประเทศไทยคือเปลี่ยนรัฐธรรมนูญบ่อย และวิธีการที่ใช้เป็นแบบอนารยชนทั้งสิ้นคือการฉีกโดยคณะนายทหาร เราเปลี่ยนด้วยวิธีอารยะเพียง 3 ครั้งเท่านั้น คือ 2475, 2489 และ 2540 โดยองค์กรที่ฉีกรัฐธรรมนูญบ่อยที่สุดคือกองทัพ ฉะนั้นเวลาที่ผู้บัญชาการทหารบก หรือนายกฯ ที่มาจากการรัฐประหารเที่ยวไปบอกคนอื่นให้เคารพรัฐธรรมนูญ จึงเป็นเรื่องตลกร้ายที่สุดในประเทศนี้
    "คนที่มาเรียกร้องให้คนอื่นเคารพกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นเป็นคนละเมิดรัฐธรรมนูญเป็นคนแรก เป็นคนที่ฉีกรัฐธรรมนูญเป็นคนแรก และยังมีความผิดฐานกบฏ แต่เลือกนิรโทษกรรมให้ตัวเอง แล้วลอยหน้าลอยตาเป็นนายกฯ ถึงทุกวันนี้ ขณะเดียวกัน นักการเมือง นักวิชาการ ภาคประชาชน จะเรียกร้องให้มีการแก้รัฐธรรมนูญตามกระบวนการที่พวกเขาออกแบบ ไม่มีปืนหรือรถถัง แต่กลับถูกแจ้งความข้อหาความมั่นคง มันเหลือเชื่อที่สุด ไม่มีอะไรกลับตาลปัตรได้ขนาดนี้อีกแล้ว" 
    นายปิยบุตรกล่าวว่า ถ้าเริ่มแก้วันนี้ไม่น่าใช้เวลานานเหมือนปี 2540 และจากที่ดำเนินการมา 4-5 เดือน ถือว่าไปได้สวย พรรคร่วมรัฐบาลมีความเห็นด้วยมากขึ้น ภาคประชาชนสารพัดสีก็เห็นด้วย เป็นนิมิตหมายที่ดีในการเขียนรัฐธรรมนูญสร้างกติกากันใหม่ เพื่อให้คนเห็นต่างกัน แต่ไม่ขัดแย้ง และรัฐธรรมนูญที่ดีก็จะนำมาสู่การแก้ปัญหาปากท้องได้อีกด้วย.
    


ผมก็เป็น "นกไซบีเรีย"........... บินหนีหนาวไปซะ ๒-๓ วัน พออุ่นๆ ก็บินกลับรัง แต่พอได้ยิน "นายปิยบุตร" พล่าม ที่อุ่น อุณหภูมิพุ่งปรี๊ด ร้อนจรดส้นเท้าเลย!

ปฐมบทยุบอนาคตใหม่
'เจ้าพ่อ-เจ้าแม่' เฟกนิวส์
งูเห่าหรือจะสู้ผึ้งแตกรัง
เรือดำน้ำกับทีท่ากรรมาธิการฯ
ทหารเกณฑ์ 'เกณฑ์ไปทำไม?'
ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"